ตอนที่ 3
สับสนกับชีวิต
พิชาภาในร่างของตะวันฉายนั่งนิ่งเมื่อบทสรุปคือเธอต้องแต่งงานกับคนหน้าหล่อที่นั่งทำหน้านิ่งๆอยู่ตรงนั้นเขาอาจจะรับผิดชอบเธอเพราะความเป็นสุภาพบุรุษแต่ใจจริงแล้วเขาไม่ได้รักเธอเลยแม้แต่น้อย นางร้ายนะนางร้ายทำเรื่องไปวางยาเขาจนตัวฉันเองต้องหลุดเข้ามารับกรรมที่เธอก็ขึ้น
เธอคิดในใจขึ้นมา นิยายก็ไม่ทันจะได้อ่านถึงครึ่งบท เรื่องราวจะเป็นยังไงก็ไม่รู้ได้ ช่างเถอะรวยขนาดนี้ ใช้ชีวิตแบบอิสระไปเถอะ ไม่รู้เรื่องราวจะเป็นยังไงไม่สนอีกต่อไปแล้วใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองเป็นดีที่สุด
เมื่อการสนทนาผ่านพ้นไปถึงเวลาที่เธอจะต้องพักผ่อน ตะวันฉายถูกพาตัวขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเองเมื่อเปิดประตูออกมาตะวันฉายถึงกับตะลึง ห้องช่างใหญ่โตกว้างขวางสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างอยู่ตรงนี้ ตะวันฉายนี่เป็นลูกคุณหนูอย่างแท้จริง เธอเดินสำรวจไปรอบๆ และนอนลงที่เตียงนุ่มกว้างใหญ่ราคาแพงสุดขั้ว จากนั้นร่างกายก็ค่อยๆพาเธอหลับลงไปอย่างช้าๆ อาจเป็นเพราะความเมื่อยล้าจากกิจกรรมที่ผ่านมาในตอนกลางคืนกับคนๆนั้น
....
หลังจากที่เหนือภพ คุยธุระกับพ่อแม่ของตะวันฉายเสร็จเรียบร้อย อีกไม่นานเขาก็จะต้องเข้าพิธีวิวาห์กับเธอเพราะความพลาดพลั้งของตัวเอง เมื่อเข้าไปนั่งในรถ เขานั่งนิ่ง และค่อยๆสตาร์ทรถขึ้น จากนั้นภาพบางภาพก็ตกลงมาจากคอนโซลรถ ทำให้เขาต้องค่อยๆก้มลงและหยิบมันขึ้นมา
รูปถ่ายที่เป็นความทรงจำของเขา วิรดา เป็นรักที่เขาไม่เคยลืมลงเลยสักครั้ง แม้ว่าตอนนี้ วิรดาจะปฏิเสธการแต่งงานกับเขาไปเมื่อครั้งก่อน แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าเธอจะมีความรักครั้งใหม่สักครั้ง อาจเป็นเพราะ ตะวันฉายที่ตามราวีเธอไม่เลิก จนเธอไม่อาจตกปากรับคำ แต่งงานกับเขา
เหนือภพ ค่อยๆจับภาพถ่ายนั้นและล้วงเอากระเป๋าสตางค์ของตัวเองขึ้นมาจากนั้นก็พับมันและค่อยๆสอดเข้าไปในกระเป๋าสตางค์ของตัวเอง หลังจากเก็บเรียบร้อยแล้วเขาก็ค่อยๆขับรถออกไป ตอนนี้เขาคิดอะไรไม่ออก เหลือแต่ความทรงจำที่เขาได้ร่วมรักกับตะวันฉายในค่ำคืนที่ผ่านมา
แค่คิดก็รู้สึกรังเกียจซะเหลือเกิน ผู้หญิงอย่างตะวันฉายไม่สมควรได้รับความรักจากใครทั้งสิ้น ต่อจากนี้เขาจะสอนให้เธอได้รู้จักกับความเจ็บปวดและชอกช้ำใจบ้าง สิ่งที่เธอกระทำไม่ใช่สิ่งที่ดี ตะวันฉายควรจะได้สำนึก
"อย่าคิดว่าการแต่งงานในครั้งนี้เธอจะมีความสุข ตะวันฉาย สิ่งที่เธอทำมันเกินกว่าที่ใครเขาจะรับได้" เหนือภพพูดขึ้นขณะขับรถออกไปในใจมีแต่ความเจ็บแค้นผุดขึ้นมา
.....
ในวันต่อมาตะวันฉายตื่นขึ้นมาพร้อมกับบิดขี้เกียจไปมา ตอนนี้เป็นเวลาใกล้เที่ยง ผ้าม่านถูกเปิดออกทำให้เธอรู้สึกแสบตา ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมไว้แล้วโดยมีสาวใช้ประจำตัวของเธอยืนอยู่ข้างๆเตียง
"เห้ย! มายืนอยู่แบบนี้ตกใจหมด" ตะวันฉายพูดขึ้นและสะดุ้งอย่างสุดตัว
"ต้องขอโทษด้วยค่ะคุณตะวันฉาย เป็ดเห็นว่าคุณตะวันฉายตื่นขึ้นมาแล้วจะหิวก็เลยเตรียมของทุกอย่างไว้ให้ค่ะ" เป็ดสาวใช้ประจำตัวของตะวันฉายพูดขึ้น
"เป็ด ชื่อเป็ดเหรอ ฮ่าๆๆ " ตะวันฉายหัวเราะขึ้นแต่ก็ต้องตกใจเมื่อมองไปเห็นเป็ดยืนทำหน้าบึ้งตึงอยู่ตรงนั้น
"อ่อ เอ่อ..ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะบูลลี่ คือไม่ค่อยได้ยินชื่อนี้บ่อยๆน่ะ ขอโทษ" ตะวันฉายพูดขึ้นพร้อมกับทำหน้ากลั้นขำไว้
เป็ดไม่พูดอะไร เธอหันไปลากโต๊ะกินข้าวมาไว้ข้างๆเตียงของตะวันฉายดังที่เธอเคยทำ และเอาของกินมาวางไว้ให้พร้อมสรรพ
"ถ้าอิ่มแล้วกดกระดิ่งตรงนี้นะคะคุณตะวัน" เป็ดพูดขึ้นและขอตัวเดินออกไป ก่อนที่เป็ดจะเดินออกไปตะวันก็มองดูอาหารที่อยู่ข้างๆเตียง
"เป็นง่อยหรือไงวะให้คนเอาข้าวมาให้กินถึงเตียงนอน " ตะวันพึมพำขึ้นมาและมองเป็ดที่กำลังจะเดินออกไปเธอจึงเรียกเป็ดขึ้นมา
"เป็ดดด~เดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งไป!" ตะวันฉายร้องเรียกเป็ดทำให้เธอต้องหันหน้ามาตามเสียงเรียกของเจ้านาย
"ฉันไม่กินหรอกจะมาให้ฉันกินอาหารบนเตียงนอนแบบนี้ได้ยังไงฉันไม่ใช่ผู้ป่วยติดเตียง ไปเตรียมอาหารไว้ข้างล่างเดี๋ยวฉันจะลงไปกิน ไม่ต้องทำเยอะขนาดนี้ฉันอยากกินก๋วยเตี๋ยว ทำให้กินหน่อยก็แล้วกัน" ตะวันฉายพูดขึ้น
นั่นยิ่งทำให้เป็ดต้องแปลกใจกับสิ่งที่คุณตะวันฉายปกติคุณตะวันฉายจะกินข้าวเฉพาะบนห้องนอนไม่ลงมาทานพร้อมกับใคร และไม่เคยที่จะเห็นคุณตะวันอยากจะทานก๋วยเตี๋ยวปกติก็จะเป็นของที่สั่งมาจากโรงแรมจากเชฟชั้นนำระดับโลก วันนี้เกิดอะไรขึ้นอยู่ๆทำไมเปลี่ยนไป
เป็ดได้แต่ทำหน้างงๆ ยืนอึ้งนิ่งและมองตรงมาที่ตะวันฉายที่ตอนนี้เธอค่อยๆลุกขึ้นจากเตียง
"ไปสิคะคุณเป็ด!" ตะวันฉายพูดขึ้น
"ค่ะๆๆเป็ดจะรีบไปบอกแม่บ้านให้รีบทำให้เดี๋ยวนี้ล่ะคะ" เป็ดตอบรับอย่างงงๆ ไม่เคยคิดเลยว่าคุณตะวันจะเปลี่ยนไปขนาดนี้ ดูท่าทางสบายๆขึ้นกว่าเดิม แถมยังพูดจาแปลกๆ
หลังจากที่ลงมาทานก๋วยเตี๋ยวตามที่ตัวเองสั่งไว้แล้วตะวันฉายกลับอยากจะขึ้นไปที่ห้องพักของตัวเองแต่อยู่ๆโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
ตื๊ด!~~~
?" รีบแต่งตัวพี่จะเข้ามารับไปดูชุดแต่งงาน อย่าให้พี่ต้องรอนาน..ตื๊ดๆๆๆ"
ตะวันฉายรู้สึกงงกับเสียงปลายสายที่ดังขึ้นมาเพียงไม่กี่วิ มันเป็นคำสั่งหรือมันเป็นคำชวนกันแน่ ไม่เต็มใจจะแต่งทำไมวะ เธอคิด แต่ก็มิวายรีบขึ้นไปแต่งตัวตามที่เขาบอกในทันที
เธอขึ้นไปที่ด้านบนและไปค้นหาเสื้อผ้าที่จะใส่ไปข้างนอกกับพี่เหนือ แต่เสื้อผ้ากลับมีแต่ตัวโป๊ๆชิ้นเล็กๆใส่แล้วดูเคอะเขินอย่างบอกไม่ถูก แต่เธอก็รู้ว่าเสื้อผ้าเหล่านี้เป็นเสื้อผ้าแบรนด์ชั้นนำและราคาไม่น้อยเลย เอาล่ะในเมื่อไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรก็ใส่ไปเถอะอย่าเรื่องมากนะพิชาเอ้ย! เธอคิดพลางสวมชุดพวกนั้นอย่างทุลักทุเล
จากนั้นเธอก็เดินไปนั่งที่โต๊ะเครื่องสำอางค์เครื่องสำอางค์มากมายหลายแบรนด์เรียงรายอยู่เต็มไปหมด เธอก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้ตัวไหนก่อนแต่ก็ช่างเถอะใช้ๆไปก่อน เธอรีบแต่งหน้าตามปกติไม่ได้แต่งหนาเหมือนตอนที่ตะวันฉายคนเก่ายังไม่จากไป เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้วเธอก็แค่หนีบผมตรงยาวสลวยของเธอจากนั้นก็เป็นอันเสร็จและลงไปข้างล่างพอดีกับเหนือภพมารอรับเธอพอดี
เมื่อตะวันฉายเดินลงมา เหนือภพมองไปที่เธอครั้งนี้ตะวันฉายดูแปลกไปจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวแต่งหน้า แต่งตัวก็ไม่หวือหวาอย่างเมื่อวันก่อน หรือเธอจะเสียสติไปแล้วเขาคิด
"รีบไปเถอะค่ะรออะไรอีกล่ะคะยืนนิ่งอึ้งอะไรอีกล่ะ" ตะวันฉายพูดขึ้นทำให้เหนือภพต้องรีบเดินตามตะวันฉายที่เดินนำหน้าไป
เธอขึ้นไปนั่งบนรถโดยที่ไม่รอให้เขามาเปิดประตูรถให้ จากนั้นตะวันฉายก็นิ่งและเตรียมพร้อมสำหรับการที่จะไปกับเขา
"กินอะไรหรือยัง" เสียงห้วนๆถามขึ้นมา
"กินแล้วกินก๋วยเตี๋ยว" เธอตอบเขาออกไปอย่างหน้านิ่งๆท่าทีและพฤติกรรมก็ดูแปลกไป ไม่เหมือนกับเมื่อวันก่อนที่วางยาเขา สายตาก็ดูแข็งกร้าวดูเหมือนจะไม่สนใจเขาอย่างที่เคยเป็นมาก่อน
"แล้ว..ร่างกายตอนนี้เป็นยังไง?" เขาถามเธอขึ้นทำให้ตะวันฉายต้องหันมามองคนข้างๆที่ทำคำถามนี้ขึ้นมา
"วันแรกก็ปวดๆ เจ็บๆแสบๆ วันต่อมาก็รู้สึกคันๆ แล้วก็ค่อยๆหายไป ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว อยากรู้อะไรอีกถามมาเลย" ตะวันฉายตอบออกไปอย่างตรงไปตรงมา เธอไม่รู้ว่าจะต้องคุยกับเขาแบบไหนเพราะเธอก็ไม่เคยที่จะเข้าสังคมแบบนี้
เหนือภพได้ฟังคำพูดที่ตะวันฉายพูดออกมาหน้าไม่อายและตอบคำถามของเขา เขาอึ้งอยู่ภายในใจ คำพูดคำจาของตะวันฉายดูเปลี่ยนไปมาก หรือว่าจะดีใจจนจะสติเตลิดเปิดเปิง คงไม่ใช่หรอกดูๆไปก่อน คนประเภทนี้เล่นละครเก่ง เสแสร้งเก่งจนเขาเสียรู้มาแล้ว เขาจะไม่มีทางเสียรู้เธออีกอย่างแน่นอน
เหนือภพเลี้ยวรถเข้าไปที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งดูใหญ่โตมากมายกว่าโลกความเป็นจริง ผู้คนก็มากมาย ถ้าเดินทั้งวันจะเดินหมดหรือไม่อันนี้เธอก็ไม่รู้ตะวันฉายได้แต่ยืนอึ้ง
"มาสิเร็วเข้าพี่จะพาไปกินข้าว" เหนือภพพูดขึ้นทำให้ ตะวันฉายต้องขมวดคิ้ว เธอก็บอกแล้วยังไงว่ากินมาแล้วเธอคิดภายในใจแต่ก็ไม่ได้ขัดเขาเธอก็เดินตามเขาเข้าไป
ตะวันฉายเดินตามหลังของเหนือภพไป แต่เธอก็หันไปมองนู่นนี่นั่นทุกอย่างที่นี่ดูหรูหราและดูจะมีราคาแพง จะพูดไปเธอก็ไม่ค่อยจะได้มาเที่ยวที่แบบนี้สักเท่าไหร่ในโลกของเธอแต่นี่ในโลกนิยายมันช่างโอเวอร์เสียจริงๆ
ตะวันฉายมัวแต่มองนั่นมองนี่ไปเรื่อยจนลืมมองคนด้านหน้าที่เดินนำเธอไปสุดท้ายเขาก็หายไปนั่นหมายความว่าเธอหลงกับเขาเสียแล้ว เมื่อรู้ตัวว่าเขาหายไปและเธอก็จะพยายามเดินตามหาเขาโดยเดินขึ้นลงตามบันไดเลื่อนชั้นต่างๆจนรู้สึกปวดขาขึ้นมา
เมื่อเดินหาเขาไม่เจอและความเหนื่อยเริ่มเกิดขึ้นเธอจึงเห็นที่นั่งพักเธอจึงไปนั่ง เผื่อเหนือภพก็ตามหาเธอเช่นกัน เขาจะได้มองเห็นกันง่ายๆ ตะวันฉายมองไปรอบๆทั้งที่นั่งรอเขาอยู่ ผู้คนในนิยายแห่งนี้ก็ดูวุ่นวายไม่แตกต่างจากโลกแห่งความเป็นจริงเช่นกัน เธอมองไปเรื่อยๆเพราะที่นี่มันน่าตื่นตาตื่นใจแต่แล้วก็ต้องเห็น ผู้ชายและผู้หญิงเดินเคียงคู่กันไป
ใช่แล้วว่าที่สามีในอนาคตของเธอนั่นเองแต่ผู้หญิงคนนั้นล่ะเป็นใครทำไมถึงดูเหมือนจะสนิทสนมกันเสียเหลือเกิน แล้วดูสิพี่เหนือภพ ก็ดูจะคุยกับเขาอยากยิ้มแย้มและดูร่าเริงมากกว่าคุยกับเธอเสียอีก ตะวันฉายขมวดคิ้วขึ้นมาในทันที เอาเธอมาปล่อยในห้างใหญ่แบบนี้นี่เอง
ตะวันฉายนั่งมองทั้งคู่ยืนคุยกันอยู่สักครู่แต่ก็มีทีท่าว่าจะไม่จบลงเสียทีทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดในใจขึ้นมาไม่ใช่เพราะชอบเขา แต่เพราะเริ่มรำคาญโลกภายนอกแล้วต่างหากเธออยากจะไปลองชุดให้มันเสร็จๆ และรีบกลับบ้าน เพราะรู้สึกปวดขาขึ้นมาอย่างมากมาย
แต่เมื่อมองไปแล้วเขาก็ยังคงอยู่กับที่ สุดท้ายตะวันฉายจึงอดทนไม่ไหวเธอจึงเดินเข้าไปหาทั้งคู่ขนาดที่พวกเขายืนคุยกัน เมื่อเดินใกล้เข้าไป ตะวันฉายเริ่มมองเห็นผู้หญิงที่ยืนคุยกับเหนือภพอยู่ตรงหน้า ผู้หญิงคนนี้สวยหวาน สวยไม่มีที่ติเลยสักนิด มิน่าล่ะผู้ชายถึงอยากจะคุยด้วย
ตะวันฉายตัดสินใจเดินเข้าไป และเรียกว่าที่สามีของตัวเองในทันที
"พี่ตะวัน"
ตะวันฉายเรียกเขาขึ้นมาขณะที่เขากำลังยืนคุยอยู่กับ วิรดา เมื่อเขาเห็นว่าตะวันฉายเดินตรงเข้ามาเหนือภพรีบยืนและดักหน้าของเธอไว้โดยมีวิรดาอยู่ด้านหลังทันที เพราะทุกครั้งที่เจอกันวิรดาจะถูกตะวันฉายทำร้ายทุกทีไป
"ตะวันฉายตามหาพี่ แต่ว่าก็ไม่เจอสักทีพอเห็นอีกทีก็ยืนคุยกับผู้หญิงน่าชื่นตาบาน ก็สวยดีนะ" เธอพูดขึ้นทำให้เหนือภพกับวิรดาหันมามองหน้ากันทันที
เหนือภพเบี่ยงตัวออกจากวิรดาในทันที ทำให้ตะวันฉายเห็นวิรดาอย่างชัดเจน เธอจึงเดินเข้ามาใกล้ๆ พร้อมกับมองจ้องมาที่วิรดา วิรดาก้มหน้าลงไม่กล้าที่จะสบตากับตะวันฉายเธอรีบเดินไปซ่อนอยู่ด้านหลังของเหนือภพอีกรอบ
"ไม่ต้องกลัวค่ะฉันไม่ทำอะไรคุณหรอก"ตะวันฉายพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
" แหม พี่เหนือ มีคนรักที่สวยขนาดนี้แล้วยังจะมาแต่งงานกับตะวันอีกทำไม ยกเลิกตอนนี้ยังทันนะพี่เหนือ" ตะวันพูดออกมาต่อหน้าของเขาพร้อมกับวิรดา แต่อยู่ๆภายในใจมันรู้สึกเจ็บปวดอัดอั้นเหมือนอยากจะร้องไห้เหมือนอยากจะกรีดร้องขึ้นมาให้คนได้มองตรงมาที่เธอ
แต่ตะวันฉายกับอดกลั้นไว้และคิดอยู่ภายในใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองทำไมถึงรู้สึกเจ็บปวดไปถึงขั้วหัวใจแบบนี้เธอยกมือขึ้นกอบกุมหน้าอกของตัวเองและค่อยๆถอยหลังออกไป ความรู้สึกเหมือนอยากจะปะทะเหลือเกิน แต่ก็ต้องข่มใจไว้ก่อน เธอมองจ้องไปที่วิรดาอีกครั้ง ผู้หญิงคนนี้เหมือนมีอะไรบางอย่าง แต่ตะวันฉายก็อดทนไว้
"พี่เหนือ วันนี้ตะวันรู้สึกไม่ค่อยสบาย ยังไงพี่เหนือก็ตามสบายได้เลยนะคะ ตะวันขอตัวกลับก่อน" ตะวันพูดขึ้นและก็หันหลังเดินออกไป เพราะขืนอยู่อีกนาน เธอต้องควบคุมตัวเองต่อไปไม่ไหว เหมือนกับอยากจะระเบิดอารมณ์ตลอดเวลา
เธอเดินออกมาด้านนอกห้างเพื่อจะเรียกแท็กซี่กลับแต่อยู่ๆเธอกลับจำอะไรไม่ได้ขึ้นมาเธอไม่รู้ว่าจะต้องกลับบ้านยังไง ตอนนี้เธอมองไปรอบๆ เหมือนกับความรู้สึกทุกอย่างมันหมุนไปรอบๆตัว
เธอเดินออกมาบริเวณภายนอกห้างตอนนี้ขาปวดไปทั้งหมดรวมทั้งเท้ารองเท้าที่ใส่ก็รัดเท้าจนเกิดบาดแผลที่หลังเท้าทำให้ตะวันฉายไม่สามารถเดินต่อไปได้เธอค่อยๆนั่งลงและยกเท้าขึ้นจากนั้นก็ค่อยๆปลดรองเท้าออกและมองหาร้านรองเท้าแตะที่ดูใส่สบายๆ
แต่แถวนี้ก็ไม่มีเลย เธอเดินไปเรื่อยๆทุกอย่างมืดมนไปหมด เธอจะต้องเริ่มต้นใช้ชีวิตที่นี่ยังไงดีถ้า.. ต้องติดอยู่ในนี้ตลอดไป ช่างเถอะอย่างน้อยก็บอกยกเลิกงานแต่งไปต่อหน้าแฟนของเขาแล้ว
ตะวันฉายนั่งลง ที่ป้ายรถเมล์แห่งหนึ่ง ตอนนี้มีแค่เธอเพียงคนเดียวที่นั่งอยู่ตรงนั้น เมื่อยกเท้าขึ้นบาดแผลก็มีเลือดซิบไหลออกมาทั้งเจ็บปวดในหัวใจไม่รู้เกิดขึ้นเพราะสาเหตุใด ทุกอย่างมันผสมปนเปกันไปหมด น้ำตาก็ไหลออกมาโดยอัตโนมัติทั้งคิดถึงบ้านคิดถึงห้องนอนของตัวเองคิดถึงความสุขของตัวเอง อีกทั้งต้องมาเสียตัวให้กับพระเอกในนิยาย คิดไปคิดมามันก็น่าร้องไห้อยู่หรอก
เสียงแตรดังขึ้น 2-3 ครั้ง ตอนนี้ฝนเริ่มไหลรินลงมา ตะวันฉายมัวแต่นั่งและร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตรงนั้น เธอไม่อยากใช้ชีวิตในนี้เธออยากออกไปจากนิยายเรื่องนี้ไม่รู้จะต้องทำยังไงตอนนี้สับสนไปหมด อยู่ๆเสียงนุ่มทุ้มก็ดังขึ้น
"ตะวัน กลับบ้านเถอะ"
ตะวันฉายเงยหน้าขึ้น พร้อมกับรอยน้ำตาเต็มใบหน้า ดวงตาจ้องมองไปที่คนร่างใหญ่ที่ยืนอยู่ต่อหน้า ตอนนี้เธอไม่อาจจะหยุดร้องไห้ได้อีกแล้ว น้ำตาไหลลงมาต่อหน้าเขาอย่างไม่ขาดสาย..
จบตอนที่ 3