เรื่องราววัยเด็กของแม่และคุณย่า

822 Words
หลังจากดื่มชาอุ่นๆ เพื่อคลายความเหนื่อยในห้องนั่งเล่นที่อบอุ่นสบาย แสงแดดส่องผ่านม่านมากระทบผนังไม้สีขาว ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่น​ อิงเกอร์ก็เริ่มเล่าเรื่องราวชีวิตในวัยเด็กของเธอที่นอร์เวย์ให้วิลเฮล์มกับเพื่อนๆ ฟัง แววตาของอิงเกอร์ดูเหมือนกำลังนึกถึงเรื่องเก่าๆ ที่เลือนลาง ตอนที่เธอเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่น่าฟัง เธอบอกเล่าเรื่องราวของเด็กผู้ชายข้างบ้านคนหนึ่ง เป็นเด็กที่ทั้งกล้าหาญและซุกซน ชอบแอบย่องเข้าไปในกระท่อมไม้เก่าๆ ทรุดโทรม ที่อยู่ในป่าสนลึกๆ ที่ค่อนข้างมืด "ที่นั่นน่ะเป็นที่เปลี่ยวๆ ที่แม่หมาป่าใช้ซ่อนลูกของมัน" เธอเล่าต่อ เสียงเบาลงหน่อย เหมือนกำลังกลับไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นอีกครั้ง "แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ด้วยความอยากรู้อยากเห็นแบบเด็กๆ เด็กชายก็ย่องเข้าไปในกระท่อม กะว่าจะไปเล่นกับลูกหมาป่าตัวเล็กๆ แต่โชคร้ายที่แม่หมาป่าหวนกลับมาเจอเข้าพอดี...แล้วก็พุ่งเข้าทำร้ายเขาอย่างดุร้ายเลย" อิงเกอร์หยุดพูดไปครู่หนึ่ง บรรยากาศในห้องพลันเงียบสงัดลงจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของแต่ละคน ใบหน้าของเธอหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาฉายแววความเศร้าสร้อย ก่อนจะเอื้อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกระซิบ "หลังจากนั้นไม่นาน...ก็มีคนพบว่าเด็กคนนั้นเสียชีวิตแล้ว" คำพูดนั้นกระแทกกระทั้นลงกลางใจของทุกคน สีหน้าและท่าทางของเพื่อนๆ ของวิลเฮล์มพลันเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงและหวาดหวั่น จินตนาการถึงภาพอันน่าสะพรึงกลัวที่อิงเกอร์เพิ่งเล่าจบ อิงเกอร์มองหน้าวิลเฮล์มด้วยแววตาจริงจังและเป็นห่วง "เห็นแล้วใช่ไหมลูกรัก...ว่าทำไมแม่ถึงไม่อยากให้ลูกไปเล่นใกล้ๆ กระท่อมร้างนั่นน่ะ มันอันตรายมากเลยนะถ้าเข้าป่าไปคนเดียว ยิ่งแถวนี้มีสัตว์ป่าอยู่เยอะแยะด้วย" เธอพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง วิลเฮล์มและผองเพื่อนต่างพยักหน้าหงึกหงักอย่างเข้าใจลึกซึ้ง สีหน้าของทุกคนฉายแววกังวลและตระหนักถึงภัยอันตรายที่อาจแฝงเร้นอยู่ในความงดงามของป่า พวกเขาเข้าใจดีว่าการก้าวเท้าเข้าสู่ป่าแต่ละครั้งนั้น ต้องใช้ความระมัดระวังและสติปัญญามากเพียงใด คุณย่าซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลนัก ทอดถอนหายใจยาว ก่อนจะเสริมขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเปี่ยมด้วยความเอ็นดูและประสบการณ์อันยาวนาน "รู้ไหมล่ะ" คุณย่าเล่าพลางนึกย้อนวันวาน ใบหน้าฉายแววคิดถึง "สมัยเด็กๆ น่ะ...พ่อของหลานเคยพลัดหลงในป่าแถวนี้แหละ ปู่กับย่าใจหายใจคว่ำแทบขาดใจเลยนะ ถึงขนาดต้องระดมคนออกตามหาและแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเลยทีเดียว" คุณย่าถอนหายใจอีกครั้ง ปล่อยลมหายใจที่อัดอั้นจากความทรงจำอันเจ็บปวดออกมา "โชคดีที่สุดท้ายก็เจอตัวปลอดภัยดี แต่นั่นเป็นประสบการณ์ที่น่ากลัวที่สุดสำหรับทุกคนในบ้านเรา...ความกังวล ความหวาดกลัวที่กัดกินหัวใจในตอนนั้น ย่ายังจำได้ดีไม่เคยลืม" น้ำเสียงของคุณย่าบ่งบอกถึงความหวั่นไหวในอดีตที่ยังคงฝังลึกอยู่ในจิตใจ แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใดก็ตาม พอเล่ามาถึงช่วงที่น่าเป็นห่วง น้ำเสียงของคุณย่าก็แผ่วลงคล้ายกำลังรำพึงกับตัวเอง "ย่ายังจำได้ดีเลยว่าตอนนั้นวุ่นวายกันขนาดไหน...ตอนที่ทอร์บียอร์นกับเพื่อนๆ หายไปน่ะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังแต่แผ่วเบาจนเกือบเป็นกระซิบ "การเตรียมพร้อมก่อนจะเข้าป่านี่สำคัญมากๆ เลยนะ แล้วก็ระวังอย่าเดินเพลินจนพลัดหลงจากบ้านไปไกลล่ะ...ป่ามันกว้างใหญ่และซับซ้อนกว่าที่ตาเห็นนัก" วิลเฮล์มกับเพื่อนๆ พยักหน้าหงึกหงัก มองหน้าแลกเปลี่ยนความเข้าใจอันลึกซึ้ง ราวกับตระหนักได้ในห้วงขณะนั้นว่าธรรมชาติอันงดงามนั้น ก็มีด้านที่น่าสะพรึงกลัวและอันตรายแฝงเร้นอยู่เสมอ วิลเฮล์มเอ่ยปากออกมาจากใจ น้ำเสียงจริงใจและเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง "ขอบคุณแม่กับคุณย่ามากนะครับที่เล่าเรื่องราวให้พวกเราฟัง พวกผมสัญญาว่าจะระมัดระวังตัวทุกครั้งที่ออกไปข้างนอกแน่นอนครับ จะไม่ประมาทอีกแล้ว" อิงเกอร์ยิ้มให้อย่างเอ็นดู ดวงตาเปล่งประกายแห่งความสุข ขณะที่คุณย่าก็พยักหน้าอย่างปลื้มใจที่เห็นว่าสิ่งที่สอนไปนั้นไม่ได้ไร้ความหมาย บรรยากาศในห้องกลับมาอบอุ่นอีกครั้ง อบอวลไปด้วยความรัก ความเข้าใจ และสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่ส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น...บทเรียนชีวิตที่ประเมินค่ามิได้ถูกส่งผ่านจากหัวใจสู่หัวใจในเช้าวันนั้น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD