ตอนที่5
งานแต่งที่ไม่สมบูรณ์แบบ
หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ตะวันฉายก็ไม่ค่อยอยากจะเข้าใกล้เหนือภพมากเท่าไหร่นัก เธอไม่รู้ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นกับเธอ ใช่แล้วเธอต้องแต่งงานและเป็นเมียของเขาในที่สุด แต่การที่เธอขัดขืนและไม่ยอมนั่นหมายความว่าเธอไม่เต็มใจ
ชุดแต่งงานถูกเรียกมาวัดไซส์ที่บ้านของเธอ เธอไม่อยากออกไปไหนกับเขาสองต่อสองอีกแล้วเพราะกลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้นเหมือนวันนั้น จนมาถึงวันแต่งงาน ทุกอย่างถูกจัดเตรียมขึ้นอย่างยิ่งใหญ่
ที่ห้องแต่งหน้า
ตะวันฉายนั่งแต่หน้าและแต่งตัวภายในห้องเจ้าสาว ตอนนี้ทุกอย่างใกล้เสร็จเรียบร้อยแล้วรอแค่ให้คนมาเรียกตัวออกไปเธอนั่งนิ่งมองกระจกที่สะท้อนคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวตนออกมา มาถึงตอนนี้ก็ยังไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเธอเป็นเรื่องจริง ความฝันหรือเป็นไปตามบทนิยายของนักเขียนกันแน่
อยู่ๆเธอก็ได้ยินเสียงสะอื้นจากห้องข้างๆ ทำให้ตะวันฉายค่อยๆยืนขึ้นเพราะเสียงสะอื้นนั้นค่อยๆดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เธอค่อยๆเดินออกไปและพยายามฟังว่าเสียงร้องไห้นั้นมาจากไหน
เธอเดินตามอย่างนั้นไปจนไปหยุดอยู่ที่ห้องด้านข้าง ประตูปิดไม่สนิท เธอจึงค่อยๆแง้มและมองส่องเข้าไป แต่เธอก็ต้องเบิกตากว้าง เพราะเจ้าบ่าวกำลังยืนกอดผู้หญิงอีกคนที่ร้องไห้อยู่ตรงนั้น
และผู้หญิงคนนั้น ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนคนที่เจอที่ห้างสรรพสินค้า ในวันนั้นนั่นเอง วิรดา ผู้หญิงที่ดูหน้าตาซื่อๆสวยหวาน แต่วันนี้กลับกล้าบุกเข้ามา ถึงห้องแต่งตัวของบ่าวสาว แค่นี้ก็รู้แล้วว่าพี่เหนือภพรักใคร
แต่ตอนนี้เขากำลังจะเข้าพิธี งานกำลังจะเริ่มหากมีใครมาเห็นเข้าจะต้องไม่ดีต่อเขาและข่าวนี้ก็จะแพร่กระจายออกไป ผู้หญิงคนนี้ก็คงไม่ธรรมดาเช่นกัน ไหนว่าเป็นนางเอก แต่ก็อย่างว่าแหละถ้าไม่มีคนให้ท้ายเธอคนนี้ก็คงจะเข้ามาไม่ได้
ตะวันฉายรีบเคาะประตูและเปิดเข้าไปเพื่อให้ทั้งคู่ได้รู้ว่าเธอยืนอยู่ตรงนี้และตอนนี้พี่เหนือภพก็จะไม่ใช่คนโสดอีกต่อไป
"ว้าว! ชู้รักเรือล่มหรือเปล่าเนี่ย" ตะวันฉายพูดออกมา ทำให้ทั้งคู่ที่ยืนกอดกันรีบถอยห่างออกจากกันทันที
"เข้ามาทำไม?" เหนือภพพูดขึ้น
"ตอนแรกก็ว่าจะไม่เข้า แต่พอเห็นอะไรที่ไม่เหมาะไม่ควรก็อยากจะว่ากล่าวตักเตือนสักหน่อย จริงไหมคะคุณวิรดา" ตะวันฉายเอ่ยขึ้นทำให้วิรดารีบก้มหน้าลง
"ถ้าอย่างนั้นขอตัวก่อนนะคะขอโทษด้วยนะคะคุณตะวันฉาย" วิรดาพูดขึ้นเสียงอ่อยๆเหมือนกับรู้สึกผิด แต่ในความรู้สึกของตะวันฉาย เหมือนเสแสร้งยังไงก็บอกไม่ถูก
"ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ เพราะถึงยังไงก็คงจะไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว จริงไหมคะพี่เหนือ" ตะวันฉายพูดขึ้น
"รีบออกไปสิยืนอยู่อีกทำไม " ตะวันฉายพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมาเพราะไม่อยากให้ใครมาเห็นเรื่องรักสามเศร้าแบบนี้ หากมีคนมาเห็นต้องมีคนเอาข่าวไปปล่อยเป็นข่าวอย่างแน่นอนนั่นยิ่งอาจจะทำให้มีผลเสียต่อพี่เหนือภพได้
วิรดายืนนิ่งและมองหน้าของเหนือภพอีกครั้งจากนั้นก็ก้มหน้าและเดินผ่านตะวันฉายออกไป
"ตะวัน เธอก็ได้ทุกอย่างสมดั่งใจแล้ว ทำไมเธอยังไม่เลิกดูถูกวิรดาสักที" เหนือภพเดินเข้ามาใกล้และพูดออกมาต่อหน้าของเธอ พร้อมกับสายตาเหมือนกับกำลังจะโกรธ
"ได้อะไร ตะวันได้อะไรสมใจ ที่ผ่านมาตะวันมีแต่เสียกับเสีย อย่าพูดเห็นแก่ได้หน่อยเลย"
ตะวันฉายพูดขึ้น พร้อมกับหมุนตัวเดินกลับไปที่ห้องแต่งตัวของตัวเองปล่อยให้เหนือภพยืนโมโหต่อตะวันฉายที่ต่อปากต่อคำเขาไม่เลิก เมื่อไหร่นะจะเลิกนิสัยแย่ๆนี้สักที เหนือภพกำมือแน่นและทุบไปที่กำแพงอย่างแรง
ปั่ก!~
"ตะวันฉาย พี่จะทำให้เธอได้รู้สึก ว่าการหักหาญความรักของคนอื่น มันเจ็บปวดยังไง"
....
เจ้าสาวเจ้าบ่าว เดินควงกันไปท่ามกลางผู้คนมากมาย แต่แทนที่ใบหน้าของทั้งคู่นั้นจะยิ้มรับความยินดีที่เกิดขึ้น กลับมีแต่ความบูดบึ้งและบึ้งตึงใส่กัน เห๊อะ! เป็นงานแต่งที่ห่วยแตกเสียเหลือเกิน พิชาภาในร่างของตะวันฉายคิด อยู่ๆเธอก็ยิ้มขึ้นมา ให้ดูเหมือนกับว่ามีความสุขที่สุด
ตะวันฉายเบี่ยงตัวไปกระซิบกับ เหนือภพ พร้อมกับกัดฟันพูดขึ้นมา
"ยิ้มหน่อย ภาพจะได้ออกมาสวยๆคนเขาจะได้ไม่ต้องสงสัย" ตะวันฉายพูดขึ้น
เหนือพบเบี่ยงหน้าและเบนสายตามามองตะวันฉายที่ตอนนี้ดูจะยิ้มระรื่น ท่าทางดีอกดีใจกว่าสิ่งไหน มิหนำซ้ำยังมาสั่งให้เขายิ้มทั้งๆที่เขาก็ไม่ได้เต็มใจอยากจะแต่งงานนี้สักเท่าไหร่
"ไม่ยิ้มก็ไม่ยิ้มแล้วแต่" ตะวันฉายพูดกัดฟันเบาๆ แล้วยิ้มต่อเหมือนกับว่าวันนี้มีความสุขที่สุดในโลก ยิ่งเจ้าบ่าวหน้าบึ้งเท่าไหร่เธอเป็นเจ้าสาวยิ่งต้องยิ้มให้มากเท่านั้น เห้อ! ตะวันได้แต่ถอนหายใจภายในความคิดของตัวเอง
ทุกอย่างจบลงไปด้วยดี เหลือแค่ต้องส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าหอ เมื่อส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเสร็จเรียบร้อยแล้วทุกคนออกไปกันหมดแล้ว ตะวันรีบยืนขึ้นทันที
"ไหนล่ะห้องนอนของตะวัน" ตะวันพูดขึ้นขนาดที่เหนือภพยืนหันหลังและกำลังถอดเนคไทน์ พร้อมกับความเงียบ ทำให้ตะวันยิ่งรู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมา จากนั้นเหนือภพก็หันมา เขาถอดเสื้อสูทออกแล้วเหลือแค่เสื้อเชิ้ตด้านในกับกางเกง เขามองเธอแปลกๆ นั่นยิ่งทำให้ตะวันขนลุกซู่ อยู่ๆเขาก็พูดขึ้น
"พี่จะออกไปข้างนอกสักครู่" เหนือภพพูดขึ้นมาด้วยเสียงเรียบเย็นชา ทำให้ตะวันรีบตอบกลับไปในทันที
"จะไปกี่ครู่ ก็ไปเถอะ" ตะวันพูดขึ้น ทำให้คนร่างใหญ่เดินตรงเข้ามาหาเธอในทันทีจากนั้นตะวันรู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาเธอค่อยๆถอยหลังไปเรื่อยๆจนแผ่นหลังของเธอติดกับผนังห้อง แต่คนด้านหน้ากลับเดินเข้ามาไม่หยุดเมื่อเขาเข้ามาใกล้ ตะวันกำลังจะเบี่ยงตัวออกไปด้านข้างแต่เขากลับยื่นแขนเข้ามา ขวางเธอไว้ พร้อมกับยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ๆ
ตะวันรู้สึกกลัวขึ้นมาในใจกลัวว่าเขาจะทำอะไรเธออีก เธอไม่ได้โหยหาขนาดนั้น แต่ก็ต้องกลั้นใจ ถ้าเธอทำเป็นกลัวเขา เขาก็จะข่มเหงเธอไม่หยุดหย่อน ตะวันเชิดหน้าขึ้นและมองจ้องใบหน้าที่ห่างกันแค่คืบ สายตาของทั้งคู่ประสานกัน
"อย่าท้าทายพี่ให้มาก เดี๋ยวจะเสียใจทีหลังนะ" เหนือภพพูดขึ้น
"นี่พี่เหนือ พี่คิดว่าพี่เป็นผู้ชายคนเดียวในโลกใบนี้หรือยังไง ได้กันแล้วยังไง ก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรดีก็บอกแล้วไม่ต้องรับผิดชอบ พอมาถึงตอนนี้ใครที่เสียใจกันแน่ ตัวเองต่างหากที่เสียใจ ที่เจ้าสาวไม่ใช่วิรดาล่ะสิ" ตะวันพูดขึ้น
สายตาที่จ้องมองตะวันอยู่ตรงนั้นพอได้ยินคำพูดที่ตะวันพูดออกมา จากสายตานิ่งเย็นชาตอนนี้กลับดูดุดันเหมือนกำลังโกรธเธอขึ้นมา มือที่ค้ำผนังห้องอยู่นั้นอยู่ๆก็กำแน่น และทุบมันอย่างแรงข้างๆหูของตะวัน ทำให้ตะวันต้องหลับตาลง
จากนั้นเขาก็ถอยห่าง และเปิดประตูห้องหอนั้นออกไปในทันที เมื่อเสียงประตูปิดลง ตะวันค่อยๆเดินไปและนั่งทรุดลงที่เตียง พร้อมกับยกมือประนมขึ้นเหนือหัว
" สาธุ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ขอให้ลูกแคล้วคลาดขอให้ลูกปลอดภัย ขอให้ลูกหลุดพ้นจากเสนียดจังไรและภยันอันตรายทั้งปวงด้วยเถิด สาธุ ๆๆ " เมื่อพูดจบตะวันฉายก็ลุกขึ้นและไปอาบน้ำหลังจากนั้นเธอก็มานอน วันนี้คิดว่า พี่เหนือคงจะไม่กลับเข้ามาอย่างแน่นอน จะไปเสพสมอารมณ์รักที่ไหนก็เชิญเถอะนะ ขอพักผ่อนบ้างก็แล้วกันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว จากนั้นเธอก็เอนตัวลงนอนและหลับตาลงไปในทันที
ก๊อกๆๆ ก๊อกๆๆ ก๊อกๆๆๆ
เสียงเคาะห้องรัวๆหลายครั้งดังขึ้น ตะวันฉายรู้สึกเพลียกับงานที่ผ่านมา เธอนอนหลับสนิทไปได้สักครู่เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู เธอกลับงัวเงียลุกขึ้น พร้อมกับเดินไปเปิดโดยง่ายดาย เพราะคิดว่าตัวเองในตอนนี้คือพิชาภาและกำลังนอนอยู่บ้านตัวเอง
แต่เมื่อยื่นมือไปบิดลูกบิดประตูแล้ว เธอกำลังจะเปิดออกอยู่ๆ ตะวันฉายก็ได้สติและกำลังจะปิดประตูกลับไปที่เดิม แต่แล้วร่างใหญ่กับผลักเข้ามาด้วยแรงมหึมา จากนั้นเขาก็พุ่งเข้ามาหาเธอ และกอดเธอจนตะวันฉายล้มลงไปที่เตียงนอนพร้อมมีร่างใหญ่ทาบทับอยู่ด้านบน
"อ่ะ อ่อ เมียนี่เอง อยากมีสามีจนตัวสั่น จนต้องคิดแผนชั่ว วางยาคนอื่นจนชีวิตต้องพังพินาศ!" เหนือภพพูดขึ้น
"ดะเดี๋ยว พูดอะไร เมาเหรอ?" ตะวันฉายพูดขึ้น ทั้งที่ตัวเองถูกทาบทับอยู่พร้อมกับใบหน้าซุกไซร้คลอเคลียร์ไปมา ตามซอกคอขาว
"ชอบไม่ใช่เหรอ ?" เขาเงยหน้าขึ้น และมองไปยังตะวัน จากนั้นก็ก้มลงหอมแก้มนวลไปในทันที
" อ๊ายยย!~ ออกไป ถ้าเมาก็นอน" อย่ามาหาเรื่องคนอื่น" ตะวันผลักเขาออกไปจากตัวจนเขาล้มลงไปด้านข้าง
"ฮ่ะๆๆ " เหนือภพค่อยๆลุกขึ้นนั่งและมองตรงมายังตะวันฉายที่ยืนอยู่ข้างๆเตียง
"พี่เหนือถ้าเมาก็นอนลงไปอย่ากวนใจคนอื่น มันน่ารำคาญ!" ตะวันฉายพูดขึ้นและกำลังจะหมุนตัวหันหลังและเดินออกไป
แต่อยู่ๆตะวันฉายกับถูกเหนือภพคว้าเอวไว้จนล้มลงไปที่เตียงอีกรอบ ตอนนี้สถานการณ์ย่ำแย่ ตะวันพยายามดิ้นให้สุดแรง เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ปากก็ต่อว่าเธอตลอด แต่เรื่องนี้กลับเอาอารมณ์มาเป็นที่ตั้ง ใช้เธอเป็นที่ระบาย
"ปล่อยนะพี่เหนือ เมามากแล้วนะ" ตะวันฉายพูดขึ้น
" เมาแล้วยังไง เมาแล้วก็ยังมีเซ็กซ์กับเมียได้ละกัน " เหนือภพพูดออกมา พร้อมกับทาบทับไปที่ร่างบางอีกครั้ง จากนั้นก็จับมือสองข้างของตะวันไว้แน่นและกดขึ้นไปเหนืออศีรษะ
"หยุดนะ ตอนนี้พี่เหนือกำลังขาดสตินะ " ตะวันพูดขึ้น ในขณะที่มืออีกข้างกำลังลูบไล้ขึ้นไปยังต้นขาเนียนของเธอ
"หยุดนะ ไอ้บ้าไอ้ชาติชั่วไอ้โรคจิต อย่าทำแบบนี้ อยากหย่าก็ก็หย่าสิวะ !" ตะวันฉายพูดขึ้น นั่นยิ่งทำให้เหนือภพต้องเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าตะวันฉายที่ตอนนี้ดูจะเอาเรื่องเขาอย่างที่สุด เขาก้มลงและซุกใบหน้าไปตามลำคอหอมพร้อมกับพูดขึ้น
"มันจะเป็นไรไป อย่างน้อยเราก็แต่งงานกันแล้วนี่ เลิกเล่นละครกับพี่ได้แล้ว ตะวันฉาย อยากให้พี่ เอา จนตัวสั่นก็บอกมา.." เหนือภพพูดกระซิบข้างหูของตะวันฉายอย่างเบาๆพร้อมเสียงกระเส่าข้างๆหู
จบตอนที่ 5