เงาลึกลับ

1203 Words
วิลเฮล์มกับเลน่ากลับมาที่ห้องสมุดอีกครั้ง แสงสลัวยามบ่ายลอดผ่านหน้าต่างบานสูง ต้องกับฝุ่นละอองที่ลอยฟุ้งในอากาศ ราวกับกำลังตามหาความหมายของปริศนาที่ซ่อนอยู่ในอักขระแปลกประหลาดบนแก้วไวน์และกล่องไม้โบราณที่พวกเขาเพิ่งค้นพบ " ฉันว่าเธออย่าไปยุ่งกับแก้วนี่และของพวกนี้เลยดีกว่านะ" เลน่าเอ่ยเสียงเบาหวิว ความกังวลฉายชัดในดวงตาขณะที่มือเรียวเล็กของเธอลูบไล้กล่องไม้สีเข้มในมือของเขา "อักษรพวกนั้นน่ะ มันดูเหมือนคาถาอาคมของพวกหมอผี ถ้าเราไปแตะต้องมันเข้า ดีไม่ดีพวกเราอาจจะโดนคุณไสย​เอาได้นะ" วิลเฮล์มไม่สนใจคำเตือนของเพื่อน ดวงตาของเขาเบิกกว้างจ้องมองสัญลักษณ์ที่คล้ายกันบนกล่องไม้ที่สะท้อนแสงรำไร "นี่มันไม่ใช่แค่เรื่องไสยศาสตร์ธรรมดาหรอกเลน่า" เขาพึมพำเสียงพร่า ราวกับไม่อยากให้ใครได้ยิน "นี่มันคือแผนที่โบราณต่างหาก" เลน่าถอนหายใจเฮือกใหญ่ "แต่ฉันไม่คิดอย่างนั้นนะ ฉันว่าเธอเอาแก้วนั่นไปทิ้งถังขยะที่เดิมเถอะ ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า" วิลเฮล์มเม้มริมฝีปากแน่น กลิ่นดินชื้นและกลิ่นบางอย่างที่ยากจะระบุจากกล่องไม้ลอยมาแตะจมูกเขาแผ่วๆ ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างแล่นเข้ามาในความคิด ก่อนที่เขาจะสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นเกินตัว "อันนี้แหละที่ปู่ฉันเคยพูดถึง!" "คุณปู่เธอเล่าว่ายังไงบ้างล่ะ วิลเฮล์ม?" เลน่าถามเบาๆ พยายามดึงความสนใจของเขาออกจากวัตถุต้องสงสัยนั้น "ท่านบอกว่ามันจะนำไปสู่ความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้เมืองเก่า" วิลเฮล์มตอบ ดวงตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น เขาพลิกกล่องไม้ในมืออีกครั้ง แสงสลัวในห้องสมุดทำให้รอยสลักยิ่งดูวังเวงและลึกลับ "ความจริงอะไรของเธอล่ะ? ความจริงที่ว่าไอติมจะหมดสต็อกพรุ่งนี้หรือไง?" เลน่าแกล้งแซวด้วยมุกตลกที่ตั้งใจจะคลายความตึงเครียด แต่สีหน้าของเธอก็ยังฉายแววกังวลไม่หาย "รอยสลักพวกนี้เกี่ยวข้องกับตำนานของนักเล่นแร่แปรธาตุที่พยายามเปลี่ยนตะกั่วให้เป็นทองคำ" วิลเฮล์มกล่าว เสียงของเขานิ่งและหนักแน่นเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น "แล้วแก้วใบนั้นล่ะ มันเกี่ยวอะไรกับสูตรเปลี่ยนตะกั่วเป็นทองคำ?" เลน่าถามขณะเดินตามวิลเฮล์มที่กำลังมุ่งหน้าไปยังชั้นหนังสืออีกครั้ง "ฉันคิดว่าแก้วนี่คือตัวกลาง" วิลเฮล์มตอบโดยไม่หันมามอง "ตัวกลางอะไรของเธอ วิลเฮล์ม? เธอนี่เริ่มพูดจาเลอะเลือนแล้วนะ" เลน่าถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกครั้ง เธอรู้สึกเหมือนกำลังเดินตามเพื่อนเข้าไปในเรื่องราวเหนือธรรมชาติที่เธอไม่อยากข้องเกี่ยวเลยแม้แต่น้อย แต่ก็จำใจต้องตามไป วิลเฮล์มไม่ใส่ใจคำพูดของเลน่า เขาดึงหนังสือปกดำเล่มหนาออกมาจากใต้หนังสืออีกเล่มที่วางอยู่บนชั้นอย่างระมัดระวัง แล้ววางมันลงบนโต๊ะไม้เก่าทรุดโทรมที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วน "ฉันคิดว่านี่คือคัมภีร์เก่าแก่ที่ใช้จดบันทึกการทดลองของคนพวกนั้น" วิลเฮล์มปัดฝุ่นหนาเตอะออกจากหน้าปกสีดำสนิท สัมผัสเย็นเฉียบของมันเหมือนน้ำแข็งก้อนแรกที่ลอยมาจากทะเลบอลติก "สัญลักษณ์พวกนี้...มันปรากฏอยู่ทุกหน้าเลยนะเนี่ย" เลน่าก้มลงจ้องมองภาพวาดของเครื่องมือประหลาดๆ ที่ดูคล้ายเครื่องจักรกลปนกับอุปกรณ์ปรุงยา "นี่มันไม่ใช่แค่สูตรเปลี่ยนแร่ธาตุธรรมดานะ " เธอชี้ไปที่ภาพภาชนะแก้วรูปร่างแปลกตาที่คล้ายกับแก้วไวน์ที่พวกเขาพบ "มันเป็นการสร้างสิ่งที่พิเศษกว่าโลหะทั่วไป" "พวกเขาพยายามจะกักเก็บพลังงานบางอย่าง" วิลเฮล์มพูดพลางมองรูปดวงดาวสีเงินจางๆ ที่วาดอยู่บนเพดานห้องทดลอง "พลังงานอะไรของเธอเนี่ย? พลังงานจากเศษขนมปังเหรอ?" เลน่าแกล้งแซวกลับด้วยมุกตลกที่มักจะได้ผลกับเขาเสมอ วิลเฮล์มส่ายหน้าอย่างจริงจัง "มันเป็นพลังงานที่สามารถเปลี่ยนรูปสสารได้" "เธอแน่ใจนะว่านี่ไม่ใช่แค่นิยายไซไฟที่ใครสักคนแต่งเล่นๆ เมื่อหลายร้อยปีก่อน" เลน่าถามพร้อมกับยกแขนกอดอก กวาดตามองสภาพห้องสมุดที่เต็มไปด้วยฝุ่นผง เหมือนเป็นที่เก็บความรู้ที่ถูกทิ้งร้างและรอวันผุพัง "รอยสลักบนแก้วกับกล่องมันของจริงนะ เลน่า" วิลเฮล์มเถียงกลับเสียงแข็ง "แล้วฉันก็รู้สึกถึงความเย็นยะเยือกจากมัน มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลย" เขาเปิดไปหน้าต่อไป ซึ่งเป็นภาพวาดโครงสร้างเหมือนเครื่องจักรขนาดยักษ์ที่ตั้งอยู่กลางห้องโถงกว้างใหญ่ "ดูนี่สิ เลน่า นี่คือสิ่งที่พวกเขาพยายามจะสร้าง" วิลเฮล์มเอ่ยพลางใช้นิ้วโป้งไล้ไปตามรอยหมึกที่ซีดจางไปตามกาลเวลา "มันดูเหมือนเตาหลอมขนาดมหึมาเลยนะ" เลน่าพึมพำ เธอมองภาพวาดตาไม่กะพริบ "แต่ทำไมต้องมีแก้วไวน์อยู่ข้างในด้วยล่ะ?" วิลเฮล์มเงยหน้าขึ้นจากตำราเล่มเก่า สบตากับเลน่าตรงๆ "มันคือจุดศูนย์รวมพลังงาน พวกเขาต้องการให้ 'แก้ว' นั่นเป็นแกนหลักของมัน" "แล้วเราจะทำอะไรกับมันดี วิลเฮล์ม?" เลน่าถาม เสียงกระซิบของเธอดังก้องในความเงียบของห้องสมุดเก่าแก่ "เราต้องตามหาจุดสีแดงที่เหลืออยู่บนแผนผัง" วิลเฮล์มตอบ เขากลับไปเพ่งดูแผนผังในหนังสือเล่มนั้นอย่างตั้งใจ "จุดต่อไปอยู่ที่ไหน?" เลน่าลดเสียงลง เธอเหลือบมองประตูห้องสมุดอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าจะมีใครมาได้ยิน "หอนาฬิกาเก่าทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง" วิลเฮล์มตอบ พลางใช้นิ้วชี้ตามรอยหมึกจางๆ บนแผนผังโบราณ "หอนาฬิกานั่นน่ะเหรอ มันพังไปตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สองแล้วนะ วิลเฮล์ม" เลน่าพึมพำ ดวงตาของเธอกะพริบปริบๆ มองดูรูปวาดโครงสร้างคล้ายเครื่องจักรในหนังสืออีกครั้ง "เราจะไปทำอะไรกันที่นั่นล่ะ?" "ฉันจะไปดูว่าสัญลักษณ์ตัวที่สองซ่อนอยู่ตรงไหน" วิลเฮล์มพูดเสียงหนักแน่น ก่อนจะรีบปิดหนังสือเก่าลง "ถ้าฉันไม่ไปกับเธอ เธอจะไปคนเดียวงั้นเหรอ" เลน่าถามเสียงห้วนๆ "แน่นอน ฉันจะรีบกลับมา" วิลเฮล์มตอบพลางรีบหยิบกล่องไม้ใส่กระเป๋าเป้สะพายหลังอย่างรวดเร็ว "ฉันจะไปตามหาบรรณารักษ์เอง" เลน่าตัดสินใจเสียงหนักแน่น "เธอต้องรีบหาทางซ่อมบันไดนั่นก่อนที่ครูใหญ่จะเห็นเข้า" วิลเฮล์มพยักหน้าครั้งเดียว แล้วรีบวิ่งตรงไปยังประตูหลัง หายลับไปในความมืดของทางเดินอิฐที่ทอดยาว "เธอจะซ่อมมันให้เสร็จก่อนที่ฉันจะกลับมาได้ไหม" "ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่เลยนะ!" เลน่าตอบพลางหันไปทางเคาน์เตอร์ เธอมองซากบันไดที่เสียหายหนักด้วยสีหน้าจริงจังพลางถอนหายใจ "แล้วก็อย่าลืมพกไฟฉายไปด้วยล่ะ!"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD