เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศบนดอยแม่สลองยังคงปกคลุมด้วยสายหมอก แต่ความตึงเครียดกลับพุ่งสูงขึ้นเมื่อขบวนรถของท่านประธานบริหารเตรียมตัวเดินทางกลับ รถหรูสีดำสนิทสตาร์ทเครื่องรออยู่หน้าโฮมสเตย์
เหมือนแพร นั่งอยู่บนเบาะหลังด้วยใบหน้าเชิดรั้น แม้จะเพิ่งผ่านการอาละชวาดอย่างหนักมาเมื่อวาน แต่เช้านี้เธอกลับมาสวมมาดคุณหนูผู้สูงศักดิ์อีกครั้ง หญิงสาวปรายตามองออกไปนอกหน้าต่างรถ เห็น พัชชายืนอยู่ไกลๆ กับเจ้าของไร่ชา รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปาก เพราะเธอเข้าใจว่าชัยชนะในครั้งนี้เป็นของเธอที่สามารถทำให้คิมหันต์ยอมทิ้งนังเลขาคนนี้ไว้ข้างหลังแล้วกลับกรุงเทพฯ พร้อมเธอได้
"พี่คิมคะ เร็วสิคะ เดี๋ยวจะตกเครื่องเอานะ"
เหมือนแพรส่งเสียงเรียกชายหนุ่มที่ยังคงยืนอยู่นอกรถ
คิมหันต์ในชุดสูทลำลองสีเข้มไม่ได้หันไปมองคู่หมั้นสาวแม้แต่น้อย สายตาคมกริบของเขาจ้องมองไปยังร่างบางที่ยืนอยู่ไกลออกไป พัชชาไม่ได้เดินมาส่งเขาที่รถตามคำขอของเธอเอง แต่สายตาที่ทั้งคู่ประสานกันในความเงียบนั้นเต็มไปด้วยคำสัญญาที่รับรู้กันเพียงสองคน
ชายหนุ่มหันมาหา กร ลูกน้องคนสนิทที่ยืนคอยรับคำสั่งอยู่ข้างรถ
"ฝากทางนี้ด้วย ดูแลพัชชาให้ดีที่สุด อย่าให้ใครหน้าไหนเข้ามายุ่มยามกับเธอเด็ดขาด"
คิมหันต์กำชับเสียงเข้ม แววตาคุกคามดุจราชสีห์ที่หวงอาณาเขต
"ถ้ามีอะไรผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว แกคงรู้ใช่ไหมว่าต้องเจอกับอะไร"
"ครับบอส ผมจะดูแลคุณพัชชาด้วยชีวิต และจะพากลับไปส่งที่กรุงเทพฯ อย่างปลอดภัยในอีกสองวันข้างหน้าตามกำหนดการครับ"
กรรับคำสั่งอย่างหนักแน่น
คิมหันต์พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะยอมก้าวขึ้นรถไปนั่งข้างเหมือนแพรที่รีบเข้ามาเกาะแขนเขาไว้ทันที รถยนต์คันหรูค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากไร่ชา ทิ้งฝุ่นดินสีแดงไว้เบื้องหลัง
สองวันต่อมา ณ ไร่ชาดอยแม่สลอง
พัชชาเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางใบเล็กเสร็จเรียบร้อย เธอเดินออกมาจากห้องพักไม้ไผ่เป็นครั้งสุดท้าย ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีกันวุ่นในหัว แต่เมื่อนึกถึงหยดน้ำตาและคำขอร้องของคิมหันต์ที่ยอมคุกเข่าต่อหน้าเธอ เธอก็ไม่อาจใจแข็งได้อีกต่อไป
"พร้อมหรือยังครับคุณพัชชา"
กรเดินเข้ามาถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ เขาไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่ยังมีบอดี้การ์ดอีกสองคนที่คอยยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ ราวกับพัชชาเป็นของล้ำค่าที่เจ้านายสั่งกำชับให้เฝ้าระวังสูงสุด
"พร้อมแล้วค่ะคุณกร ลำบากทุกคนเลยนะที่ต้องอยู่เฝ้าฉันที่นี่"
"ไม่เลยครับบอสย้ำนักย้ำหนาว่าถ้าคุณพัชชาไม่กลับไปด้วย ผมคงไม่มีแผ่นดินจะอยู่"
กรยิ้มแห้งๆ พลางผึ่งมือเชิญเธอไปที่รถ
"รถมารอแล้วครับ เราจะไปขึ้นเครื่องบินส่วนตัวที่บอสเตรียมไว้ให้ที่สนามบินเชียงรายครับ"
พัชชาก้าวขึ้นรถด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งแต่ก็แฝงไปด้วยความหวัง เธอรู้ดีว่าการกลับไปครั้งนี้ไม่ใช่แค่การกลับไปทำงาน แต่มันคือการกลับไปเผชิญหน้ากับความจริงที่ซับซ้อนกว่าเดิม ทั้งเรื่องคุณเหมือนแพร ครอบครัวของเขา และสถานะคนโปรดที่เขาเคยสัญญาไว้ว่าจะทำให้มันชัดเจนขึ้น
รถเคลื่อนผ่านทิวทัศน์ขุนเขา มุ่งหน้าสู่สนามบินแม่ฟ้าหลวง ภายในใจของพัชชาเริ่มจินตนาการถึงใบหน้าของคิมหันต์ที่ป่านนี้คงนั่งไม่ติดเก้าอี้ รอคอยการกลับไปของเธออยู่ที่ออฟฟิศใจกลางกรุง
ณ สนามบินดอนเมืองเย็นวันเดียวกัน
ทันทีที่เครื่องบินเล็กส่วนตัวร่อนลงจอดและประตูเครื่องเปิดออก พัชชาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าไม่ได้มีเพียงรถของบริษัทมารับเธอที่รันเวย์
ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มยืนพิงรถสปอร์ตคันหรูรออยู่ตรงนั้น คิมหันต์ไม่ได้ให้คนขับรถมารับ แต่เขาเลือกที่จะมาขับรถรับเธอด้วยตัวเองทันทีที่รู้พิกัดการเดินทาง
เขาก้าวเข้าหาเธออย่างรวดเร็ว วงแขนแกร่งตระกองกอดร่างบางไว้แน่นทันทีที่เธอเดินลงมาถึงพื้นดิน โดยไม่สนสายตาของเหล่าบอดี้การ์ดหรือพนักงานสนามบินแถวนั้น
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะยัยตัวแสบ"
เขาซุกหน้าลงกับไหล่มน สูดกลิ่นหอมที่เขาโหยหามาตลอดหลายวัน
"ทีนี้ก็ถึงเวลาเคลียร์ บัญชีที่เธอทำฉันแทบบ้ากันซะทีนะพัชชา"
พัชชาหน้าแดงซ่าน รู้ดีว่าบัญชีที่เขาว่า คงไม่ได้หมายถึงตัวเลขในงบประมาณบริษัทแน่ๆ