เรื่องราวฤดูร้อน... ที่ถูกความมืดมิดกลืนกิน

886 Words
แม้เงามืดของฤดูหนาวยังไม่ทันแผ่ปกคลุมเต็มที่ แต่เกล็ดหิมะแรกก็โปรยปรายลงมาอย่างแผ่วเบา ราวกับจะเตือนถึงบางสิ่ง วิลเฮล์มยืนเตะบอลกับผองเพื่อน โยนัส โกรัน เซบาสเตียน และลาร์ส แต่จิตใจของเขาหาได้จดจ่ออยู่กับเกมไม่ ภาพเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวเมื่อวานยังคงวนเวียนหลอกหลอนอยู่ในห้วงความคิด เหตุการณ์ที่เขา โกรัน และลาร์สต้องเผชิญหน้าบนเนินเขาสีเทามรณะแห่งนั้น "หมายความว่า...พวกนายกล้าไปที่เนินเขาสีเทาเมื่อวานนี้จริง ๆ เหรอ?" เซบาสเตียนเอ่ยถาม น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความไม่เชื่อและแววตาที่เบิกกว้างด้วยความตกใจ "ที่ที่พ่อแม่ทุกคนห้ามไม่ให้เข้าใกล้น่ะเหรอ?" วิลเฮล์มพยักหน้าช้า ๆ ใบหน้าซีดเผือดราวกับเลือดฝาดถูกสูบออกไป "ใช่ แต่ฉันไม่เคยคิดเลยว่ามันจะมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น" เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน ราวกับกำลังกระซิบกับเงาของตัวเอง "เราเจอหมาป่าสีเทาดำตัวใหญ่มหึมาเกือบเท่ารถม้าแน่ะ" โกรันเสริม น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ดวงตาเหม่อลอยคล้ายยังคงติดอยู่ในฝันร้าย "มันไม่ใช่หมาป่าธรรมดา มันตัวใหญ่จนน่ากลัว ขนของมันดำสนิทเหมือนความมืด​ในตอนกลางคืน​ยังไงอย่างงั้นเลย แล้วก็ดวงตาของมันเนี่ย โอ้โห อย่าให้ฉันเล่าเลยมันจ้องมาที่พวกเราเหมือนไฟนรกแผดเผายังไงไม่รู้ พูดแล้วยังขนลุก​ไม่หายเลย" เขาตัวสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ โยนัสถอนหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้าเคร่งขรึม "พวกนายรู้ไหมว่าไม่มีใคร...ไม่มีใครเลยที่กล้าผ่านเข้าไปในบริเวณนั้นน่ะ" เขาเน้นย้ำทุกคำด้วยความจริงจัง "พ่อฉันเคยเล่าว่าที่นั่นมีอาถรรพ์​ซ่อนอยู่ อันตรายที่เก่าแก่กว่าป่าทั้งผืนซะอีก และมันไม่ใช่แค่สัตว์ร้ายธรรมดา ๆนะ แต่มันคือปิศาจ​ร้ายเลยล่ะ" "คราวก่อนมีคนตัดไม้ใจกล้าเข้าไปตัดไม้สนที่นั่น" เซบาสเตียนเล่าต่อ เสียงของเขาเบาลง คล้ายกำลังเล่าเรื่องผีข้างกองไฟ "เขาหายตัวไปนานสามวัน ก่อนที่จะมีคนไปพบศพของเขา ถูกต้นไม้โค่นทับจนเสียชีวิต​ แต่บางคนก็ว่า บางทีมันไม่ใช่แค่ต้นไม้ที่ล้มทับหรอกนะ" เขาทิ้งท้ายอย่างน่าขนลุก *กริ๊งงงงงงง!* เสียงกริ่งพักเที่ยงดังลั่น ตัดขาดบรรยากาศตึงเครียดลงชั่วขณะ วิลเฮล์มทิ้งตัวลงนั่งข้างเพื่อน ๆ อย่าง โยนัส โกรัน ลาร์ส และเซบาสเตียน หลังจากเตะบอลบนหิมะจนเหนื่อยหอบ เขาระบายความในใจออกมาอย่างหมดเปลือก "โอ๊ย อยากให้หน้าร้อนมาถึงไว ๆ ชะมัด! จะได้กระโดดลงทะเลสาบเล่นด้วยกันให้สะใจไปเลย ฉันไม่รู้จะต้องทนหนาว ทนกับเรื่องบ้า ๆ พวกนี้ไปอีกนานแค่ไหน" เขาบ่นอุบอิบ ดวงตาฉายแววเบื่อหน่ายกับความหนาวเย็นและเรื่องราวที่เพิ่งประสบพบเจอมา โยนัสพยักหน้าเห็นด้วย "ฉันเองก็คิดถึงตอนว่ายน้ำในทะเลสาบเหมือนกัน น้ำเย็นฉ่ำ ชื่นใจ แต่ตอนนี้เราก็เตะบอลบนหิมะได้นี่นา" เขาพยายามปรับอารมณ์ให้สดใสขึ้น โกรันเสริม แม้แววตาจะยังคงมีความกังวลฉายชัด "แล้วเราก็ไปเล่นสกี เล่นสโนว์บอร์ดได้ด้วย มันก็สนุกไปอีกแบบนะ" เซบาสเตียนพยักเพยิด "พวกเรายังสามารถ​เล่นปาหิมะ ปั้นตุ๊กตาหิมะได้ด้วย ฤดูหนาวก็มีอะไรให้ทำเยอะแยะ ที่จริง​มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอกน่า" เขามองวิลเฮล์มด้วยสายตาที่พยายามปลอบโยน ทันใดนั้น ลีนาและเอ็มม่าก็เดินเข้ามา เด็กผู้หญิงทั้งสองดูเหมือนจะรู้ดีว่าพวกผู้ชายกำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่ ใบหน้าของพวกเธอมีแววอยากรู้อยากเห็นปะปนอยู่ "คุยอะไรกันอยู่เหรอ?" ลีนาถามพลางนั่งลงข้าง ๆ วิลเฮล์ม ดวงตาของเธอจับจ้องที่เขาอย่างไม่วางตา "เราแค่คุยกันว่าคิดถึงตอนลงเล่นน้ำในทะเลสาบ" วิลเฮล์มตอบพร้อมส่งยิ้มให้เธอ แต่รอยยิ้มนั้นดูจะฝืน ๆ กว่าปกติ ลีน่าพยักหน้า "ใช่ ฉันก็คิดถึงเหมือนกัน แต่ถ้าเบื่อ ๆ ก็ไปเล่นสเก็ตน้ำแข็งในทะเลสาบได้นะ แค่ต้องระวังตรงที่น้ำแข็งมันบางหน่อย อาจจะอันตรายถึงชีวิตได้เลยนะ" เธอเน้นย้ำคำว่า 'อันตรายถึงชีวิต' ราวกับจะย้ำเตือนถึงเรื่องราวบนเนินเขาสีเทา เอ็มม่าเห็นด้วย "นั่นก็ดีนะ แล้วเดี๋ยวค่อยไปกินช็อกโกแลตร้อนให้อุ่น ๆ กัน บางทีความหวานอุ่น ๆ อาจจะช่วยให้ลืมเรื่องน่ากลัวไปได้บ้าง" ทุกคนส่งยิ้มให้กัน รอยยิ้มที่ผสมผสานระหว่างความสุขจากมิตรภาพ ความหวังสำหรับฤดูกาลที่จะมาถึง และความหวาดหวั่นที่ยังคงค้างคาอยู่ในใจ ไม่ว่าจะฤดูไหนก็ตาม บางสิ่งบางอย่างในป่าลึกก็ยังคงเฝ้ารอคอยอยู่เสมอ และไม่มีใครรู้ว่ามันคืออะไรกันแน่.
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD