ในห้องเรียนวิชาภาษาอังกฤษ

668 Words
ในคาบเรียนภาษาอังกฤษ บรรยากาศในห้องเงียบสงบจนได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วเบา ครูออสต์ลิ่งยืนอยู่หน้ากระดาน บรรยายเรื่องโครงสร้างประโยคอย่างใจเย็น ด้วยน้ำเสียงที่ทั้งอบอุ่นและชัดเจน ราวกับกำลังร่ายมนต์ นักเรียนส่วนใหญ่ตั้งใจจดตามอย่างขยันขันแข็ง เสียงปากกาขีดเขียนบนหน้ากระดาษแผ่วเบา เหมือนเสียงลมพัดใบไม้ปลิวไหว ทว่าที่มุมหนึ่งของห้อง วิลเฮล์มกับเลน่านั่งนิ่ง ดวงตาเบิกโพลงจ้องไปยังกระดาน แต่ดูเหมือนจิตใจของพวกเขาจะลอยเคว้งคว้างไปไกลแสนไกล แม้จะมองไปที่ครูออสต์ลิ่ง แต่ดวงตาคู่นั้นกลับไร้แวว และไม่ได้สนใจสิ่งที่ครูกำลังพูดเลยแม้แต่น้อย ชาร์ล็อตที่นั่งอยู่ข้างๆ สังเกตเห็นถึงความผิดปกติ เธอน้อมตัวลงกระซิบแผ่วๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใย “นี่พวกเธอ... มีอะไรหรือเปล่า ทำไมดูเหม่อลอยกันอย่างนั้นล่ะ” เลน่าค่อยๆ หันมามองชาร์ล็อต ดวงตาของเธอดูลึกซึ้งเกินวัย แล้วตอบเสียงเบา แทบจะเป็นเสียงกระซิบ “อืม... ไม่มีอะไรหรอก ชาร์ล็อต” คำพูดนั้นคล้ายจะบอกว่าไม่มีอะไร แต่แววตากลับตรงกันข้าม วิลเฮล์มไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาเลย เขายังคงจ้องไปข้างหน้า แต่กลับพูดแทรกขึ้นมาเบาๆ น้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อย “ถ้าอยากรู้จริงๆ เดี๋ยวเราเล่าให้ฟังนะ... แต่ตอนนี้ยังไม่ได้” “อย่าเพิ่งคุยอะไรกันตอนนี้เลย” เอมม่าที่นั่งอยู่ด้านหลังทิ้งเสียงเฉียบคมออกมา เธอมองไปที่นาฬิกาบนผนังอย่างรวดเร็ว “คุณครูสอนอยู่นะ อีกเดี๋ยวก็ได้พักเบรกแล้ว อดทนหน่อย” ครูออสต์ลิ่งหันมายิ้มให้นักเรียนอย่างอ่อนโยน มือยังคงถือชอล์กสีขาวนวลอยู่ “เด็กๆ จ๊ะ เบาเสียงลงหน่อยนะจ๊ะ ครูกำลังสอนอยู่นะ” น้ำเสียงของครูไม่ได้ดุดัน แต่แฝงไว้ด้วยความเมตตาและขอร้อง เสียงพูดคุยเบาๆ ที่เคยมีก็เงียบหายไปในทันที ทุกคนก้มหน้าก้มตาจดบันทึกต่อ บรรยากาศในห้องก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่ความรู้สึกหนักอึ้งยังคงคุกรุ่นอยู่รอบตัววิลเฮล์มและเลน่า จนกระทั่งเสียงออดเลิกเรียนดังแผ่วๆ ก้องไปทั่วห้องเรียน นักเรียนต่างถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งใจ ราวกับยกภูเขาออกจากอก พวกเขารีบสะพายกระเป๋าแล้วลุกขึ้นยืน วิลเฮล์มกับเลน่าสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าให้ชาร์ล็อตกับเอมม่าอย่างมีความหมาย "ไปหาอะไรดื่ม แล้วไปนั่งคุยกันตรงใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างนอกดีกว่า" ชาร์ล็อตพูดพลางชี้ไปยังโต๊ะไม้เก่าๆ ใต้ร่มไม้แผ่กิ่งก้านสาขาที่อยู่นอกห้องเรียน สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะคลี่คลายเรื่องราว ทุกคนพากันเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ ราวกับกำลังเดินตามหาคำตอบที่ค้างคาอยู่ในใจ จนกระทั่งถึงที่นั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ สายลมเย็นเอื่อยๆ พัดโชยมาปะทะใบหน้า ทำให้ใบไม้พลิ้วไหวเบาๆ ราวกับกำลังปลอบประโลม ชาร์ล็อตหันไปสบตากับวิลเฮล์มและเลน่าอย่างจริงจัง “เอาล่ะ... ถึงเวลาเล่าแล้วใช่ไหมว่าเมื่อวานมันเกิดอะไรขึ้น?” น้ำเสียงของเธอแฝงความคาดหวังและความกังวล เลน่าอ้าปากจะพูด แต่ก็คล้ายมีก้อนบางอย่างจุกอยู่ในลำคอ ทำให้เธอพูดไม่ออก วิลเฮล์มบีบข้อมือตัวเองแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แล้วเอ่ยปากช้าๆ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความไม่สบายใจ “เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน... มันไม่ปกติเอาเสียเลย” ทุกคนเงียบกริบลงทันที สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่วิลเฮล์มและเลน่า เตรียมพร้อมฟังเรื่องราวอย่างตั้งใจ ใต้ร่มไม้ใหญ่ ความลับที่เก็บงำมานานกำลังจะถูกคลี่คลาย และมันอาจจะเปลี่ยนทุกสิ่งไปตลอดกาล
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD