ซูลี่เดินไปเรื่อยๆ นางอยากชมบรรยากาศของเมืองนี้ และบ้านเรือน รวมถึงผู้คนในยุคสมัยนี้ว่าเป็นเช่นไร
บรรยากาศค่อนข้างดี อากาศบริสุทธิ์ไม่มีมลพิษเฉกเช่นในโลกของนาง ซูลี่พยายามหยิกตนเองหลายครั้งเผื่อว่านางอาจจะแค่ฝันไป แต่หยิกตนเองทีไรกลับมีความเจ็บปวดขึ้นมาทุกที
ตอนนี้นางจึงยอมรับแล้วว่าตนเองได้ทะลุมิติมายังโลกของนิยายเรื่อง ลิขิตสวรรค์ จริงๆ นางดีใจมาก การอยู่ในกฎเกณฑ์หรือกฎระเบียบที่เคร่งครัดตอนเป็นทหาร มันทำให้นางไม่มีอิสระอันใดมากมายนัก
แต่ตอนนี้นางเป็นอิสระแล้ว นางจะทำตามใจตนเอง โบยบินไปสู่อิสระเสรี อย่างเช่นนกน้อยที่นางเคยมองมัน ไม่ใช่ว่าชีวิตทหารไม่ดี แต่การที่ต้องอยู่ในกรอบเกือบจะตลอดเวลา มันย่อมทำให้การใช้ชีวิตของนางหายไปครึ่งนึง
เอาล่ะตอนนี้นางมิได้เป็นทหารแล้ว และนางก็ยังโสดไม่มีพันธะอันใด การจะหาสามีสักคน ก็คงจะมิใช่เรื่องยากแล้ว นางต้องไม่ขึ้นคานอย่างแน่นอน มันจะต้องมีบุรุษสักคนที่เหมาะสมกับนาง เอาไว้รอให้ถึงเวลานั้นก่อนแล้วค่อยว่ากัน
ซูลี่ต้องการเพิ่มพูนเงินจากที่มีอยู่ตอนนี้ ให้มากขึ้น นางจ่ายไปถึงหนึ่งตำลึงเงิน เพราะซื้อของกินอีกหลายอย่าง ตอนนี้ยังเหลืออยู่สิบเก้าตำลึงเงิน
จะทำเช่นไรให้เงินเพิ่มขึ้น โดยที่ไม่ต้องเหนื่อยให้มาก ระหว่างที่นางกำลังเดินขบคิดอยู่นั้น ดวงตาใบหลิวก็มองเห็นป้ายด้านหน้าที่เขียนว่า โรงพนันเฟยเจิน
"โบยบินสู่ทรัพย์สมบัติเช่นนั้นหรือ? น่าสนนี้"
โบยบินสู่ทรัพย์สมบัติคือความหมายของชื่อโรงพนันเฟยเจิน ซูลี่ไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปด้านในของโรงพนันทันที
ที่นี่ค่อนข้างกว้างขวาง ภายในมีผู้คนมากมาย กำลังก้มหน้าก้มตาเล่นการพนันกันอย่างจริงจัง บางคนดูเหมือนจะสิงสถิตอยู่ที่นี่มาหลายวันแล้ว ซูลี่ไม่เคยเล่นการพนันมาก่อน
นางอยากจะลองเสี่ยงกับโชคชะตาดูบ้าง ซูลี่เดินเข้าไปในวงพนันที่เหมือนกำลังเสี่ยงทายลูกเต๋า นางสอบถามท่านป้าข้างๆ ท่านป้าบอกว่าการเดิมพันมีแบบ สูง ต่ำ คือการเดิมพันแต้มรวมของลูกเต๋าทั้งสามลูก
แล้วหากแต้มผลรวมของลูกเต๋าอยู่ที่ระหว่างสามถึงสิบแต้ม จะถือว่า ต่ำ และหากแต้มผลรวมของลูกเต๋านั้นอยู่ที่ระหว่าง สิบเอ็ดถึงยี่สิบจะถือว่าสูง
ส่วนการเดิมพันสิบเอ็ดคือการเดิมพันแต้มรวมของลูกเต๋านั้น จะต้องมีผลรวมอยู่ที่สิบเอ็ดถึงจะถือว่าการเดิมพันชนะ
ลูกเต๋าสมัยนี้หน้าตามันก็แปลกประหลาดจริงๆ นางยืนดูผู้คนเสี่ยงทายอยู่สักพัก หากทายถูกสูงหรือต่ำจะได้สองเท่า ทว่าหากลูกเต๋าออกที่สิบเอ็ดจะได้เงินถึงห้าเท่าจากที่วางเดิมพัน
ซูลี่หยิบเงินออกมาหนึ่งตำลึงเงิน นางวางลง ผู้คนก็หันมามองนาง ลงพนันครั้งแรกถึงหนึ่งตำลึงเงิน มิใช่น้อยๆ
"สิบเอ็ดแต้มเจ้าค่ะ"
"สิบแต้ม"
"ห้าแต้ม"
ผู้คนก็เริ่มเสี่ยงทายกัน เมื่อลูกเต๋าถูกเขย่าเสร็จ ก็ถึงเวลาเปิดดูว่าออกเลขอะไร ผู้คนต่างลุ้นกันจนตัวโก่ง
"สิบเอ็ดแต้ม"
ซูลี่ยังคงยืนมึนงงอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อมีคนนำเงินมาวางไว้ตรงหน้าของนางถึงห้าตำลึงเงิน นางก็รีบเก็บเข้ากระเป๋าทันที
"เจ้านี่ดวงดีจริงเชียว ข้าเล่นมาตั้งนานไม่เคยทายได้ออกสิบเอ็ดแต้มเลย"
"อาจจะบังเอิญเจ้าค่ะ"
ซูลี่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม เมื่อจะถึงรอบต่อไป นางก็วางเงินเดิมพันไว้ที่สิบตำลึงเงิน ทุกคนก็รีบหันมามองนาง พร้อมกับเอ่ยต่างๆ นาๆ ว่าคงจะเป็นมือใหม่ ประเดี๋ยวก็คงจะหมดตัว นางก็อยากลองเสี่ยงดูสักตั้ง
"สองแต้ม"
"สิบสองแต้ม"
"หกแต้ม"
ผู้คนต่างทายเลขของตนเอง
"สิบเอ็ดแต้มเจ้าค่ะ"
ซูลี่ทายเลขสิบเอ็ดอีกครั้ง
"นี่นังหนู ข้าว่ามันไม่ออกอีกครั้งแน่นอน เลขนี้มันไม่ค่อยออกหรอก"
ท่านป้าพูดขึ้นมา แต่ซูลี่ก็ยังคงทายเลขสิบเอ็ด เหมือนเดิม พอถึงตอนเปิดดูลูกเต๋าทุกคนก็ตื่นเต้นกันสุดๆ
"สิบเอ็ดแต้ม"
"นังหนูๆ อะ ออกสิบเอ็ด"
ท่านป้าข้างๆ ดีใจไปกับนางด้วย ทุกคนต่างตกตะลึงที่ลูกเต๋ามันออกเลขสิบเอ็ดอีกครั้ง นี่มันไม่เคยเกิดขึ้นเลย
เงินห้าสิบตำลึงถูกนำมาวางไว้ตรงหน้า ซูลี่เก็บเข้ากระเป๋าอีกครั้ง ตอนนี้นางมีอยู่หกสิบสามตำลึงในกระเป๋า
"รอบต่อไปทายได้"
คนที่เขย่าลูกเต๋าเอ่ย
ซูลี่นำเงินออกมาวางไว้หกสิบตำลึงเงิน ทุกคนต่างหันมองนางกันเป็นตาเดียว ไม่มีใครเอ่ยอันใดออกมา ทุกคนลุ้นกันว่านางจะทายเลขอะไร
"สิบเอ็ดแต้มเจ้าค่ะ"
"นะ นังหนูข้าว่ามันไม่ออกหรอก มันไม่เคยออกติดกันสามครั้ง ออกติดกันสองครั้งก็ถือว่าเจ้าดวงดีมากแล้ว เปลี่ยนใจเถิด"
"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านป้า ข้าอยากจะลองเสี่ยงโชคอีกสักครั้ง"
"เช่นนั้นข้าทาย สิบเอ็ดแต้มด้วย"
ท่านป้าก็ทายตามนาง คนอื่นๆ ก็พากันทายสูง ต่ำ ต่างกันไป ทุกคนคิดว่าสตรีเช่นนางคงจะเคยเล่นเป็นครั้งแรก เลยไม่ระมัดระวังตัว พอถูกเข้าหน่อย ก็โลภมาก ประเดี๋ยวก็คงจะหมดตัวเหมือนดั่งเช่นคนอื่นที่ผ่านมา
แต่ซูลี่ไม่ได้สนใจ เมื่อลูกเต๋าถูกทอยเสร็จ คราวนี้ซูลี่รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
"สิบเอ็ดแต้ม"
"นะ นังหนู เจ้าดวงดีจริงๆ"
ท่านป้าที่ทายตามนางก็พลอยถูกไปด้วย เงินสามร้อยตำลึงเงินถูกนำมาวางตรงหน้า ซูลี่รีบเก็บเข้ากระเป๋าทันที
คราวนี้ทุกคนจ้องมาทางนาง ว่านางจะทายเลขอะไรอีก แต่ซูลี่ไม่คิดจะเล่นต่ออีกแล้ว นางเดินออกมา
"อ้าวนังหนู เจ้าไม่เล่นต่อแล้วหรือ"
"เจ้าค่ะท่านป้า ขอบคุณท่านป้าที่ช่วยชี้แนะนะเจ้าคะ ท่านป้าก็รีบกลับบ้านได้แล้วนะเจ้าคะ ที่บ้านมีคนรอคอยท่านป้าอยู่ การพนันเราต้องเล่นอย่างมีสติ"
ซูลี่จับมือของท่านป้าไว้ แล้วยัดเงินให้ท่านป้าสามตำลึง นางเอ่ยเตือนสติท่านป้าได้เท่านั้น หลังจากนี้ก็อยู่ที่ตัวของท่านป้าแล้วว่าจะทำเช่นไรต่อไป
ซูลี่ออกมาจากโรงพนัน จากนั้นนางก็นำเงินเข้าไปเก็บในมิติ ตอนที่นางอยู่ในโรงพนันทุกสายตาจับจ้องนาง ซูลี่รู้ตัวว่ามีคนตามนางมา และไม่หวังดี นางจึงเข้ามาในมิติ แต่หูยังคงได้ยินเสียงภายนอก
"นางหายไปไหนแล้ว เร็วเสียจริง"
"ข้าเห็นนางเดินเข้ามาทางนี้ หายไปเร็วจริงเชียว รีบตามหานาง ข้าต้องรีบใช้เงิน"
คนพวกนี้จะมาปล้นนางชัดๆ แต่ใครจะสนใจ นางไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับใคร ซูลี่คิดว่านางจะอยู่ในมิตินอนให้สบายใจ แล้วค่อยออกไป
นางมิได้กลัวสองคนนั้น แต่นางเบื่อหน่ายจะใช้กำลัง ขอนอนนับเงินสบายๆ ก่อนก็แล้วกัน ซูลี่นั่งมองเงินสามร้อยตำลึงบนโต๊ะ
"ถือว่าข้าก็ดวงดีเช่นกัน"
ซูลี่ยิ้มออกมา คนเราดวงจะดี โชคลาภจะเข้าหาเพียงสามครั้งเท่านั้น นางจึงขอทายเพียงสามครั้ง ก็ไม่คิดว่ามันจะออกตรง ท่านเทพคงเมตตานางสินะ
ซูลี่อยากซ้อมยิงปืนบ้าง นางจึงนำเป้ายิงมาวางไว้หน้าบ้าน แล้วนำปืนไรเฟิลแอคชั่นโบลต์ออกมา ปืนไรเฟิลรุ่นนี้เป็นปืนที่ต้องทำงานด้วยมือ ซึ่งต้องทำการไล่ปลอกกระสุนของกระสุนที่ถูกยิงไปแล้วออก และนำกระสุนใหม่ขึ้นมาในลำกล้องจากแม็กกาซีน
ข้อดีของปืนชนิดนี้คือมีความแม่นยำ เหมาะแก่การยิงในระยะไกลและล่าสัตว์
ซูลี่เริ่มยิงออกไปสามนัดติดต่อกัน เข้าตรงเป้าทุกนัด
"ถือว่าฝีมือยังไม่ตกล่ะนะ"
ซูลี่เปลี่ยนเป้ายิงจากนิ่ง เปลี่ยนเป็นเป้าเคลื่อนที่ นางลองยิงอีกครั้งก็เข้าเป้าทุกครั้ง ไม่มีพลาด ซูลี่หันไปมองธนูที่นางหยิบติดมือขึ้นมาด้วยจากชั้นใต้ดิน เป็นธนูแบบโบราณที่ท่านพ่อของนางเคยให้ไว้อีกเช่นกัน
ท่านพ่อของนางที่เป็นนักโบราณคดี เวลาขุดเจออะไรก็ชอบเอามาให้นางเสมอ
ธนูคันนี้ก็เช่นกัน ท่านพ่อได้ขุดค้นหลุมศพสุสานหุ่นทหารและม้าจิ๋นซีฮ่องเต้หมายเลขหนึ่ง ได้พบคันธนูสมัยจิ๋นซีที่ทำด้วยไม้ความยาว หนึ่งเมตรสี่ และยังมีหัวลูกศรที่ทำด้วยทองสัมฤทธ์ ซึ่งนับเป็นการค้นพบอาวุธโบราณชนิดนี้เป็นครั้งแรกในสุสานทหารม้าจิ๋นซีอ่องเต้
ท่านพ่อจึงนำมาให้นาง ไม่นำไปให้ทางรัฐ ผลการศึกษาของผู้เชี่ยวชาญธนูบอกว่า คันธนูขนาดเล็กมีระยะยิงไกลประมาณร้อยห้าสิบเมตร
ส่วนระยะยิงของคันธนูขนาดใหญ่ที่ท่านพ่อมอบให้นางมีถึง แปดร้อยเมตร ซึ่งเกินกว่า ปืนอาก้าเอเคสี่เจ็ดของรัสเซียที่มีระยะยิงหวังผลที่ประมาณสี่ร้อยเมตร
ซูลี่มองธนูในมือ นางเคยลองยิงธนูอยู่บ้าง แต่ธนูในมือคันนี้ไม่เคยลอง ซูลี่หยิบลูกศรธนูขึ้นมา สายตาของนางจดจ้องไปยังเป้าหมาย นางง่างสายธนูออกแล้วยิง
ความแม่นยำของนางไม่แพ้การยิงปืนเลย ซูลี่เดินเข้าไปดูเป้ายิงที่ตอนนี้มันค่อยข้างเละ แรงยิงร้ายกาจมาก อีกอย่างสามารถยิงได้ในระยะไกลอีกด้วย นี้มันสุดยอดจริงๆ