แกล้งทำเป็นไม่รู้จักกัน

1261 Words
เช้าวันจันทร์... วันแรกของการก้าวเข้าสู่สมรภูมิชีวิตวัยทำงานอย่างเต็มตัว เอมิกาก้าวเข้ามาในโถงล็อบบี้ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ด้วยความมั่นใจ แม้ลึกๆ จะแอบประหม่าอยู่บ้าง วันนี้หญิงสาวปรับลุคให้ดูโตขึ้นในชุดเดรสทำงานเข้ารูปจากแบรนดดัง ทับด้วยเบลเซอร์สีครีมที่ดูสุภาพแต่ยังคงความมีสไตล์ ผิวหน้าเนียนละเอียด ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโทนสีพีชบางเบา คอมพลีทลุคด้วยกระเป๋าใบเก่งที่ใส่ไอแพดและสมุดจดงานเอาไว้ ความสวยสะดุดตาของพนักงานใหม่ทำเอาหนุ่มๆ ในแผนกต่างพากันมองเหลียวหลัง แต่เป้าหมายของเธอไม่ได้อยู่ที่โต๊ะทำงานรวมด้านนอกหากแต่อยู่ที่ห้องกระจกบานใหญ่ด้านในสุด ซึ่งมีป้ายทองเหลืองสลักตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหแขวนอยู่ ก๊อก... ก๊อก... "เข้ามาสิ" เสียงทุ้มทรงอำนาจดังลอดออกมา เอมิกาผลักประตูเข้าไป ไฟเตอร์ในชุดสูทสีเข้มเต็มยศกำลังนั่งอ่านแฟ้มเอกสารอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ บนข้อมือแกร่งประดับด้วยนาฬิกา เรือนหรูที่สะท้อนแสงไฟในห้อง ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองผู้ช่วยคนใหม่ นัยน์ตาคมกริบกวาดตามองรูปลักษณ์ที่ดูสวยสะพรั่งผิดตาของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะรีบดึงสายตากลับมาทำเป็นนิ่งเฉย "สวัสดีค่ะ เอมิกา มารายงานตัวในตำแหน่งผู้ช่วยส่วนตัวค่ะ" เธอเอ่ยทักทายอย่างเป็นทางการพร้อมรอยยิ้มการค้า ไฟเตอร์ปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้าดังพับ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกงพลางก้มลงมองคนตัวเล็กกว่าด้วยสายตาเย็นชา "จำไว้นะเอมิกา.กฎข้อแรกและข้อเดียวของการทำงานที่นี่ คือเรา-ไม่-รู้-จัก-กัน" น้ำเสียงของเขาเด็ดขาดและจริงจังจนคนฟังแอบใจแกว่ง "เวลาอยู่ในบริษัท เธอคือคุณเอมิกาพนักงานคนหนึ่ง ส่วนฉันคือเจ้านาย ของเธอ ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาดว่าเธอเป็นเด็กในความดูแลของแม่ฉัน ห้ามพูดถึงเรื่องส่วนตัว และห้ามทำตัวสนิทสนมกับฉันเกินกว่าฐานะเจ้านายกับลูกน้อง เข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม?" เอมิกาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามซ่อนความเจ็บแปลบไว้ภายใต้รอยยิ้มบางๆ ที่เคลือบแคลงไปด้วยความเป็นมืออาชีพ "เข้าใจค่ะบอสดิฉันจะจดจำไว้ให้ขึ้นใจว่าเราเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้องที่เพิ่งเคยพบกันครั้งแรก" เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงฉะฉาน แววตาเด็ดเดี่ยวไม่แพ้กัน "ดี งั้นก็ไปเริ่มงานได้ โต๊ะของเธออยู่หน้าห้องฉัน จัดการตารางงานวันนี้ให้เรียบร้อยแล้วเอาเข้ามารายงานด้วย" เขาออกคำสั่งเสียงห้วน ก่อนจะหมุนตัวกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานโดยไม่สนใจเธออีก เอมิกาหมุนตัวเดินออกจากห้องไป ทันทีที่บานประตูถูกปิดลง หญิงสาวก็ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง เธอรู้ดีว่าเขาต้องการรักษาระยะห่าง แต่การถูกคนที่ตัวเองแอบรักทำเหมือนคนแปลกหน้าใส่แบบนี้มันก็แอบบั่นทอนหัวใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน การทำงานในช่วงสัปดาห์แรกผ่านไปอย่างตึงเครียด ไฟเตอร์สวมบทบาทเจ้านายจอมเนี้ยบได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาใช้งานเธอหนัก สั่งงานเสียงแข็ง และแทบจะไม่สบตาเธอเลยเวลาคุยงาน หากมีพนักงานคนอื่นอยู่ในห้องด้วย เขาจะทำตัวเย็นชาใส่เธอเสียจนพนักงานแผนกอื่นพากันซุบซิบว่า ท่านรองฯ ไฟเตอร์เกลียดขี้หน้าผู้ช่วยคนใหม่ "คุณเอมิกา กาแฟแก้วนี้มันหวานไป ผมเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าผมกินอเมริกาโน่ไม่ใส่น้ำเชื่อม ไปชงมาใหม่" "แต่ว่าพี่ เอ้ย .. ปกติที่บ้านบอสก็ทาน..." "ผมบอกให้ไปชงมาใหม่" ไฟเตอร์ตวาดเสียงดุจนพนักงานบัญชีที่เอาเอกสารมาให้เซ็นถึงกับสะดุ้ง เอมิการีบก้มหน้า "ขอโทษค่ะบอส ดิฉันจะไปจัดการเดี๋ยวนี้" หญิงสาวถือแก้วกาแฟเดินคอตกออกมาที่ห้องพักของบริษัท ถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางเทกาแฟทิ้งเพื่อชงใหม่ "ไง ยัยน้องเอม โดนไอ้บอสหน้ายักษ์มันแผลงฤทธิ์ใส่อีกแล้วล่ะสิ" เสียงทักทายคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง เอมิกาหันไปก็พบกับ นัททิว และไผ่สองหนุ่มแก๊งเพื่อนสนิทของไฟเตอร์ที่ควบตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายและสถาปนิกของบริษัทเดินเข้ามาหา ทั้งคู่รู้จักเอมิกาดีเพราะเคยไปปาร์ตี้และเมาหัวทิ่มที่บ้านของไฟเตอร์อยู่บ่อยๆ "พี่นัท พี่ไผ่... เบาๆ สิคะ เดี๋ยวคนอื่นได้ยิน" เอมิการีบจุ๊ปากห้าม เพราะตอนนี้ในบริษัทไม่มีใครรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับไฟเตอร์เลยนอกจากเพื่อนสนิทของเขาและพี่ฟาเดล "โอ๊ย จะกลัวอะไรนักหนา ไอ้ไฟต์มันก็บ้าจี้ กะอีแค่บอกคนอื่นว่าเธอเป็นน้องสาวที่อยู่บ้านเดียวกัน มันจะตายหรือไง ถึงต้องมานั่งเก๊กทำเป็นไม่รู้จักกันเนี่ย" ไผ่บ่นอุบอิบอย่างหมั่นไส้เพื่อนตัวเอง "ช่างเขาเถอะค่ะ เอมชินแล้วล่ะ" เอมิกายิ้มบางๆ อย่างปลงตก "แต่น้องเอมเก่งนะที่ทนไอ้ไฟต์มันได้ เป็นคนอื่นคงลาออกไปตั้งแต่สามวันแรกแล้ว เอ้อ ! ว่าแต่วันนี้ตอนเที่ยงไปกินข้าวกับพวกพี่ไหม เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง ปล่อยไอ้ไฟต์มันนั่งหน้าตึงกินข้าวคนเดียวไปนั่นแหละ" นัททิวเอ่ยชวนด้วยความเอ็นดูน้องสาวเพื่อน "ไปสิคะ เอมกำลังหิวพอดีเลย..." "เวลาพักเที่ยงของเธอคือสิบสองนาฬิกาตรง ไม่ใช่สิบเอ็ดโมงสี่สิบห้า คุณผู้ช่วย" เสียงเย็นเยียบดังขึ้นขัดจังหวะสนทนา ร่างสูงของไฟเตอร์ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องแพนทรี นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่รอยยิ้มของเอมิกาที่กำลังส่งให้เพื่อนสนิทของเขาด้วยความรู้สึกหงุดหงิดที่อธิบายไม่ถูก "ไอ้ไฟต์ มึงจะเป๊ะอะไรหนักหนาวะ อีกแค่สิบห้านาทีเอง กูกับไอ้ไผ่ว่าจะชวนน้องเอมไปกินข้าว" "พนักงานใหม่ยังเคลียร์งานช่วงเช้าไม่เสร็จ พวกมึงจะไปไหนก็ไป อย่ามาวุ่นวายกับลูกน้องกู" ไฟเตอร์ตัดบทเสียงแข็ง ก่อนจะปรายตามองเอมิกา "กาแฟผมได้หรือยังคุณเอมิกา ถ้าชงเสร็จแล้วก็เอาตามเข้าไปในห้องด้วยทันที" พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินกลับห้องไป ทิ้งให้นัททิวกับไผ่มองหน้ากันอย่างงุนงง "อะไรของมันวะ บทจะดุก็ดุ บทจะหวงลูกน้องก็หวงซะงั้น อาการหนักนะเนี่ยเพื่อนกูยังกับคนประจำเดือนไม่มา" ไผ่พึมพำกลั้วหัวเราะ ก่อนจะหันไปโบกมือลาเอมิกา "งั้นพวกพี่ไปก่อนนะน้องเอม สู้ๆ โว้ยยย" เอมิกาได้แต่ยิ้มแหยๆ รับคำ ก่อนจะประคองแก้วกาแฟดำที่ชงใหม่เดินกลับไปที่ห้องทำงานของ บอสจอมเผด็จการ นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น การต้องทำงานร่วมกับคนที่ตัวเองแอบรัก แต่ต้องสวมหน้ากากทำเป็นคนแปลกหน้าใส่กันตลอดเวลา มันช่างเป็นความอึดอัดที่ทำให้ก้อนเนื้อข้างซ้ายทำงานหนักเสียจริง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD