คืนนั้นเอง ท่ามกลางแสงไฟสลัว อิงเกอร์นั่งลงบนขอบเตียงของลูกชายทั้งสอง เธอลูบผมนาธาเนียลเบาๆ ก่อนจะเริ่มเล่าถึงทริปไปทำงานที่ลอนดอนที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เสียงของเธอนุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในใจ นาธาเนียลตัวน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ อิงเกอร์ น้ำตาคลอเบ้าทันที ดวงตากลมโตสั่นระริก เพราะใจหายที่ต้องห่างแม่ไปตั้งหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ
"ไม่ต้องกลัวนะทีี่รัก" อิงเกอร์ปลอบโยนอย่างอ่อนโยน เธอโอบกอดลูกชายเข้ามาใกล้ "คุณย่าจะมาอยู่เป็นเพื่อนลูกกับวิลเฮล์มตอนแม่ไม่อยู่ ลูกจะได้สนุกกับคุณย่าเยอะแยะเลย แม่รับรอง" เสียงของเธอพยายามให้มั่นคงที่สุด แต่แววตาแห่งความห่วงใยนั้นปกปิดไม่มิด
"แต่ผมอยากอยู่กับแม่นี่นา" นาธาเนียลสะอึกสะอื้น ซบหน้าลงกับอกแม่ กลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำตัวของแม่ทำให้เขายิ่งรู้สึกอบอุ่น แต่ก็ยิ่งตอกย้ำว่าอีกไม่นานกลิ่นนี้จะห่างหายไป
"แม่รู้จ้ะลูกรัก" อิงเกอร์ลูบแผ่นหลังเล็กๆ อย่างปลอบประโลม "แต่บางทีแม่ก็ต้องไปทำงานนะจ๊ะ มันเป็นหน้าที่ของแม่" เธออธิบายด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ลูกเข้าใจ "แต่แม่จะโทรหาลูกทุกวันเลยนะ เราจะได้คุยกันว่าลูกกับคุณย่าทำอะไรสนุกๆ บ้างตอนแม่ไม่อยู่ แม่จะเล่าเรื่องที่ลอนดอนให้ฟังด้วยดีไหม?"
วิลเฮล์มผู้เป็นพี่ชาย เข้าใจสถานการณ์มากกว่าน้อง เขานั่งฟังเงียบๆ มาตลอด ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือน้องชายเบาๆ แล้วหันไปมองแม่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรับผิดชอบ "เดี๋ยวผมช่วยคุณย่าดูแลนาธาเนียลเองครับแม่" เขากล่าวอย่างหนักแน่น "ไม่ต้องห่วงเลยครับ ผมว่าพวกเราเอาอยู่สบายๆ"
อิงเกอร์ยิ้มกว้างให้ลูกชายคนโต หัวใจของเธอพองโตด้วยความภูมิใจในความรับผิดชอบและความเป็นผู้ใหญ่ของเขา "ขอบใจนะวิลเฮล์ม ลูกเป็นเด็กดีมากจริงๆ" เธอดึงวิลเฮล์มเข้ามากอดพร้อมๆ กับนาธาเนียล "แต่ก็อย่าลืมว่าลูกก็ยังเด็กอยู่เหมือนกันนะ สนุกให้เต็มที่ตอนแม่ไม่อยู่ แค่ช่วยคุณย่าเล็กๆ น้อยๆ ก็พอแล้วนะ โอเคไหม?"
วิลเฮล์มพยักหน้ารับปากอย่างตั้งใจ ดวงตาเป็นประกาย "ไม่ต้องห่วงครับแม่ พวกเราโอเคแน่นอน" เขาพูดอย่างมั่นใจ ราวกับจะบอกว่าแม่ไม่ต้องกังวลสิ่งใด
อิงเกอร์กอดลูกชายทั้งสองคนแนบแน่นอีกครั้ง รู้สึกขอบคุณที่ลูกเข้าใจและให้กำลังใจเธอถึงเพียงนี้ "แม่โชคดีมากๆ ที่มีลูกชายที่น่ารักและเข้มแข็งขนาดนี้" เธอกล่าวด้วยความภาคภูมิใจในครอบครัวเล็กๆ ของเธอ "แม่จะคิดถึงลูกมากๆ เลยนะ แต่เดี๋ยวแม่ก็กลับมาแล้ว แป๊บเดียวเองจริงๆ"
อิงเกอร์กอดรัดลูกชายทั้งสองแน่นขึ้นไปอีก กลิ่นน้ำหอมของเธอโอบล้อมวิลเฮล์มกับนาธาเนียลไว้ราวกับเกราะป้องกัน เสียงหัวใจของแม่เต้นแผ่วๆ ชิดกับใบหูของวิลเฮล์ม เขาสูดกลิ่นอบอุ่นประจำตัวของแม่เข้าเต็มปอด พยายามจดจำความรู้สึกนั้นไว้ให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ นาธาเนียลซบหน้ากับไหล่แม่ สะอื้นเบาๆ คล้ายเด็กน้อยไม่ต้องการพรากจากอ้อมกอดนี้ วิลเฮล์มลูบหัวน้องชายเบาๆ พลางเงยหน้ามองดวงตาที่เต็มไปด้วยความรักและความห่วงใยของอิงเกอร์ ความโหยหาสะท้อนในแววตาคู่นั้นอย่างชัดเจน แม้ริมฝีปากจะยังคงคลี่ยิ้มให้ลูก อิงเกอร์ผละออกช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง ลากมือลูบไล้แก้มของลูกชายแต่ละคนอย่างอ่อนโยน ราวกับจะซึมซับความรู้สึกของผิวสัมผัสไว้ เธอมองวิลเฮล์ม ส่งยิ้มบางๆ ที่มุมปากก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยราวกับจะบอกว่า "แม่ไว้ใจลูกนะ"
วิลเฮล์มเม้มปากแน่น มองตามแผ่นหลังของแม่ที่เดินออกจากห้องไปอย่างช้าๆ จนกระทั่งประตูห้องปิดสนิท เสียงปิดประตูดัง 'ปึ้ก' ก้องอยู่ในความเงียบงัน เขามองเห็นนาธาเนียลยังคงนั่งนิ่ง ดวงตาแดงก่ำจ้องมองกำแพงว่างเปล่าอย่างเลื่อนลอย โกรันกับเพื่อนๆ คงต้องรอการท้าทายบนเนินเขาสีเทาไปก่อน เพราะตอนนี้วิลเฮล์มมีภารกิจที่สำคัญกว่ารออยู่ตรงหน้า ภารกิจที่ต้องดูแลหัวใจดวงน้อยๆ ของน้องชายและเป็นหลักให้กับคุณย่าในยามที่แม่ไม่อยู่