อาหารค่ำสำหรับครอบครัวและความปลอดภัยในป่า

847 Words
เสียงลมพัดเอื่อยๆ ผ่านยอดสนหน้าบ้าน ดูเหมือนกำลังกล่อมให้พระอาทิตย์คล้อยต่ำลงช้าๆ สาดแสงสีทองแดงอ่อนๆ ไปทั่วทั้งป่าและหมู่บ้านชานเมืองอันแสนอบอุ่นแห่งนี้ ในความเงียบสงบและงดงามนั้น สองพี่น้องอย่างวิลเฮล์มกับนาธาเนียลก็เดินเข้ามารั้วบ้านพร้อมๆ กัน นาธาเนียลตัวเล็กดูจะร่าเริงเป็นพิเศษ ดวงตากลมโตเป็นประกายเหมือนเพิ่งเจอเรื่องน่าตื่นเต้นทั้งโลก ส่วนวิลเฮล์มผู้เป็นพี่ชาย แม้จะดูมีแววเหนื่อยล้าอยู่บ้าง แต่ก็ยังคงยิ้มอบอุ่น เหมือนคอยเป็นหลักประกันความสุขให้น้องชายของเขา พอประตูสีขาวบานเดิมเปิดออก แสงสลัวๆ ภายในบ้านก็เผยให้เห็นร่างคุณย่าที่กำลังนั่งถักไหมพรมอยู่ริมหน้าต่าง ใบหน้าใจดีของคุณย่าก็คลี่รอยยิ้มกว้างทันทีที่เห็นหลานรักทั้งสองคน วิลเฮล์มกล่าวทักทายคุณย่าด้วยเสียงนุ่มนวลว่า “สวัสดีครับคุณย่า!” ในขณะที่นาธาเนียลไม่รอช้า วิ่งจู๊ดเข้าไปในห้องนั่งเล่นอย่างคึกคัก พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักที่ดังตามมา คุณย่าวางไหมพรมในมือลง แล้วลูบศีรษะวิลเฮล์มเบาๆ ด้วยความรัก “กลับมาแล้วหรือพ่อหนุ่มน้อยของย่า วันนี้เป็นยังไงบ้างจ๊ะ... เหนื่อยไหม ได้ทำอะไรสนุกๆ มาบ้างหรือเปล่า เล่าให้ย่าฟังหน่อยสิ” “ก็เหนื่อยอยู่บ้างครับคุณย่า” วิลเฮล์มตอบพร้อมถอนหายใจเบาๆ “แต่ก็สนุกมากเลยครับ! ผมขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ใส่สบายๆ ก่อนนะครับคุณย่า” อีกไม่นานนัก กลิ่นหอมของอาหารเย็นก็หอมฟุ้งไปทั่วบ้าน ชวนให้ทุกคนมารวมตัวกันที่โต๊ะอาหารไม้ตัวใหญ่ ซึ่งเป็นเหมือนศูนย์รวมใจของครอบครัว พอทุกคนนั่งพร้อมหน้าพร้อมตากัน วิลเฮล์มก็เริ่มเล่าเรื่องราวที่เจอมาในวันนี้ทันที แววตาของเขาดูครุ่นคิด “วันนี้ที่โรงเรียนมีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นครับคุณย่า... มีเด็กนักเรียนหญิงชั้นป.4 ถูกหมาป่าทำร้ายในป่าหลังโรงเรียนของเรานี่แหละครับ” พอได้ยินดังนั้น คุณย่าก็วางช้อนลง ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล พลางจ้องมองวิลเฮล์ม "โอ๊ย! วิลเฮล์มเอ๊ย... ฟังแล้วอดใจหายไม่ได้เลยนะลูก หลานต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะ เวลาไปเที่ยวเล่นในป่าน่ะ เราไม่รู้หรอกว่าจะเจออะไรบ้าง ป่าเขาน่ะ มีทั้งความสวยงามและอันตรายแอบแฝงอยู่เสมอ จำไว้นะลูก" วิลเฮล์มพยักหน้ารับอย่างตั้งใจ "ผมเข้าใจครับคุณย่า ผมจะเดินอยู่แต่ในเส้นทางที่คุ้นเคย และไม่เดินลึกเข้าไปในป่าเลยครับ ผมพยายามมองดูสิ่งรอบตัวอยู่ตลอดเวลาครับ" คุณยิ้มอย่างภูมิใจ สายตาอ่อนโยนและอบอุ่น "ดีมากเลยลูก ดีมากจริง ๆ ที่รู้จักคิดแบบนั้น จำไว้นะ ให้หมั่นสังเกตสิ่งรอบตัวอยู่เสมอ และดูแลตัวเองให้ดีที่สุด ถ้าเจอสัตว์อันตรายเข้าจริง ๆ ก็ต้องตั้งสติแล้วค่อย ๆ ถอยห่างออกมานะลูก ห้ามตกใจเด็ดขาด" นาธาเนียลที่เพิ่งวางสีลงหลังจากแอบวาดรูปอยู่ใต้โต๊ะ ก็เงยหน้าขึ้นมาแล้วเล่าเรื่องราวจากโลกอนุบาลของเขาด้วยน้ำเสียงสดใสไร้เดียงสา "วันนี้ผมวาดรูปดอกไม้ไปตั้งมากมายเลยครับคุณย่า! ครูยังชมด้วยนะว่าผมวาดเก่งมาก ๆ เลย!" หลังจากทุกคนอิ่มอร่อยกับอาหารค่ำ คุณย่าก็วางมือประสานกันบนโต๊ะ มองหลานรักทั้งสองด้วยสายตาจริงจังแต่ก็แฝงความอ่อนโยนไว้ "การได้ชื่นชมธรรมชาติเป็นสิ่งที่ดีนะลูก เป็นของขวัญที่ธรรมชาติมอบให้เราได้สัมผัสความงดงาม แต่เราก็ต้องรู้จักให้เกียรติมันด้วยนะลูก เราเป็นแค่ผู้มาเยือนบ้านของสัตว์ป่าเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น ต้องนึกถึงผลกระทบที่เราจะสร้างต่อสภาพแวดล้อมของพวกมันด้วยนะจ๊ะ อย่าไปทำให้พวกเขาเดือดร้อนโดยไม่จำเป็น" วิลเฮล์มพยักหน้ารับอย่างนอบน้อม แววตาแสดงความเข้าใจ "ผมจะจดจำคำสอนของคุณย่าไว้เสมอครับ แล้วจะระวังตัวทุกครั้งที่เข้าไปในป่า จะไม่ทำอะไรที่จะเป็นผลร้ายต่อธรรมชาติเลยครับ" คุณย่ายิ้มด้วยความปลื้มปิติ ความรักและความอบอุ่นกระจายไปทั่วหัวใจ "ดีแล้วล่ะลูก แค่นี้ย่าก็โล่งใจแล้ว ที่เห็นหลานเติบโตเป็นเด็กดี มีความรับผิดชอบ และรู้จักคิดได้ขนาดนี้" วิลเฮล์มเข้าไปกอดคุณย่าแน่น ซบหน้าลงกับไหล่อบอุ่น "ผมรักคุณย่าที่สุดครับ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่คุณย่าสอนมานะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัย การใช้ชีวิตในป่า และการเป็นคนดี ผมจะเก็บทุกคำสอนของคุณย่าไว้ในใจตลอดไปครับ" ในอ้อมกอดที่อบอุ่นนั้น ความรักและความผูกพันของครอบครัวรวมเป็นหนึ่งเดียว แสงจันทร์ส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ราวกับเป็นพยานถึงความรักที่บริสุทธิ์และคำสอนอันมีค่าที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นในค่ำคืนนี้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD