ร่างบางของพัชชาถูกโยนลงบนเตียงไม้ไผ่กลางห้องอย่างไม่ออมแรงนัก แม้ฟูกที่นอนจะรองรับการกระแทกไว้ได้ แต่ความจุกก็ทำให้เธอต้องนิ่วหน้า หญิงสาวรีบยันตัวลุกขึ้นถอยกรูดไปจนชิดผนังห้อง สายตาหวาดระแวงจ้องมองราชสีห์ร้ายที่กำลังก้าวสามขุมเข้ามาหาด้วยท่าทีคุกคาม
พื้นที่ในเรือนไม้ไผ่แคบลงถนัดตาเมื่อมีร่างสูงใหญ่ของคิมหันต์ยืนตระหง่านอยู่กลางห้อง เขายกมือขึ้นปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตที่เหลือทิ้งอย่างอึดอัด ก่อนจะท้าวเอวมองคนบนเตียงด้วยสายตาที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง
"ทีนี้ ตอบฉันมาได้หรือยัง"
เสียงทุ้มกดต่ำ เยียบเย็นจนน่าขนลุก
"ทำไมถึงลาออก ทำไมถึงหนีมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่"
"ฉันเขียนเหตุผลไว้ในจดหมายชัดเจนแล้วค่ะ"
พัชชาเชิดหน้าขึ้น ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น
"ฉันต้องการความก้าวหน้าในสายอาชีพ และที่ K.H. Corporation ไม่มีสิ่งนั้นให้ฉันอีกแล้ว"
ปัง!!
ฝ่ามือหนาฟาดลงบนเสาเตียงไม้ไผ่เสียงดังสนั่นจนพัชชาสะดุ้งสุดตัว
"อย่ามาโกหกฉันพัชชา"
คิมหันต์ตวาดลั่น นัยน์ตาแดงก่ำวาวโรจน์ด้วยความโกรธ
"เหตุผลสับปลับพรรค์นั้นคิดว่าฉันจะเชื่อเหรอ! ตลอดสามปีที่ผ่านมาฉันให้เธอทุกอย่าง เงินเดือน โบนัส คอนโด รถ เธอได้มากกว่าผู้บริหารบางคนในบริษัทซะอีกแล้วความก้าวหน้าบ้าบออะไรที่เธอต้องการอีกหะ"
"ใช่ค่ะ คุณให้ฉันทุกอย่างจริงๆ"
พัชชาทนไม่ไหวอีกต่อไป ความอัดอั้นตันใจที่เก็บกดไว้ระเบิดออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่พรั่งพรู
"คุณให้เงิน ให้รถให้คอนโด ให้ที่อยู่แต่คุณไม่เคยให้ สถานะกับฉันเลย"
คิมหันต์ชะงักไปชั่วขณะ มือที่กำแน่นค่อยๆ คลายออกเมื่อเห็นน้ำตาของคนตรงหน้า
ฮึก ... ฮือ...
"คุณรู้ไหมคะว่าการต้องตื่นขึ้นมาทุกเช้าเพื่อสวมหน้ากากเลขาฯ ผู้ซื่อสัตย์ มันทรมานแค่ไหน"
พัชชาสะอื้นจนตัวโยน สองมือยกขึ้นปิดหน้าอย่างหมดความอดทน
"การที่ต้องทนเห็นคุณควงผู้หญิงคนอื่น ทนเห็นคุณไปดูแหวนหมั้นกับเขา ในขณะที่ฉันเป็นได้แค่ผู้หญิงในความลับ เป็นแค่ ของเล่น ที่รอวันถูกเขี่ยทิ้งเมื่อคุณเบื่อ คุณคิดว่าฉันไม่มีหัวใจหรือไงคะ"
"ใครบอกว่าเธอเป็นของเล่น"
น้ำเสียงของชายหนุ่มอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เขาก้าวเข้าไปใกล้เตียงอีกนิด
"คุณเหมือนแพรบอกค่ะ"
หญิงสาวตอกกลับทันควัน ดวงตากลมโตที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาช้อนขึ้นสบตากับเขาอย่างตัดพ้อ "เธอบอกว่าอีกไม่นานพวกคุณจะแต่งงานกัน และเธอก็สั่งให้ฉันเตรียมตัวเคลียร์ของเก่าอย่างฉันออกไปให้พ้นทาคุณจะให้ฉันทนหน้าด้านอยู่เพื่อรอให้คุณกับว่าที่ภรรยาของคุณมาไล่ตะเพิดฉันเหมือนหมูเหมือนหมาหรือไงคะ"
คิมหันต์นิ่งอึ้งราวกับถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าที่กลางศีรษะ ความจริงที่เพิ่งได้รับรู้ทำให้ความโกรธเกรี้ยวที่เคยมีต่อหญิงสาวมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความโกรธแค้นที่มีต่อผู้หญิงอีกคนและความรู้สึกผิดที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ
เขาไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย ไม่รู้เลยว่าในวันที่เขาไม่อยู่ เหมือนแพรเข้าไปพูดจาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของพัชชาถึงในออฟฟิศ ไม่รู้เลยว่ารอยน้ำตาที่เขาเห็นในวันนั้น เกิดจากคำขู่เรื่องงานหมั้นบ้าบอที่เขาไม่เคยเต็มใจจะเข้าร่วม
"พัชชา"
ชายหนุ่มครางชื่อเธอเสียงแผ่ว เขาทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียง เอื้อมมือหมายจะดึงร่างบางเข้ามากอดปลอบประโลม
"อย่ามาแตะต้องตัวฉันคะ"
พัชชาปัดมือเขาออกอย่างไม่ไยดี ขยับตัวหนีไปจนสุดปลายเตียง
"คุณกลับไปเถอะค่ะ กลับไปหาโลกของคุณ กลับไปหาคนที่คู่ควรกับคุณ ส่วนฉัน ปล่อยให้ฉันเริ่มต้นชีวิตใหม่ในที่ของฉันเถอะนะคะ ถือซะว่าฉันขอร้อง"
"ฉันไม่กลับ"
คิมหันต์ตอบกลับทันที น้ำเสียงหนักแน่นและเด็ดขาด เขาขยับตัวตามเข้าไปประชิด รวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอเอาไว้แน่นไม่ให้ดิ้นหนี
"และฉันก็จะไม่ปล่อยเธอไปไหนทั้งนั้น"
"คุณคิมหันต์ คุณจะเอายังไงกับฉันอีก คุณกำลังจะแต่งงานแล้วนะคะ"
"ฉันบอกตอนไหนว่าจะแต่งงาน"
คิมหันต์สวนกลับเสียงดังฟังชัด ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นไหว
"งานหมั้นนั่นผู้ใหญ่ตกลงกันเอง ฉันไม่เคยตกลง ไม่เคยตอบรับ และเมื่อกี้ฉันก็เพิ่งตะโกนใส่หน้าเหมือนแพรไปแล้วว่าฉันขอยกเลิกทุกอย่าง เธอไม่ได้ยินหรือไง"
พัชชาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อได้ยินคำสารภาพนั้น
"ฉันไม่เคยเห็นเธอเป็นของเล่น และฉันก็ไม่เคยคิดจะเอาใครมาแทนที่เธอ"
ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งละจากข้อมือเล็ก เลื่อนขึ้นมาประคองแก้มเนียนที่เปื้อนคราบน้ำตาอย่างแผ่วเบา หัวแม่มือเกลี่ยเช็ดหยาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน... อ่อนโยนจนพัชชาเผลอใจสั่น
"ฉันอาจจะเลวที่เก็บเธอไว้ในความลับ อาจจะเห็นแก่ตัวที่เอาแต่ใจสารพัดแต่ที่ฉันทำไปทั้งหมด ก็เพราะฉันขาดเธอไม่ได้"
คำว่า 'ขาดเธอไม่ได้' หลุดออกจากปากผู้ชายที่เย่อหยิ่งและเย็นชาที่สุดอย่างคิมหันต์ ทำเอากำแพงความเข้มแข็งที่พัชชาพยายามสร้างขึ้นมาตลอดหลายวันพังทลายลงในพริบตา
"อย่าหนีฉันไปไหนอีกเลยนะพัชชา"
ชายหนุ่มกระซิบชิดริมฝีปากบาง รั้งท้ายทอยของเธอเข้ามารับจุมพิตที่แสนเว้าวอนและเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
"กลับไปเป็นเลขาฯไม่สกลับไปเป็นคนโปรด.ของฉันคนเดียวเหมือนเดิมเถอะนะ"