เมื่อเสียงกริ่งดังขึ้นยามเที่ยง วิลเฮล์มเดินเข้าไปในโรงอาหารพร้อมกับกลุ่มเพื่อนสนิทของเขา ทั้งหมดดูหิวโหยไม่แพ้กัน พวกเขาเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์อาหารที่คลาคล่ำไปด้วยนักเรียนคนอื่นๆ วิลเฮล์มเลือกไส้กรอกชิ้นโต ขนมปังไรย์หั่นหนา ผักสลัดสดกรอบ และมายองเนสถ้วยเล็กๆ มาใส่จานพูน ก่อนจะเดินไปนั่งรวมกับกลุ่มเพื่อนของเขา ซึ่งประกอบด้วย โกรัน โจนัส เฟลิกซ์ เซบาสเตียน และลาร์สที่มักจะดูเงียบขรึมอยู่เสมอ
"โอ๊ย...วันนี้ฉันหิวมากเลยนะ หิวจนตาลายไปหมดแล้ว!" วิลเฮล์มพูดขึ้นพลางใช้มีดหั่นไส้กรอกอย่างกระตือรือร้น "หวังว่าจะมีอะไรดีๆ เข้ามาในชีวิตบ้างนะ ไม่ใช่แค่อาหารเที่ยงเนี่ย" เขาเงยหน้ามองเพื่อนๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวังปนขบขัน
"ฉันก็หิวเหมือนกันแหละ" โกรันตอบพลางตักข้าวเข้าปากคำโต "แต่เรื่องดีๆ น่ะเหรอ? ไม่แน่ใจว่าจะโชคดีขนาดนั้น" เขาส่ายหน้าเล็กน้อย
เฟลิกซ์หันมายิ้มกว้าง "ฉันหวังว่าจะมีเรื่องดีๆ มาบอกกันนะ โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้พวกเราหัวเราะได้น่ะ"
จู่ๆ เสียงสดใสของชาร์ล็อตก็ดังขึ้นจากโต๊ะข้างๆ เธอมองมาที่กลุ่มของวิลเฮล์มด้วยรอยยิ้มกวนๆ "นี่ๆ พูดถึงเรื่องดีๆ แล้วก็นึกขึ้นได้... เอลินนี่เธอเป็นเหากี่รอบแล้วนะในชีวิตนี้?"
"เอลินที่เป็น youth leader ที่ชมรมน่ะเหรอ?" โซเฟียซึ่งนั่งอยู่กับชาร์ล็อตถามอย่างแปลกใจพร้อมกับแค่นหัวเราะ "อายุปาไป 23 แล้วนะยังเป็นเหาอีกเหรอ? ไม่ใช่เด็ก 3 ขวบหรือ 13 ขวบซะหน่อยนะนั่น!" เธอทำหน้าไม่เชื่อ
"ก็คงงั้นแหละ" ชาร์ล็อตทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย "ก็เธออยู่กับเด็กๆ ทุกวันนี่นา ได้ยินมาว่าล่าสุดไปติดเหาจากเด็กผู้หญิงวัย 14 ที่ชมรมตอนเล่นบอร์ดเกมด้วยกันน่ะ"
วิลเฮล์มเคี้ยวขนมปังไรย์ตุ้ยๆ อยู่ในปาก พลางเอ่ยเสียงอู้อี้ "ว่าไปแล้ว ช่วงนี้คุณครูที่โรงเรียนเราหลายคนก็ต้องลาหยุดไปรักษากันเยอะเลยนะ เห็นว่าเพราะติดเหาจากเด็กๆ นี่แหละ" เขากลืนขนมปังลงไปอย่างยากลำบากเมื่อนึกถึงเรื่องนี้
"จริงด้วย" เลน่าที่นั่งอยู่อีกฝั่งเสริมอย่างเห็นด้วย "เพื่อนในห้องเราก็ขาดเรียนไปหลายคนแล้วเหมือนกัน พ่อแม่มารับกลับบ้านไปรักษาเหาน่ะ" เธอถอนหายใจ
"โอยยย... พูดเรื่องเหานี่น่าเบื่อชะมัด" โกรันบ่นอย่างเอือมระอา ใบหน้าบูดบึ้ง "ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเด็กๆ อย่างพวกเราต้องมาเจอไอ้ปรสิตดูดเลือดบ้าๆ นี่ด้วยเนี่ย! มันน่าหงุดหงิดจะตายอยู่แล้ว"
"นั่นสิ" เฟลิกซ์เสริม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ "เจ้าหน้าที่สาธารณสุขก็มาตรวจรักษาพวกเราทุกปีแท้ๆ แต่ก็ยังเจอคนติดเหากันเยอะขึ้นเรื่อยๆ ไม่เคยหายไปเลยจริงๆ"
การคุยกันเรื่องเหายังคงดำเนินต่อไปในโรงอาหาร เสียงบ่นผสมกับเสียงหัวเราะเจื่อนๆ ของเด็กๆ ดังระงม ทุกคนในกลุ่มต่างรู้สึกเบื่อหน่ายกับปัญหาซ้ำซากที่ต้องเจออยู่เรื่อยๆ ความรู้สึกหงุดหงิดผสมกับความสิ้นหวังเล็กๆ น้อยๆ ปรากฏบนใบหน้าของพวกเขา แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็หยุดพูดถึงเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะมันกลายเป็นหัวข้อที่ทุกคนต้องเผชิญและคุยกันอยู่ตลอด เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในโรงเรียนไปเสียแล้ว