วิลเฮล์มรู้สึกถึงความว่างเปล่าเย็นยะเยือกในอกอีกครั้งเมื่อเลน่าโบกมือลาและเร่งฝีเท้าจากไปอย่างรวดเร็วราวกับจะทิ้งบางสิ่งไว้เบื้องหลังในห้องโถงจัดแสดงภาพวาด เขาหันไปมองภาพ "เงาลึกลับ" ที่เลน่าบรรจงแต่งแต้มอีกครั้ง แสงไฟสาดกระทบลงบนผืนผ้าใบสะท้อนแววตาที่จ้องมองกลับมา ราวกับจะย้ำเตือนถึงสิ่งที่พร่องไปในใจ เขากดความรู้สึกหนักอึ้งนั้นลงด้วยการถอนหายใจเฮือกใหญ่ ชาร์ล็อตตบไหล่เขาเบาๆ สัมผัสที่อบอุ่นนั้นช่วยดึงเขากลับมาจากห้วงความคิดได้บ้าง
"อย่าคิดมากเลยน่า พวกเรายังอยู่ตรงนี้" ชาร์ล็อตกระซิบปลอบโยน เสียงของเธออ่อนโยนแต่หนักแน่น
"ฉันรู้" วิลเฮล์มตอบ น้ำเสียงแบนราบจนแทบไร้อารมณ์ "แต่เรื่องพวกนั้นมันยังติดอยู่ในหัว... เหมือนเงาที่ตามหลอกหลอน" เขาพึมพำ ดวงตาเหม่อลอยไปยังจุดที่เลน่าเคยยืนอยู่
ชาร์ล็อตถอนหายใจหนักกว่าเดิม เธอเข้าใจความรู้สึกนั้นดี "บางทีเราก็แค่ต้องการเวลาที่จะเข้าใจมัน... กลับไปดูภาพของเธอก่อนดีกว่าไหม" เธอเสนอเบาๆ พยายามเปลี่ยนเรื่องเพื่อให้วิลเฮล์มหลุดพ้นจากภวังค์
"อืม" เขาตอบรับเสียงแผ่วเบาและยอมเดินตามเพื่อนไปอย่างเชื่องช้า
"รูป 'ขจัดความกลัว' น่ะ" ชาร์ล็อตชี้ไปที่ผลงานสามสีทึมๆ ของวิลเฮล์มที่ดูเหมือนจะสะท้อนความมืดหม่นในใจเขา "เธอวาดมันได้สมจริงมากเลยนะวิลเฮล์ม"
วิลเฮล์มพยักหน้าช้าๆ ดวงตาเขาจับจ้องไปที่หมาป่าสีดำสนิทในภาพ แววตาของมันเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด "ความโกรธมันช่วยให้เราตัดสินใจได้รวดเร็วกว่าความกลัวจริงๆ นั่นแหละ" เขาพึมพำราวกับพูดกับตัวเอง "ตอนนั้น... เราต้องเลือกที่จะสู้"
"อย่างน้อยก็ตอนนั้นล่ะ" ชาร์ล็อตเน้นย้ำ พลางตบไหล่วิลเฮล์มเบาๆ อีกครั้ง "มันทำให้เราผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดมาได้"
วิลเฮล์มพยักหน้าช้าๆ "ตอนนั้นเราสู้สุดใจเลยจริงๆ นะ เหมือนไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว" ความทรงจำเหล่านั้นยังคงสดใหม่ในใจเขา
"แล้ว 'ใครจะมอบพลังวิเศษให้พวกเราได้บ้างนะ?'" ชาร์ล็อตอ่านข้อความใต้ภาพ ซึ่งเป็นคำถามที่วิลเฮล์มเคยเขียนไว้ "เธอยังเชื่อเรื่องพลังวิเศษอยู่หรือเปล่าวิลเฮล์ม" เธอถามพร้อมกับมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา
"ฉันเชื่อในพลังที่เราสร้างเอง" วิลเฮล์มตอบอย่างหนักแน่นขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงเริ่มกลับมามีชีวิตชีวา "พลังที่จะลุกขึ้นยืนใหม่ พลังที่จะไม่ยอมแพ้"
"นั่นแหละคือสิ่งที่สำคัญที่สุด" ชาร์ล็อตกล่าวเน้นเสียง เธอหันไปสบตาเพื่อนอย่างจริงจัง "เราไม่ต้องรอใครมาช่วยเราเสมอไปหรอก เรามีกันและกัน มีพลังในตัวเราเอง"
วิลเฮล์มพยักหน้าช้าๆ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ความรู้สึกว่างเปล่าเริ่มถูกแทนที่ด้วยความหวังเล็กๆ "ฉันหวังว่าพวกเราจะแข็งแกร่งขึ้นหลังจากวันนี้... แข็งแกร่งพอที่จะเผชิญหน้ากับเงาเหล่านั้นได้"
"ฉันเชื่อว่าเราจะแข็งแกร่งกว่าเดิมแน่นอน" ชาร์ล็อตย้ำ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและกำลังใจ
"พวกเราต้องเข้มแข็งไว้" วิลเฮล์มกล่าว พลางกวาดสายตาไปยังภาพวาดของเลน่าอีกครั้งด้วยสีหน้าครุ่นคิด
"แน่นอน" ชาร์ล็อตตอบ มองตามสายตาเขาไปที่ผนังนั้นอย่างครุ่นคิด "ตอนนี้เรากำลังอยู่ในอุโมงค์ที่มืดมิด แค่เดินไปเรื่อยๆ แล้วเราก็จะเจอทางออกที่มีแสงสว่างส่องเข้ามา หรือบางทีอาจจะมี 'นกสีน้ำเงิน' บินเข้ามาทักทายเราด้วยก็ได้นะ" เธอพูดพร้อมรอยยิ้มบางๆ
วิลเฮล์มหัวเราะคิก "เฮ้ เธอจำคำพูดแบบนี้มาจากเลน่ารึไง" แววตาของเขาดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
ชาร์ล็อตกอดอกพลางยักไหล่ "ก็แหงล่ะ ก็เลน่าชอบอ่านเรื่อง 'นกสีน้ำเงิน' เป็นพิเศษ เธอก็เลยจำคำพูดจากนิยายเล่มนั้นมาใช้เสมอ" เธอหยุดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง "บางทีเลน่าก็ทิ้งคำพูดเหล่านั้นไว้ให้เรา... เพื่อให้เรามีความหวัง"
วิลเฮล์มมองไปยังภาพ "เงาลึกลับ" อีกครั้ง แต่คราวนี้แววตาของเขาไม่ได้มีแต่ความว่างเปล่าอีกต่อไป มันมีความเข้าใจและความมุ่งมั่นแฝงอยู่ เขาพยักหน้าช้าๆ พลางหันไปยิ้มให้ชาร์ล็อต "ขอบคุณนะชาร์ล็อต" เสียงของเขาอบอุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความสัมพันธ์ของเพื่อนทั้งสองยิ่งแข็งแกร่งขึ้นในความเงียบงันของห้องโถงที่กว้างขวางแห่งนี้