ข้ออ้างอยากกลับบ้าน

1068 Words
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านม่านปรับแสงเข้ามาภายในห้องพักฟื้น เอมิกาคอยๆ ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดหัวที่ทุเลาลงมากแล้ว แม้ร่างกายจะยังรู้สึกอ่อนเพลียอยู่บ้าง แต่สติสัมปชัญญะของเธอกลับมาครบถ้วนสมบูรณ์ ก๊อก... ก๊อก... ขออนุญาติเข้าตรวจครับ คุณหมอวัยกลางคนเดินเข้ามาตรวจอาการพร้อมกับพยาบาล เอมิกาส่งยิ้มบางๆ ให้ ก่อนจะรีบเอ่ยปากร้องขอในสิ่งที่เธอคิดทบทวนมาตั้งแต่ตื่นนอน "คุณหมอคะ วันนี้เอมขออนุญาตออกจากโรงพยาบาลเลยได้ไหมคะ" "เพิ่งไข้ลดลงเองนะครับหมออยากให้อยู่ดูอาการอีกสักคืน ร่างกายยังอ่อนเพลียอยู่เลย" คุณหมอขมวดคิ้วเล็กน้อย "แต่เอมดีขึ้นมากแล้วจริงๆ ค่ะ พรุ่งนี้เอมมีพรีเซนต์แบบร่างโมเดลที่คณะ เป็นคะแนนหลักของเทอมนี้ด้วย เอมขาดไม่ได้จริงๆ ค่ะคุณหมอ ให้เอมกลับไปพักที่บ้านแล้วทานยาตามหมอสั่งอย่างเคร่งครัดแทนได้ไหมคะ" หญิงสาวยกมือไหว้พร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอนสุดฤทธิ์ คุณหมอถอนหายใจอย่างอ่อนใจเมื่อเห็นความมุ่งมั่นของนักศึกษาคณะสถาปัตย์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหามรุ่งหามค่ำ "ก็ได้ครับ แต่มีข้อแม้ว่าห้ามหักโหมเด็ดขาด ถ้ามีอาการไข้กลับมาต้องรีบมาโรงพยาบาลทันที เข้าใจไหมครับ" "เข้าใจค่ะ ขอบคุณคุณหมอมากนะคะ" หลังจากคุณหมอเดินออกไป เอมิกาก็จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับไปใส่ชุดเดิมของเมื่อวานที่พยาบาลซักอบรีดมาให้เรียบร้อย เธอกำลังเก็บของใช้ส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ ลงกระเป๋าสะพาย โดยคิดว่าจะกดเรียกแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชันเพื่อกลับบ้าน เพราะไม่อยากโทรไปรบกวนพี่ฟาเดลกับพี่นิชาในเวลาทำงานอีก แกร๊ก... บานประตูถูกผลักเข้ามาพอดี เอมิกาหันไปมองด้วยรอยยิ้มเพราะคิดว่าเป็นพยาบาลที่นำเอกสารมาให้เซ็น แต่รอยยิ้มนั้นกลับค่อยๆ จางหายไปเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตูคือใคร ไฟเตอร์ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มกับกางเกงสแล็คดูเรียบร้อยกว่าเมื่อวาน เรือนผมสีดำสนิทถูกจัดทรงมาอย่างดี ทว่าใต้ตาของเขากลับมีรอยคล้ำจางๆ เหมือนคนไม่ได้นอนมาทั้งคืน ร่างสูงก้าวเข้ามาในห้อง นัยน์ตาคมกริบจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าซีดเซียวของเธอ "ใครอนุญาตให้กลับ" น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถาม แม้จะฟังดูห้วนแต่มันกลับเจือไปด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด "เมื่อกี้ฉันสวนกับพยาบาล เขาบอกว่าเธอจะออกจากโรงพยาบาลวันนี้" "เอมดีขึ้นแล้วค่ะ พรุ่งนี้มีพรีเซนต์งานสำคัญ ขาดไม่ได้จริงๆ" เอมิกาตอบเสียงเรียบ หลบสายตาของเขาแล้วหันไปรูดซิปกระเป๋าต่อ "เเล้วงานมันสำคัญกว่าชีวิตตัวเองหรือไง นอนอีกสักคืนจะเป็นไรไป" เขาเผลอดุเสียงเข้มใส่เธอ "มันเป็นงานของเอมค่ะเเละเอมก็ดูแลตัวเองได้" คำตอบที่ห่างเหินและแววตาที่เย็นชาลงอย่างเห็นได้ชัดของเอมิกา ทำเอาไฟเตอร์ถึงกับชะงัก ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนมีก้อนบางอย่างจุกอยู่ที่คอ เขาอยากจะเอ่ยคำว่าขอโทษสำหรับเรื่องเมื่อคืน แต่ความฟอร์มจัดและอีโก้ที่ค้ำคอทำให้เขาพูดไม่ออก ไฟเตอร์สาวเท้าเข้าไปใกล้ ก่อนจะแย่งกระเป๋าสะพายใบเล็กในมือเธอมาถือไว้เอง "พี่ไฟต์ เอาคืนมาค่ะ เอมถือเองได้" "เงียบเถอะน่า แม่สั่งให้ฉันมารับเธอ" เขายกแม่มาอ้างเพื่อกลบเกลื่อนความตั้งใจของตัวเอง ทั้งที่ความจริงแล้ว วันนี้เขาตัดสินใจยกเลิกนัดลูกค้าทั้งหมดเพื่อมารับเธอด้วยตัวเอง "เดินไหวไหม หรือจะให้นั่งรถเข็น" "ไหวค่ะ" เอมิกาตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินนำเขาออกจากห้องไปโดยไม่รอ ตลอดระยะเวลาที่อยู่บนรถสปอร์ตคันหรู บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเงียบกริบจนน่าอึดอัด เอมิกาเอาแต่นั่งพิงเบาะ หลับตาและหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง ราวกับไม่อยากแม้แต่จะมองหน้าคนขับ ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนที่เสียงผู้หญิงแปลกหน้ารับสายโทรศัพท์ของเขายังคงดังก้องอยู่ในหัว มันตอกย้ำให้เธอรู้สถานะของตัวเองดีว่า เธอเป็นแค่ภาระที่เขารำคาญ และไม่มีวันที่จะเป็นคนที่เขาใส่ใจได้ การที่เขามารับเธอวันนี้ ก็คงเป็นเพราะถูกคุณป้านิราบังคับมาเหมือนเคย ไฟเตอร์ลอบมองคนป่วยที่นั่งหลับตาอยู่ข้างๆ เป็นระยะ เขากำพวงมาลัยแน่น ความรู้สึกหงุดหงิดตัวเองตีตื้นขึ้นมา เขาไม่ชอบความเงียบแบบนี้ ไม่ชอบที่เธอทำตัวห่างเหินและสร้างกำแพงใส่เขาแบบนี้เลย เมื่อรถแล่นเข้ามาจอดในโรงรถของบ้าน เอมิกาก็เปิดประตูลงจากรถทันทีโดยไม่รอให้เขามาเปิดให้ ไฟเตอร์รีบเดินตามหลังเธอเข้าไปในบ้าน "ขึ้นไปนอนพักซะ เดี๋ยวฉันจะเอายาขึ้นไปให้" เขาเอ่ยสั่งเมื่อเห็นเธอเดินตรงไปที่โซฟาห้องนั่งเล่น "ไม่เป็นไรค่ะ เอมว่าจะนั่งเคลียร์งานค้างต่อ" "เอมิกา." ไฟเตอร์เรียกชื่อเธอเสียงต่ำ เป็นการเตือนว่าเขากำลังจะหมดความอดทน "อย่าดื้อกับฉันตอนนี้ ขึ้น-ไป-นอน-พัก" เอมิกาชะงัก เม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะยอมหมุนตัวเดินไปที่ห้องนอนชั้นล่างของตัวเองแต่โดยดี แต่ก่อนที่เธอจะปิดประตู เสียงทุ้มของคนฟอร์มจัดก็ดังแทรกขึ้นมาเบาๆ "เดี๋ยวฉัน... ทำข้าวต้มมาให้" หญิงสาวชะงักมือที่กำลังจับลูกบิดประตู นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ปกติแล้วมีแต่เธอที่ต้องเป็นคนคอยทำอาหารเสิร์ฟเขา นี่เป็นครั้งแรกในรอบสองปีที่ผู้ชายเอาแต่ใจอย่างเขาอาสาจะทำให้เธอ แต่ถึงอย่างนั้น บาดแผลในใจก็ยังคงสดใหม่เกินกว่าที่เธอจะยิ้มรับมันได้ง่ายๆ "ขอบคุณค่ะ แต่ไม่ต้องลำบากหรอก เอมยังไม่หิว" พูดจบ เธอก็ปิดประตูลงกลอนทันที ปล่อยให้ไฟเตอร์ยืนนิ่งค้างอยู่หน้าประตูด้วยความรู้สึกชาวาบไปทั้งใจ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD