หอพักในโรงพยาบาล...
ตืด ตืด
“…” โมอานิ่งเงียบในคณะที่รอสายจากผู้เป็นแม่ แต่ก็ไม่ได้การตอบรับใด ๆ
“แม่ไม่รับสายเหรอ?”
“อือ คืนนี้แม่อยู่เวรแทนเพื่อน...” เธอพูดหน้าหงอยเพราะเห็นใจผู้เป็นแม่ที่ต้องทำงานหนัก เมื่อเห็นข้อความของแม่ที่ส่งมาบอกกับเธอว่าจะอยู่เวรต่อ ทั้งที่ทำงานมาแล้วแปดชั่วโมงในเวรบ่าย แต่ก็รับอยู่เวรดึกแทนเพื่อน เพราะงานที่มากขึ้นก็ทำให้ได้รับเงินเยอะขึ้นด้วย นั่นคือสิ่งที่ผู้เป็นแม่คิด
“งั้นเอาไงดี เรื่องนี้เราต้องบอกแม่ก่อนนะ” เลย์อิพูดด้วยความเคารพแม่ของโมอา เปรียบเสมือนแม่ของตัวเธอเอง
เพราะเด็กทั้งคู่รู้จักกันตั้งแต่อายุได้เพียงห้าขวบ เนื่องจากโรงพยาบาลอยู่ติดกับบ้านเด็กกำพร้า ที่เลย์อิอาศัยอยู่ตั้งแต่เกิด ทำให้ทั้งสองเห็นหน้ากันบ่อย ๆ แถมโรงเรียนที่สองสาวเรียนก็ยังอยู่ที่เดียวกัน ตั้งแต่อนุบาลจนจบมัธยมปลาย นั่นเลยไม่แปลกที่สองสาวจะมีความผูกพันต่อกันมาก…
“นั่นสิ เอาไงดี...”
“แต่ว่ามันไม่เร็วไปจริง ๆ เหรอโม พรุ่งนี้เช้าเราก็ต้องเดินทางแล้ว...” เลย์อิพูดถามเพื่อนสนิทของเธอถึงการเดินทางกะทันหันนี้
ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วจนทั้งสองคนหวั่นใจ แต่หากไม่รับโอกาสครั้งนี้ไว้ พวกเธอก็คิดว่าคงไม่มีโอกาสครั้งหน้าอีกแล้ว
“มันก็เร็วไปจริง ๆ นั่นแหละ แต่ว่าเราจะหาค่ายที่ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดแบบนี้ได้ที่ไหน ส่วนใหญ่เขาก็รับเด็ก ๆ ที่บ้านรวยมีฐานะไปเป็นเด็กฝึกกันทั้งนั้น...ออดิชันมาเป็นสิบ ๆ ครั้งก็ต้องไปแข่งขันกับเด็ก ๆ ที่เพียบพร้อมกว่า มีแค่หน้าตากับความสามารถแล้วยังไง...”
โมอาพูดตัดพ้อกับชีวิตที่อยู่ในฐานะที่เข้าขั้นยากจนของเธอ และเธอก็พยายามที่จะถีบตัวเองออกจากจุดนี้ เพื่อพาแม่ของเธอไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า แต่มันก็ยากเหลือเกิน…
“...แต่ก็ยังดีที่แกมีแม่นะ” เลย์อิพูดเสียงหงอย
“ฉันขอโทษนะเลย์”
“ขอโทษฉันทำไม”
“ขอโทษที่ฉันพูดอะไรไม่นึกถึงแก...”
“ชั่งเถอะ แกก็รู้ว่าฉันไม่เคยโกรธแก...ว่าแต่เราจะเอายังไงดีกับเรื่องนี้ จะยกเลิกหรือไปต่อดี?”
“...” โมอาเงยหน้าขึ้นมองไปรอบห้องพักขนาดสี่คูณสี่เมตร หอพักในโรงพยาบาลที่เธออาศัยอยู่กับแม่ลำพังตั้งแต่เด็กจนโต และภาพตรงหน้าก็ตอบคำถามของเลย์อิได้ดี
“ฉันอยากออกไปจากที่นี่แล้ว...”
“...ฉันเองก็ไม่อยากอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้าแล้วเหมือนกัน”
“...”
“…” สองสาวนิ่งเงียบและมองหน้ากันอยู่แบบนั้นเป็นนาที
“...งั้นเรารีบเข้านอนกันเถอะ พรุ่งนี้ต้องตื่นไปขึ้นรถแต่เช้า” คำพูดของเลย์อิ แสดงให้โมอาเห็นว่าพวกเธอทั้งสองคนอยากที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตที่เป็นอยู่ตอนนี้ แม้ว่ามันจะทำให้พวกเธอหนักใจไม่น้อย
“พรุ่งนี้ก่อนเดินทาง ค่อยโทรบอกแม่แล้วกันเนอะ...หวังว่าแม่จะเข้าใจนะ”
โมอาภาวนาให้แม่ของเธอเข้าใจกับการตัดสินใจที่ไม่ได้ปรึกษาผู้เป็นแม่ก่อน ด้วยเวลาที่มีให้ไตร่ตรองอย่างน้อยนิด ซึ่งผู้เป็นแม่ก็รับรู้มาตลอดเกี่ยวกับการอยากเป็นศิลปินดังของลูกสาว และผู้เป็นแม่ไม่ได้คิดห้ามกับความฝันของลูก แต่ก็ไม่ได้สนับสนุนถึงขั้นให้ทุน เพราะตัวเธอเองก็ลำบาก จึงได้แต่ปล่อยให้ลูกสาวทำในสิ่งที่รักนั้นด้วยตัวเอง...
@เกาะ YOLO (อาณาจักรของแก๊งโยโล่)
เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของประเทศไต้หวัน ใช้เวลาในการเดินทางจากไทยเพียงแค่สามชั่วโมงเท่านั้น เกาะแห่งนี้มีขนาดพื้นที่ 300 ตร.กม. หรือ187,500ไร่ มีพื้นที่ใหญ่เทียบเท่าครึ่งหนึ่งของกรุงโซล เมืองหลวงของประเทศเกาหลี และมีประชากรอาศัยอยู่ 2,459,565 คน เป็นเกาะที่ไม่ได้อยู่ในการปกครองของประเทศใด ถือสิทธิ์ขาดโดยแก๊งโยโล่ผู้เป็นเจ้าของ
ชื่อYOLO นอกจากจะเป็นชื่อของแก๊งแล้ว ยังถูกนำมาตั้งเป็นชื่อเกาะของเจ็ดเสืออีกด้วย ซึ่งYOLO ย่อมาจากประโยคที่ว่า You only live once มีความหมายว่า เรามีชีวิตอยู่แค่ครั้งเดียวต้องใช้มันให้คุ้มค่า...
ห้องนั่งเล่น ใจกลางคฤหาสน์...
“กำหนดส่งเด็กวันนี้ แต่นี่กูยังไม่เห็นเงาหัวเลย พวกมึงคิดจะลองดีกับกูใช่ไหม!?” ‘ฮาร์ท’ ตะหวาดเสียงเข้มใส่ลูกน้องของตนต่อหน้าเพื่อนร่วมแก๊งทั้งสามคน
“พรุ่งนี้เด็กทั้งสองคนจะถูกส่งตัวมาที่นี่ หลังจากผ่านการตรวจความบริสุทธิ์เสร็จครับท่าน” เขาเองก็ทำงานอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่หลายครั้งที่จับตัวเด็กมาได้ ก็มักจะถูกหลอกเรื่องความบริสุทธิ์ที่ไม่มีอยู่จริงของพวกเธอ จึงต้องเลื่อนกำหนดส่งของออกไปหลายครั้งจนตอนนี้ผู้เป็นนายเริ่มหัวเสีย เพราะเขาทนรอของดีต่อไม่ไหว
“อยากได้ของดีก็ต้องใจเย็นหน่อยสิวะ ลูกน้องมึงกลัวหัวหดหมดแล้ว...” ‘ขุนพล’ คนใจเย็นพูดดับอารมณ์ร้อนของเพื่อนสนิท
“ถ้าพรุ่งนี้ของยังไม่ถึง กูจะจับมึงโยนลงบ่อไอเข้หลังเกาะซะ”
“ครับท่าน ผมจะเร่งให้ทางนั้นส่งเด็กมาให้ถึงที่นี่ก่อนช่วงเย็นนะครับ”
“ไปให้พ้นหน้ากูเลย ไป!”
“ดูท่าไอฮาร์ทมันเอาจริงว่ะ” ‘อาร์เจ’ ชายมาดเข้มพูด
“สงสัยว่าความเ****นจะเข้าครอบงำเฮียนะครับ ฮ่า ฮ่า” ‘เปอร์’ น้องเล็กสุดในบ้านพูดถึงอาการของฮาร์ทพี่ใหญ่ที่เป็นอยู่เวลานี้
“มึงสั่งงานยากแบบนั้น ก็ให้เวลาลูกน้องมึงเฟ้นหาของดีหน่อยสิวะ” อาร์เจพูด
“ใช่ครับ น่าจะให้เวลาพวกมันอีกสักหน่อย...เด็กที่อายุไม่ต่ำกว่าสิบห้า ไม่เกินกว่ายี่สิบแล้วยังบริสุทธิ์อยู่ สมัยนี้จะไปหาแบบนั้นได้ที่ไหน พวกมันเองก็คงทำงานกันอย่างหนักแล้ว…” เปอร์พูดอย่างเห็นใจลูกน้องของฮาร์ท ด้วยความเป็นคนใจดีของเขา
“แค่เดือนเดียวก็นานชิปหายแล้ว มันจะหายากอะไรขนาดนั้นวะ”
“หาเด็กซิง เหมือนงมเข็มในมหาสมุดเลยนะครับเฮีย”
“เหี้ย พูดแล้วก็เงี่ยน เฮ้อ งานนี้พวกมึงได้เห็นกูเ****นตายแน่…” คนหื่นพูดคำที่ตรงกับความรู้สึกของตนเวลานั้นออกมา ก่อนจะทิ้งก้นนั่งลงที่โซฟาเพื่อให้ใจเย็นลงขึ้น ทว่าท่าทางหงุดหงิดของเขาที่เป็นอยู่เวลานี้ กลับทำสามเสือหัวเราะชอบใจกับความบ้ากามที่เสมอต้นเสมอปลายของฮาร์ท
“แดกสาวใช้ในบ้านแทบทุกวัน ยังร้องว่าเงี่ยน กูล่ะยอมใจมึงจริง ๆ” อาร์เจพูดพร้อมกับกระตุกขำ
“ใจเย็นครับเฮีย พรุ่งนี้เย็นเด็ก ๆ ก็คงมาถึงกันแล้ว” เปอร์พูดปลอบใจพี่ใหญ่ ก่อนจะถามถึงเรื่องสำคัญที่เขาไม่รู้ไม่ได้ “…ว่าแต่รอบนี้มีเด็กมากี่คนเหรอครับ?”
“กูสั่งไปแค่สองคน ถ้าสั่งไปสี่คน กว่าจะจับมาได้คบคงได้*ปีหน้าแน่...”
“ฮ่า ๆ มึงนี่มันจริง ๆ เลย” อาร์เจหลุดหัวเราะออกมาเพราะชอบใจคำพูดของเพื่อน
“พวกสาวใช้ก็มีแต่หน้าเดิม ๆ เอาจนเบื่อ...” เขาพูดด้วยความเบื่อหน่าย แม้ว่าแม่บ้านที่ว่าจะเป็นสาวสวยระดับพริตตี้นับสิบชีวิต แต่ก็ไม่อาจมัดใจคนหื่นอย่างฮาร์ทได้เลยสักคน จึงสั่งเปลี่ยนแม่บ้านใหม่ยกเซต และคาดว่าแม่บ้านชุดใหม่จะพร้อมทำงานในเร็ว ๆ นี้
“ได้มาสองคนแบบนี้จะแบ่งกันยังไง?” ขุนพลเอ่ยถามถึงส่วนแบ่งที่เขาควรจะได้รับ
“จะไปยากอะไรว่ะ ก็หนึ่งต่อสองไง” ฮาร์ทพูด
“มึงนี่มันโหดเหี้ยมจริง ๆ ให้เด็กซิงรับงานพร้อมกันสองคนเนี่ยนะ”
“หรือมึงไม่เอา?”
“เอาดิวะ” ขุนพลพูดพร้อมยกยิ้มเจ้าเล่ห์
แน่นอนว่าไม่มีใครในสี่คนนี้อยากปฏิเสธทางเลือกสุดท้ายนี้อยู่แล้ว เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกเร้าใจ กับการได้ใช้ผู้หญิงประดับบารมีร่วมกัน แถมยังเป็นเด็กบริสุทธิ์ที่หายากในยุคนี้ จากที่ปกติแล้วทุกคนจะมีผู้หญิงประดับบารมีเป็นของตัวเอง และคอยดูแลรับใช้ไม่ห่างตลอดสามเดือน หรือแล้วแต่ความพึงพอใจของชายทั้งสี่
“งั้นกูจับคู่กับไอเปอร์แล้วกัน พวกมึงก็จับคู่กันไป...” ฮาร์ทพูดแจงถึงส่วนแบ่งของทุกคน ซึ่งทั้งหมดก็พยักหน้ารับเพราะมีความเห็นที่ตรงกัน
นอกจากสี่คนที่อาศัยอยู่ที่เกาะแห่งนี้แล้ว ยังมีสมาชิกของแก๊งโยโล่อีกสามคนที่เป็นตัวการหลักของแก๊งและมีชื่อเป็นเจ้าของเกาะแห่งนี้เช่นกัน ซึ่งเวลานี้ทั้งสามคนปักหลักอยู่ที่ไทย นั่นคือ ‘ลูก้า’ มาเฟียค้าอาวุธ ‘วีเดน’ มาเฟียสถานบันเทิง และ ‘เจได’ มาเฟียคาสิโนและเว็บพนันออนไลน์
ทั้งเจ็ดคนเป็นเพื่อนพี่น้องร่วมอุดมการณ์ ถึงจะไม่ใช่พี่น้องกันทางสายเลือดแต่ก็สนิทกันไม่ต่างจากพี่น้องแท้ ๆ ที่คลานตามกันออกมา พวกเขาเติบโตมาพร้อมกับความคิดที่อยากเป็นใหญ่เหมือน ๆ กัน ทั้งเจ็ดคนจึงร่วมมือกันทำงานและสร้างแก๊งนี้ขึ้นตั้งแต่อายุยังน้อย โดยไม่สนว่างานที่ทำจะเป็นงานถูกหรือผิดกฎหมาย ขอเพียงแค่มันสามารถสร้างรายได้ให้แก๊งของพวกเขาอย่างมหาสาร และพ่วงมาด้วยอำนาจที่ไม่ว่าจะไปที่แห่งหนไหนก็ต้องมีคนก้มหัวให้กับความยิ่งใหญ่ของพวกเขา...
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] • [Follow the next episode]
• เพิ่มเข้าชั้น • กดหัวใจ • คอมเมนท์ •กดติดตาม และฝากซัพพอร์ตนักเขียนด้วยนะครับ~