ฝันร้ายที่ยังคงอยู่

1127 Words
ในเย็นวันนั้นเอง วิลเฮล์มรู้สึกราวกับมีก้อนน้ำแข็งก้อนใหญ่ถ่วงอยู่ในอก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ราวกับจะหลุดออกมาจากซี่โครงทุกเมื่อยามนึกถึงเหตุการณ์สยองขวัญที่เพิ่งประสบพบเจอพร้อมกับเพื่อนๆ เมื่อตอนบ่าย ความหวาดกลัวเกาะกินอยู่ในทุกอณูของความรู้สึก แต่กระนั้น เขาก็กัดฟันพยายามอย่างสุดกำลังที่จะซ่อนเร้นความพรั่นพรึงนี้ไว้ภายใต้เปลือกนอกที่ดูสงบ เพื่อไม่ให้ดวงตาที่เปี่ยมด้วยความห่วงใยของคุณย่าต้องฉายแวววิตกกังวล เขาบังคับตัวเองให้ขยับกายไปมาอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด ราวกับว่าโลกใบนี้ยังคงหมุนไปอย่างปกติสุข แม้ในใจจะรู้ดีว่ามันไม่เป็นเช่นนั้นเลย คุณย่ากำลังง่วนอยู่กับการเตรียมมื้อค่ำในครัว กลิ่นหอมฉุนของเครื่องเทศที่ถูกคั่วจนหอมกรุ่นลอยอวลไปทั่วทุกซอกมุมของบ้าน ผสมผสานกับกลิ่นอายอบอุ่นของซุปที่กำลังระอุ ช่างเป็นกลิ่นที่ปลอบประโลมใจได้อย่างประหลาด วิลเฮล์มก้าวเท้าเข้าสู่ห้องครัวอย่างเชื่องช้า แต่ละย่างก้าวดูหนักอึ้งราวกับมีโซ่ตรวนมองไม่เห็นรั้งไว้ เขาประสานมือไว้ด้านหลัง ลำตัวเกร็งเล็กน้อย คล้ายเด็กน้อยที่ถูกเรียกมาสารภาพความผิดที่มิอาจปกปิดได้อีกต่อไป "คุณย่าครับ..." เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน ราวกับเสียงกระซิบของสายลมที่พัดผ่านรอยแยกของหน้าต่าง คุณย่ายังคงก้มหน้าก้มตาผัดผักในกระทะ เสียงฉ่าของน้ำมันกับเสียงสับของมีดที่กระทบเขียงไม้ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เป็นท่วงทำนองประจำของยามเย็นในบ้านหลังนี้ "ว่าไงจ๊ะหลานรัก มีอะไรหรือเปล่า" คุณย่าเอ่ยถามโดยไม่หันมามอง แต่แววตาของผู้เฒ่าก็ยังคงจับจ้องไปที่การเคลื่อนไหวของหลานชายผ่านหางตา "ผมกับลาร์ส... แล้วก็โกรัน... เราเจอเรื่องแปลกๆ ตอนเดินกลับจากเนินเขาครับ" คำพูดของวิลเฮล์มติดขัด ราวกับมีก้อนอะไรบางอย่างจุกอยู่ที่ลำคอ คราวนี้คุณย่าหยุดมือจากการผัดผัก วางตะหลิวไม้ลงบนขอบกระทะอย่างแผ่วเบา แล้วหันมามองหลานชายด้วยใบหน้าอันเปี่ยมด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลาอย่างสนใจ ดวงตาคู่เดิมที่เคยเต็มไปด้วยความอ่อนโยน บัดนี้ฉายแววบางอย่างที่อ่านไม่ออก "แปลกอย่างไรหรือจ๊ะหลานรัก" "หมาป่า...ตัวใหญ่เท่ารถม้าเลยครับคุณย่า!" วิลเฮล์มเค้นคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก ภาพของสัตว์ร้ายยังคงติดตา ไม่ว่าเขาจะพยายามสลัดมันทิ้งไปอย่างไรก็ตาม "ดวงตาของมันเป็นสีอำพันในความมืด มันจ้องมองมาที่พวกเรา เหมือนจะกินเราทั้งเป็นเลยครับ" วิลเฮล์มกล่าวต่อ เสียงของเขาเริ่มสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด ความกลัวที่พยายามกดทับไว้เริ่มปะทุขึ้นอีกครั้ง คุณย่าวางตะหลิวลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อน เสียงกระทบกันเบาๆ แต่กลับดังก้องในความเงียบงันของห้องครัว "แล้วพวกเธอก็วิ่งหนีเอาตัวรอดมาได้สินะ"ประโยคของคุณย่าไม่ใช่คำถาม หากแต่เป็นคำกล่าวที่เต็มไปด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง "ใช่ครับ คุณย่า!" วิลเฮล์มตอบ พยักหน้าหงึกๆ คุณย่ามีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด ริ้วรอยบนใบหน้าดูเหมือนจะลึกขึ้นกว่าเดิม "หลานเอ๊ย"เธอร้องออกมา น้ำเสียงเจือความห่วงใยจนแทบขาดใจ "นั่นมันเป็นเรื่องใหญ่มากจริงๆ นะ!" "มันเร็วมากเลยครับคุณย่า" วิลเฮล์มเสริม "มันเหมือนเงาที่ถูกกลืนกินไปในความมืด...แล้วมัันก็หายไปอย่างรวดเร็ว​" คุณย่าถอนหายใจยาว พลางหันกลับไปคนผักในกระทะต่ออย่างใจเย็น ทว่าแววตาของเธอกลับฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก "เจ้าพวกหมาป่าเหล่านั้นมักจะปรากฏตัวเมื่อไร้การควบคุม...เมื่อใดที่เส้นแบ่งระหว่างโลกของเรากับโลกของพวกมันบางลง “เสียงของคุณย่าราบเรียบราวกับเธอกำลังเล่าเรื่องดินฟ้าอากาศที่เกิดขึ้นเป็นประจำ แต่แฝงไว้ด้วยน้ำหนักของคำเตือนที่หนักอึ้ง ” เราต้องระวังตัวให้มากกว่านี้ครับ “วิลเฮล์มรับคำ เขาเก็บเรื่องที่เกือบจะถูกหมาป่าตะครุบกลับไปคิดทบทวนอย่างละเอียดอีกครั้งในใจ ภาพเขี้ยวแหลมคมและดวงตาสีอำพันยังคงวนเวียนไม่จางหาย "เนินเขาสีเทาน่ะ ไม่มีใครกล้าเข้าไปโดยที่ไม่จำเป็นหรอกนะ... หลานย่าเอ๊ย ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับหลาน ย่าคงทำใจไม่ได้แน่...หลานยังอายุแค่นี้ ย่าเองก็ยังไม่อยากให้หลานต้องไปอยู่กับพ่อของหลานบนสวรรค์ตอนนี้หรอกนะ" วิลเฮล์มเม้มปากแน่น ประโยคสุดท้ายของคุณย่ากรีดลึกเข้ามาในใจเขาอย่างเจ็บปวด ภาพใบหน้าของพ่อที่เคยเต็มไปด้วยรอยยิ้มปรากฏขึ้นมาในความคิด แต่ก็ถูกแทนที่ด้วยภาพความเจ็บปวดในแววตาของแม่และคุณย่าในวันนั้น เขาไม่อาจทนเห็นใครต้องเป็นทุกข์เพราะเขาอีกแล้ว น้ำเสียงของคุณย่าเจือความกังวลจนสัมผัสได้ถึงความหนักอึ้ง มือที่กุมตะหลิวแน่นสั่นเล็กน้อย บ่งบอกถึงความหวาดหวั่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสงบ "ผมเข้าใจแล้วครับคุณย่า" เขาตอบ ดวงตาคมกริบเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างยามพลบค่ำที่ที่โรยตัวลงมาอย่างช้าๆ เงาของต้นไม้ใหญ่ที่โยกไหวตามแรงลมดูคล้ายกำลังเตือนภัยบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ในความมืดมิดเบื้องนอก "ผมจะไม่ไปที่นั่นอีกแล้วครับ" เขากล่าวหนักแน่น พยายามทำให้คุณย่ามั่นใจในคำพูดของเขา แม้ในใจลึกๆ ก็ยังคงรู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านมาจากความทรงจำอันน่าสะพรึงกลัวนั้น คุณย่ายื่นมือมาลูบผมวิลเฮล์มอย่างแผ่วเบา สัมผัสอบอุ่นซึมผ่านเส้นผมเข้าสู่หนังศีรษะ ราวกับพยายามปัดเป่าความหวาดกลัวที่เกาะกุมใจของเขา แสงสุดท้ายของวันสาดส่องเข้ามาในครัว แต้มสีส้มจางๆ บนใบหน้าของทั้งสอง เงาของหม้อที่แขวนบนผนังเต้นระริกราวกับมีชีวิต เสียงลมพัดหวีดหวิวลอดลอดผ่านหน้าต่างที่เปิดอยู่ สอดประสานกับเสียงถอนหายใจหนักอึ้งของคุณย่า "ย่าแค่อยากให้มันไม่เกิดขึ้นอีก... ไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ความสูญเสียซ้ำรอย" น้ำเสียงของคุณย่าพร่าเลือน ความหมายของคำพูดทิ้งร่องรอยคำถามไว้ในใจของวิลเฮล์ม แต่เขาเลือกที่จะเก็บงำมันไว้ชั่วขณะ เพราะในวินาทีนั้น สิ่งที่สำคัญกว่าคือการรับรู้ถึงความรักและความห่วงใยที่แผ่ซ่านจากผู้เฒ่าที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD