มื้อเช้าก่อนวางแผน

1307 Words
เช้าวันเสาร์ที่สดใสราวกับภาพวาด กลุ่มเพื่อนสนิททั้งห้าคนก็มาถึง "Café Bistro Gränden" บนถนน Fatburs Kvarngatan ทันทีที่ก้าวผ่านประตูไม้บานใหญ่ กลิ่นกาแฟคั่วหอมกรุ่นก็อบอวลแตะจมูกเคล้าไปกับความอบอุ่นของบรรยากาศภายในร้านที่ประดับตกแต่งอย่างมีรสนิยม ราวกับเชื้อเชิญให้มาพักผ่อนหย่อนใจ วิลเฮล์มยิ้มกว้างนำหน้าเข้าร้านไปอย่างกระตือรือร้น ผิดกับเลน่าที่กวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างไม่แน่ใจนัก คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย "นี่เราต้องเข้ามาถึงในเมืองขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?" เธอพึมพำกับตัวเอง วิลเฮล์มหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มอารมณ์ดี "ฉันว่ามันก็น่าสนใจดีนะ" สายตาคมกวาดมองไปทั่วคาเฟ่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายสบายๆ "คุณย่าบอกว่าที่นี่มีบางอย่างที่เราต้องไปดูให้เห็นกับตาเลยนะ" เลน่าหันไปมองวิลเฮล์มด้วยความฉงน "แต่เรามาเช้าขนาดนี้ แค่มากินข้าวเช้าเนี่ยนะ?" น้ำเสียงของเธอยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจปนสงสัย วิลเฮล์มหัวเราะเบาๆ "จริงๆ แล้วมันไม่ใช่แค่เรื่องกินหรอกนะ" เขาเดินนำเข้าไปในร้านลึกขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางกลิ่นหอมของกาแฟคั่วใหม่ๆ และขนมอบที่เพิ่งออกจากเตา "คุณย่าบอกว่ามีอะไรบางอย่างที่สำคัญมากที่ต้องให้เรามาเห็นด้วยตัวเองเลยล่ะ" พอเดินเข้ามาในร้าน กลิ่นกาแฟคั่วใหม่ๆ กับขนมอบที่อบอวลอยู่แล้วก็ยิ่งหอมฟุ้งแตะจมูกทันที ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย โต๊ะไม้แต่ละตัวถูกจัดวางอย่างเก๋ไก๋น่ามอง มีเสียงพูดคุยกันเบาๆ และเสียงหัวเราะคิกคักของลูกค้าคนอื่นๆ ดังอยู่ทั่วบริเวณ เพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับบรรยากาศ "หนูขอมัทฉะลาเต้ร้อนค่ะ แล้วก็สลัดวีแกนกับขนมปังพวกนี้ด้วยค่ะ" เลน่ารีบสั่งพนักงานด้วยความตื่นเต้น "หนูอยากลองอะไรใหม่ๆ ดูบ้างน่ะค่ะ!" เอ็มม่าซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ อดแซวไม่ได้ "ว้าว เลน่า! นี่เธอจะผันตัวเป็นสายวีแกนแล้วเหรอเนี่ย?" เธอว่าพลางยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์ เลน่าทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย "ไม่ได้เป็นซะหน่อย! แค่อยากลองเฉยๆ น่ะ แล้วสลัดมันก็น่ากินจริงๆ นะ" เธอเบ้ปากใส่เพื่อนอย่างน่ารัก แล้ววางจานขนมปังเปล่าลงบนโต๊ะ "ใครจะไปรู้ล่ะ อาจจะอร่อยเกินคาดก็ได้!" โกรันที่กำลังจะสั่งอาหารก็หัวเราะหึๆ "ไอ้ท่าเบ้ปากแบบนี้น่ะ ฉันว่าคุ้นๆ นะวิลเฮล์ม" เขาหันไปมองวิลเฮล์มพร้อมรอยยิ้มกวนๆ "มันเหมือนตอนที่แกชอบเบ้ปากเหล่ตาใส่พวกเราเลยไม่ใช่เหรอไง?" วิลเฮล์มกำหมัดเขกหัวโกรันผัวะ! "พอเลยไอ้บ้า!" เขาโบกมือไล่ "กินกันก่อนดีกว่าค่อยคุยเรื่องแผนการของเรา" เขาหยิบเมนูขึ้นมาดู "เดี๋ยวค่อยว่ากันหลังจากที่เราอิ่มหนำสำราญกันแล้ว" โกรันลูบหัวป้อยๆ อย่างงงๆ "แล้วมาเขกหัวฉันทำไมเนี่ย!" กลุ่มเพื่อนเพลิดเพลินกับมื้อเช้าอย่างเอร็ดอร่อย เสียงหัวเราะและบทสนทนาถึงเรื่องราวที่ผ่านมาในสัปดาห์ดังเจื้อยแจ้วไปทั่วบริเวณ สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุขและความผูกพันแน่นแฟ้นที่ไม่อาจแยกจากกันได้ "นี่ทุกคน" วิลเฮล์มพูดขึ้นพลางยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบช้าๆ "ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย" เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าฉายแววความจริงจังเกินวัย "ฉันคิดว่าได้เวลาแล้วที่เราจะต้องเริ่มทำอะไรบางอย่างเพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ ในชุมชน โดยเฉพาะอันตรายที่มาจากสัตว์ป่า" แม็กซ์พยักหน้าเห็นด้วยอย่างเข้าใจขณะใช้ช้อนคนช็อกโกแลตร้อนในแก้วจนเกิดฟองนุ่มๆ "ฉันเห็นด้วยเลย วิลเฮล์ม" เขาตอบ "บางทีเราอาจจะลองจัดกิจกรรมระดมทุนอะไรสักอย่าง เพื่อนำเงินมาใช้สนับสนุนโครงการนี้" เซบาสเตียนเสริมขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น "และเราก็น่าจะเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่า หรือคนที่มีประสบการณ์ตรง มาช่วยให้ความรู้พวกเราด้วย เกี่ยวกับวิธีเอาตัวรอดในสถานการณ์ต่างๆ" ทันใดนั้น เอ็มม่าซึ่งกำลังคนชาในถ้วยของเธออย่างเบามือ ก็เสนอความคิดเห็นขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง "แต่ถ้าเรามีกิจกรรมเวิร์กช็อปศิลปะด้วยก็น่าจะดีนะ" เซบาสเตียนเลิกคิ้วอย่างงุนงง "เวิร์กช็อปศิลปะ?" เขาทวนคำถามด้วยความสงสัย "มันจะมาเกี่ยวอะไรกับเรื่องสัตว์ป่าได้ล่ะ?" แม็กซ์เสริมขึ้นมาอีกคน "ใช่ ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน" วิลเฮล์มซึ่งกำลังใช้ส้อมจิ้มไส้กรอกชิ้นใหญ่อย่างเอร็ดอร่อย เคี้ยวตุ้ยๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่ค่อยๆ นุ่มนวลลงและเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ "ถ้ามีก็คงจะดีมากเลยนะ" เขาอธิบายว่า "ลองคิดดูสิ เด็กๆ บางคนอาจจะเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดี หรือเจอเหตุการณ์ที่น่ากลัวเกี่ยวกับสัตว์ป่ามาแล้ว การได้ระบายความรู้สึกเหล่านั้นออกมาผ่านภาพวาด อาจจะช่วยเยียวยาจิตใจของพวกเขาได้นะ" เขานึกย้อนถึงเรื่องราวของตัวเองในอดีตที่เคยต้องเผชิญหน้ากับความกลัว พอได้ยินคำพูดของวิลเฮล์ม เลน่าก็ก้มหน้ามองพื้น เธอดูลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นใจนัก "แล้ว...ฉันจะสามารถวาดภาพเพื่อเล่าเหตุการณ์ที่เราเจอเงาลึกลับในห้องสมุดเก่ากับหอนาฬิกา ตอนที่เรากำลังค้นหาปริศนาเกี่ยวกับแก้วไวน์ได้ไหม?" วิลเฮล์มเงยหน้าขึ้น ยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยนจนเลน้ารู้สึกอบอุ่นในหัวใจ "แน่นอนเลน่า" เขาตอบ "เธอมีสิทธิ์ที่จะบอกเล่าความรู้สึกของเธอผ่านงานศิลปะได้อย่างเต็มที่เลย" เลน่ายิ้มออกมาอย่างโล่งใจ เธอรู้สึกดีขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ การที่มีใครสักคนเข้าใจในสิ่งที่เธอกำลังรู้สึก และการได้มีโอกาสระบายความในใจออกมาผ่านงานศิลปะ อย่างน้อยก็ทำให้เธอรู้สึกว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับวิลเฮล์มนั้นมีความหมาย และเขาก็ไม่ใช่แค่เพื่อนสนิท แต่เป็นเพื่อนผู้ร่วมชะตากรรมที่พร้อมจะเข้าใจและอยู่เคียงข้างเธอเสมอ เด็กๆ รู้สึกตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความหวังที่จะได้นำแผนการเหล่านี้ไปเสนอต่อคณะกรรมการโรงเรียน พวกเขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการที่ริเริ่มด้วยใจนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับชุมชน และสร้างอนาคตที่ปลอดภัยและมีความสุขยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน "ดีมาก เรามาลงรายละเอียดแผนการกันเถอะ" วิลเฮล์มประกาศ น้ำเสียงเด็ดขาดราวกับผู้นำการประชุมลับที่เปี่ยมไปด้วยวิสัยทัศน์ "ฉันเสนอให้เราเริ่มจากการร่างข้อเสนออย่างเป็นทางการก่อนเลย" แม็กซ์ยื่นสมุดโน้ตเล่มหนาออกมา "เอกสารต้องแน่นหนา พวกเราจะได้ดูเป็นมืออาชีพและน่าเชื่อถือ" "นั่นแหละ!" โกรันตบโต๊ะเบาๆ จนแก้วชาสั่น "เอกสารดีมีชัยไปกว่าครึ่ง!" เลน่าพยักหน้าช้าๆ ดวงตาจับจ้องอยู่ที่ขอบแก้วมัทฉะลาเต้ของเธอ "ฉันจะช่วยร่างส่วนที่เกี่ยวกับศิลปะ" เธอรับปากเสียงเบาแต่หนักแน่น "เราต้องร่างข้อเสนอให้เสร็จก่อนเที่ยงนะ" วิลเฮล์มเร่ง พลางเหลือบมองนาฬิกาบนโทรศัพท์มือถืออย่างกระตือรือร้น "ข้อเสนอนั้นต้องส่องประกายเจิดจ้ากว่าแสงแดดแรกของวัน!" แม็กซ์เน้นย้ำ พลางจิบชาอึกใหญ่ราวกับเติมพลัง "แน่นอน เราจะทำให้คณะกรรมการตาค้างไปเลย!" โกรันเสริมด้วยรอยยิ้มขู่ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD