ค่ำคืนแห่งความทรงจำ

815 Words
ราตรีกลืนกินทุกสรรพเสียง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กัดกินจิตใจของวิลเฮล์มให้ยิ่งอึดอัดหนักหน่วง เขานอนนิ่ง จ้องมองเพดานห้องที่พร่าเลือนในความมืดมิด ภาพเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อช่วงกลางวันยังคงฉายซ้ำไม่รู้จบ ราวกับฟิล์มภาพยนตร์ที่ฉายวนในโรงหนังส่วนตัวของเขา ยิ่งนึกถึงดวงตาหวาดกลัวของเด็กน้อยชั้นประถมปีที่สี่ที่โรงเรียน ภาพนั้นก็ยิ่งคมชัดบาดลึกราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวินาทีที่แล้ว... มันสะท้อนถึงเนินเขาสีเทาหม่นที่เขาและเพื่อนๆ เคยย่างกรายเข้าไป... และ... หมาป่า... อสุรกายขนปุยที่เคยทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวระส่ำด้วยความหวาดผวาถึงขีดสุด ดวงตาสีอำพันคู่นั้นยังคงสะกดตรึงอยู่ในห้วงความคิด เสียงขู่คำรามที่ราวกับจะฉีกกระชากร่างของพวกเขาให้แหลกเป็นชิ้นๆ ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท ประหนึ่งเสียงสะท้อนจากก้นบึ้งของขุมนรก ความน่าสะพรึงกลัวจากห้วงความทรงจำคืบคลานเข้ามาปกคลุมวิลเฮล์มอย่างเชื่องช้า แต่ทว่าเย็นยะเยือก เขากำมือแน่นจนเล็บจิกเนื้อเมื่อเสียงกรีดร้องอันแสนเจ็บปวดของเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนนั้นผุดขึ้นมาในหัวใจ... เสียงที่เขาไม่เคยลืม... ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีถาโถมเข้าใส่จนไม่อาจต้านทาน เขาไม่อาจหลีกหนีจากเรื่องราวของตนเองและเพื่อนๆ ได้อีกต่อไป เด็กชายวัย 14 ปีเช่นเขายังคงจมดิ่งอยู่กับหลุมดำแห่งความกลัวและความสับสนที่ถาโถมเข้ามาไม่ขาดสาย วิลเฮล์มผุดลุกขึ้นจากเตียง ผมสีบลอนด์ยาวตรงที่ยุ่งเหยิงสะท้อนกับแสงจันทร์สีนวลที่ส่องลอดผ้าม่านหน้าต่างเข้ามา ราวกับเส้นใยสีทองที่ถูกถักทอจากความฝัน เขาตัดสินใจเปิดประตูห้องออก ก้าวเท้าเปลือยเปล่าออกไปยืนที่ระเบียง ลมหนาวที่พัดพาความเยือกเย็นจากโลกภายนอกมาสัมผัสผิว ทำให้เขาสะท้านเฮือก ดวงตาคู่สีฟ้าครามเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ประดับประดาไปด้วยหมู่ดาวระยิบระยับนับล้านดวง พลางรำพึงถึงบิดาผู้ล่วงลับที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ "พ่อครับ..." เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่กลับดังก้องชัดเจนในความเงียบงันที่รายล้อม "ผมไม่รู้จะทำยังไงแล้วจริงๆ ครับ... ผมทั้งหวาดกลัว... ทั้งสับสนไปหมด... ภาพนั้นมันยังคงติดตาผม... เหมือนกับตอนที่ผมเห็นพ่อถูกรถชนตรงหน้าเลยครับ... มันไม่เคยจางหายไปไหนเลย..." วิลเฮล์มโน้มตัวก้มหน้าลง น้ำเสียงสั่นเครือจนแทบจะกลายเป็นเสียงสะอื้น "ผมพยายามจะลืมมันแทบตาย... พยายามจะผลักไสไล่ส่งมันออกไปจากหัว... แต่มันก็ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดผมไม่หาย... เหมือนเงาตามตัว... ผมอยากจะเข้าไปหาคุณย่า... แต่คุณย่าก็หลับไปแล้ว... ส่วนแม่..." เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยฉายแววตัดพ้อและโดดเดี่ยว "ตอนนี้แม่ยังอยู่ที่ลอนดอนน่ะครับ... กว่าจะกลับก็วันอาทิตย์โน่น... ผมต้องอยู่คนเดียวอีกนานแค่ไหนกันครับพ่อ..." วิลเฮล์มยังคงจมดิ่งอยู่กับความสับสนงุนงง ในใจดวงน้อยๆ ของเขายังคงเต็มไปด้วยความไม่มั่นคง ไม่รู้จะทำอย่างไรเพื่อลบเลือนภาพความทรงจำอันน่ากลัวเหล่านั้นออกไปจากใจได้ ภาพความหวาดกลัวยังคงเกาะกุมจิตใจของเขาไว้แน่น ราวกับปีศาจร้ายที่คอยกระซิบข้างหู สายลมกลางดึกยังคงพัดโหมกระหน่ำ แรงขึ้นทุกที วิลเฮล์มรู้สึกหนาวเหน็บจนแก้มแดงก่ำ ปลายนิ้วชาไปหมด แต่ท่ามกลางกระแสลมที่เย็นเยียบนั้น เขากลับได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาลอยมาตามลม... เสียงนั้นฟังดูคุ้นเคยเหลือเกิน... คล้ายเสียงของทอร์บยอร์น... บิดาของเขา... กำลังพยายามจะเอ่ยอะไรบางอย่างกับลูกชายที่กำลังหลงทาง... ในห้วงความคิดที่พร่าเลือนของเขา ราวกับได้ยินเสียงกระซิบนั้นชัดเจนแจ่มแจ๋ว... "อย่ากลัวเลยนะลูกรัก... พ่ออยู่ข้างๆ ลูกเสมอ... ไม่ว่าลูกจะอยู่ที่ไหน... พ่อก็จะอยู่ตรงนั้น... คอยปกป้องลูกเอง..." วิลเฮล์มเงยหน้ามองฟ้าอีกครั้ง น้ำตารื้นขึ้นมาคลอเบ้า แต่ในความรู้สึกกลับไม่ได้มีเพียงน้ำตาแห่งความเศร้า... เขากลับรู้สึกถึงความอบอุ่นอันแสนคุ้นเคยจากความรักที่พ่อเคยให้... ความอบอุ่นนั้นยังคงอยู่... ไม่ว่าจะอยู่ในคืนที่เหน็บหนาวเพียงใดก็ตาม... มันโอบกอดเขาไว้แน่น... ปลอบประโลมจิตใจที่บอบช้ำให้กลับมาสงบลง... "ขอบคุณครับ... พ่อ..." เสียงกระซิบตอบกลับไปกับสายลม บัดนี้... ในความมืดมิด... เขากลับรู้สึกว่าไม่ได้อยู่เพียงลำพังอีกต่อไป...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD