คฑาแห่งแสงสว่าง

1075 Words
ท่ามกลางแสงไฟสลัวที่ยังคงทาบทาอยู่ในห้องนอน แสงสีนวลอ่อนโยนนั้นสาดส่องลงบนใบหน้าของวิลเฮล์มและเลน่า เด็กทั้งสองก้มหน้าก้มตาอย่างจดจ่อ ละเลียดทุกรายละเอียดลงบนงานศิลปะในมือ เลน่าบรรจงวาดภาพวิลเฮล์มในชุดของทิลทิล โดยมีหมวกแหลมทรงสูงประดับอยู่บนศีรษะของเขา ส่วนตัวเธอเองนั้นอยู่ในชุดของมิทิล ผมสีบลอนด์ยาวหยักศกของเธอเปล่งประกายดุจเส้นสายแห่งแสงอาทิตย์ยามเช้า ทว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าพวกเขา ไม่ใช่เพียงภาพร่างของตนเอง หากแต่เป็นภาพหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังถือคฑาเปล่งประกาย นางคือเบรีลูน นางฟ้าผู้เปี่ยมเมตตา เลน่าจรดปลายดินสอลงบนกระดาษ เขียนข้อความกำกับภาพด้วยลายมืออันอ่อนช้อยว่า "Vill du finna lyckan, leta efter den blå fågeln." (หากเจ้าอยากพบความสุข จงตามหานกสีน้ำเงิน) "สิ่งที่พวกเรากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้...มันคือการตามหานกสีน้ำเงินอย่างที่นางฟ้าบอกกับเด็กสองคนนั่นใช่ไหมเลน่า" วิลเฮล์มเอ่ยถามเสียงแผ่ว ขณะที่เขาบรรจงระบายสีลงบนภาพวาดของตนเองอย่างเชื่องช้า ราวกับต้องการให้ทุกสีสันซึมซับความรู้สึกของเขาลงไปด้วย "ใช่แล้ววิลเฮล์ม" เลน่าพยักหน้า ผมสีบลอนด์ของเธอไหวระริกตามจังหวะ "แต่เราก็ต้องเผชิญกับความมืดมิดเสียก่อน...ก่อนที่เราจะได้พบสิ่งนั้น เหมือนกับทิลทิลและมิทิลที่ต้องเดินทางผ่านอาณาจักรรัตติกาลอันมืดมิดก่อนที่พวกเขาจะพบ'นกสีน้ำเงิน'​ที่แท้จริง" น้ำเสียงของเธอเจือความหม่นเล็กน้อย แต่แฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่น เลน่ายื่นหนังสือเล่มเล็กปกสีครามและภาพวาดที่เธอวาดเสร็จเมื่อเช้านี้ที่โรงเรียนให้กับวิลเฮล์ม เขายื่นมือรับหนังสือและภาพวาดจากเลน่ามาพิจารณาอย่างแผ่วเบา บนปกหนังสือปรากฏชื่อเรื่อง "fågel blå" (นกสีน้ำเงิน) ชื่อผู้แต่งคือ "Maurice Maeterlinck" และมีชื่อผู้แปลที่ใช้นามแฝง ส่วนภาพวาดนั้น...เป็นภาพของเขากับเลน่ากำลังวิ่งหนีเงาร้ายอันน่าสะพรึงกลัว ตั้งแต่ห้องสมุดเก่า ไปจนถึงหอนาฬิกาเก่าแก่ทางตะวันออกของเมืองที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางความมืดมิด โดยมีนางฟ้าตัวน้อยในชุดขาวบริสุทธิ์ ผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายเลน่ายืนขวางเงานั้นไว้ แสงเรืองรองจากตัวนางฟ้าขับไล่ความมืดมิดได้เพียงชั่วขณะ "นี่คือหนึ่งในความมืดมิดที่เรากำลังเผชิญอยู่สินะ" วิลเฮล์มคาดเดา ดวงตาของเขาสะท้อนความหวั่นเกรงเล็กน้อยยามจ้องมองไปยังเงาร้ายในภาพ "แน่นอนที่สุด" เลน่าตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองวิลเฮล์ม เธอยังคงก้มหน้าก้มตาจดจ่อกับการระบายสีภาพวาดของเธอ ราวกับต้องการหลบซ่อนความรู้สึกบางอย่างไว้ในดินสอสีไม้ วิลเฮล์มเปิดหนังสือ "นกสีน้ำเงิน" ขึ้นอ่านอย่างช้าๆ ในที่สุดเขาก็สะดุดกับคำคมประโยคหนึ่งที่สั่นสะเทือนหัวใจของเขา “ยามที่เจ้าตามหานกสีฟ้า เด็กน้อยเอ๋ย จงฝึกตนให้คุ้นเคยต่อการรักบรรดานกสีเทาที่เจอระหว่างทางด้วย” เขาอ่านมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงประโยคที่ทำให้เขาสะดุดไม่แพ้ประโยคแรกเลย นั่นคือถ้อยคำที่เปี่ยมด้วยความหมายลึกซึ้งของการจากลาและชีวิต “ในช่วงเวลาแห่งการล่ำลา เด็กทั้งสองต้องกลับบ้าน ขณะที่สรรพสิ่งที่ร่วมเดินทางต้องสูญชีวิตไป น้ำได้บอกว่า “จงรักบ่อน้ำ ฟังเสียงของสายธาร...ข้าจะอยู่ในนั้นเสมอ และตอนเย็นๆ เมื่อเจ้านั่งลงข้างน้ำพุ จงพยายามเข้าใจว่ามันกำลังพูดอะไร...จงนึกถึงข้านะเวลาที่เจ้าเห็นขวดน้ำ...เจ้าจะเจอข้าเสมอในคนโท ในกระป๋องน้ำ ในถังเก็บน้ำ แล้วก็ก๊อกน้ำ..” วิลเฮล์มปิดหนังสือลงอย่างช้าๆ เสียงกระดาษที่พลิกกลับเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบ แสงไฟสลัวจากโคมไฟส่องกระทบผิวแก้วของช็อกโกแลตร้อนในมือเขาเกิดเป็นประกายระยิบระยับ "ขวดน้ำเหรอเลน่า" เขาเอ่ยถามเสียงแผ่ว ราวกับกำลังค้นหาคำตอบจากความทรงจำอันเลือนราง "ใช่" เธอพยักหน้าช้าๆ "ที่เราไปเก็บกันมาวันนั้นไง" วิลเฮล์มเน้นเสียง ดวงตาของเขาสะท้อนภาพในอดีต "อ้อ...นั่นสินะ" เลน่าดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ราวกับความทรงจำที่ถูกซ่อนไว้ได้ผุดขึ้นมา "แม้แต่ลำธาร แม่น้ำ หรือทะเลสาบ...มันก็อยู่ตรงนั้นด้วย" "ทุกที่...ที่มันมีน้ำ" วิลเฮล์มวางหนังสือลงบนโต๊ะข้างตัว ดวงตาของเขาฉายแววลึกซึ้งราวกับมองเห็นบางสิ่งที่ไม่ใช่แค่เพียงผิวน้ำ แต่เป็นจิตวิญญาณของมัน "ใช่" เลน่าตอบ เสียงของเธอจริงจังและแฝงไว้ด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้ง "แต่ก็มีอีกส่วนหนึ่งที่บอกว่า 'อย่ากลัวความมืดมิด มีเพียงแสงสว่างเท่านั้นที่สามารถขับไล่ความมืดออกไปได้ และแสงสว่างนั้นอยู่ในตัวเราทุกคน'" วิลเฮล์มพยักหน้าช้าๆ "เหมือนที่ยามคนนั้นพูด...แสงจากคฑาของนางฟ้า" เขาชี้ไปที่ภาพวาดของเธอที่นางฟ้ากำลังถือคฑาเปล่งแสงนวล "มันไม่ใช่แค่ของวิเศษ แต่มันคือสิ่งที่เรามีอยู่ในใจ...แสงสว่างที่แท้จริง" เลน่ามองวิลเฮล์ม ดวงตาของเธอสะท้อนแสงไฟสลัวจากโคมไฟ เกิดเป็นประกายแห่งความเข้าใจ "คฑาแห่งแสงสว่าง" เธอพูดเบาๆ ราวกับถ้อยคำนั้นเป็นมนตรา "มันคือพลังของเราเองที่จะเผชิญหน้ากับความกลัว แล้วเปลี่ยนมันให้เป็นความหวัง...เป็นแสงที่นำทางเราไป" วิลเฮล์มก้มลงมองภาพวาดของเขาอีกครั้ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้ง และความกลัวที่เคยมีก็จางหายไป "นั่นหมายความว่าเราไม่ต้องกลัวเงาพวกนั้นอีกแล้วสิ" เลน่ายิ้มกว้าง แสงไฟสลัวในห้องทำให้รอยยิ้มของเธอดูนุ่มนวลและอ่อนโยน "ใช่เลยวิลเฮล์ม เราจะไม่กลัวอีกต่อไป" เธอยืนขึ้นอย่างกระฉับกระเฉง พลางเก็บรวบรวมดินสอสีและกระดาษวาดเขียนที่กระจัดกระจาย "ถึงเวลาไปรวมกับเพื่อนๆ แล้ว...ไปสร้างแสงสว่างของเราเอง"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD