ไม่ได้รู้สึกอะไร

950 Words
ร่างสูงถือถาดชามข้าวต้มที่พร่องไปเพียงครึ่งเดียวเดินออกมา ยืนนิ่งอยู่หน้าบานประตูที่ปิดสนิทชั่วครู่ ก่อนที่ความฟอร์มจัดและอีโก้ที่สูงเสียดฟ้าจะเริ่มทำงานเพื่อปกป้องความรู้สึกประหลาดที่กำลังคุกคามหัวใจ แล้วเขาจะสนเด็กนี่ทำไมวะ ในเมื่อไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย ก็แค่เด็กในการดูแลของแม่ป่าววะ เมื่อหาข้ออ้างหลอกตัวเองได้สำเร็จ ร่างสูงก็แค่นหัวเราะในลำคอ สะบัดไล่ความรู้สึกผิดทิ้งไป คิดได้ดังนั้น สองขายาวก็ก้าวเดินฉับๆ กลับขึ้นไปยังห้องนอนชั้นสองของตัวเองทันที โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองบานประตูสีขาวบานนั้นอีก เช้าวันรุ่งขึ้น... แสงแดดยังไม่ทันสาดส่องเต็มที่ เอมิกาก็ฝืนร่างที่ยังรุมๆ ด้วยพิษไข้ลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เธอเลือกสวมเสื้อเชิ้ตนักศึกษาพอดีตัวกับกระโปรงพลีทสีดำยาวคลุมเข่า รวบผมหางม้าเรียบร้อย รอยคล้ำใต้ตาถูกปกปิดด้วยคอนซีลเลอร์บางๆ เพื่อไม่ให้ดูโทรมจนเกินไป หญิงสาวหอบหิ้วกระเป๋าใบใหญ่และถุงใส่โมเดลบ้านสองชั้นที่อดหลับอดนอนทำมาหลายคืน ค่อยๆ ย่องออกจากบ้านอย่างเงียบเชียบที่สุด เธอเลือกที่จะเรียกแท็กซี่ไปมหาวิทยาลัยตั้งแต่หกโมงเช้า เพราะไม่อยากเผชิญหน้ากับ เจ้าของบ้านที่ป่านนี้คงยังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงนุ่มอยู่เลย ทางด้านไฟเตอร์. ร่างสูงในชุดนอนเดินงัวเงียลงมาจากชั้นสองในเวลาแปดโมงเช้า ความเคยชินทำให้เขากวาดสายตามองหาแผ่นหลังเล็กๆ ที่มักจะง่วนอยู่หน้าเตาแก๊ส แต่ทว่า... ภายในครัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความเงียบและไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ถูกปิดสนิท เขาขมวดคิ้ว เดินตรงไปที่ห้องนอนเล็กชั้นล่าง ยกมือขึ้นหมายจะเคาะประตูเพื่อปลุกคนป่วยมารับคำสั่งตามความเคยชิน แต่บานประตูไม่ได้ล็อกและเมื่อผลักเข้าไป ภายในห้องกลับว่างเปล่า ผ้าห่มถูกพับเก็บเรียบร้อยราวกับไม่มีคนนอนเมื่อคืน "ไปเรียนแล้วเหรอวะ ป่วยขนาดนั้นเนี่ยนะ ยัยเด็กดื้อเอ๊ย" ไฟเตอร์สบถอย่างหัวเสีย ความรู้สึกหงุดหงิดแล่นปรี๊ดขึ้นมาทันทีที่รู้ว่าเธอขัดคำสั่งเขาที่บอกให้พักผ่อน ยิ่งไปกว่านั้น คือความหงุดหงิดที่ลึกๆ แล้ว เขากำลัง เป็นห่วงแต่ก็ไม่อยากยอมรับ ชายหนุ่มเดินกระแทกส้นเท้ากลับขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว วันนี้เขาเลือกหยิบเสื้อเชิ้ตแบรนด์หรูมาสวมลวกๆ พับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก คว้ากุญแจรถสปอร์ตคู่ใจแล้วขับบึ่งไปที่บริษัทด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวขั้นสุด ณ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของครอบครัวในนาม PTP บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวของไฟเตอร์เต็มไปด้วยความมาคุตั้งแต่เช้า ชายหนุ่มนั่งกระดิกเท้าอยู่ที่โต๊ะทำงาน แฟ้มเอกสารกองโตตรงหน้าไม่ได้รับความสนใจเท่ากับสมาร์ทโฟนที่เขาวางไว้ใกล้ตัว เขาหยิบมันขึ้นมากดดูหน้าจอครั้งแล้วครั้งเล่า หวังลึกๆ ว่าจะมีข้อความจากใครบางคนรายงานตัวว่าถึงคณะแล้ว หรืออย่างน้อยก็ทักมาบอกว่ากินยาแล้วเหมือนที่เคยรายงานเขาทุกครั้ง แต่ก็ว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงา แกร๊ก... ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกโดยไม่เคาะ ฟาเดลในชุดสูทสีกรมท่าสุดเนี้ยบเดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มงานในมือ สายตาคมกริบแบบฉบับพี่คนโตมองน้องชายตัวดีที่เอาแต่นั่งจ้องโทรศัพท์ด้วยความหมั่นไส้ "เป็นอะไร นั่งหน้าเป็นตูดตั้งแต่เช้า ทะเลาะกับสาวที่ไหนมาอีกล่ะ" ฟาเดลทักทายด้วยน้ำเสียงประชดประชัน "เปล่า" ไฟเตอร์ตอบปัดๆ โยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะเสียงดัง "แล้วนี่พี่มีอะไร ถึงเข้ามาห้องผมได้ ร้อยวันพันปีไม่เห็นจะโผล่มา" "แม่โทรมาเช็ก" ฟาเดลวางแฟ้มลงบนโต๊ะ "ท่านถามว่าน้องเอมเป็นยังไงบ้าง เมื่อเช้าแกได้ดูแลน้องก่อนมาทำงานไหม หรือว่าทิ้งน้องไว้บ้านคนเดียวอีก" คำถามของฟาเดลจี้ใจดำเข้าอย่างจัง ไฟเตอร์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้าหนี "ยัยนั่น อาการดีขึ้นแล้ว เมื่อเช้าก็ออกไปพรีเซนต์งานที่คณะตั้งแต่ไก่โห่ ผมไม่ได้ทิ้ง" "ไปคณะ? ทั้งๆ ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลเนี่ยนะ?" ฟาเดลขมวดคิ้ว "แล้วแกก็ปล่อยให้น้องไปเอง? ไม่คิดจะขับรถไปส่งน้องหน่อยหรือไงวะไอ้ไฟเตอร์" "แล้วทำไมผมต้องไปส่งด้วย ในเมื่อยัยนั่นอยากอวดเก่งไปเองสิ " เขาสวนกลับด้วยอีโก้ล้วนๆ อาการฟอร์มจัดเริ่มกำเริบ "อีกอย่าง ผมไม่ได้เป็นอะไรกับยัยนั่นสักหน่อย ทำไมต้องคอยตามเทคแคร์ด้วย" ฟาเดลมองน้องชายที่เอาแต่พ่นคำพูดร้ายๆ ออกมาเพื่อปกปิดความรู้สึกตัวเอง พี่ชายคนโตถอนหายใจเฮือกใหญ่ ส่ายหัวอย่างระอา "ปากดีไปเถอะไฟเตอร์ พี่จะรอดูวันที่หมามันหวงก้าง.และถึงวันนั้น หวังว่าน้องเอมเขาจะยังยืนรอให้แกหวงอยู่นะ" คำพูดทิ้งท้ายของฟาเดลก่อนจะเดินออกจากห้องไป ราวกับคำสาปที่กรีดลึกลงไปในใจของไฟเตอร์ ชายหนุ่มกำหมัดแน่น พยายามสลัดคำพูดนั้นทิ้ง แต่ภาพแผ่นหลังเล็กๆ ที่สั่นเทาเมื่อคืนกลับตามมาหลอกหลอนไม่หยุดหย่อน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD