เป็นเวลาสามเดือนผ่านไปนับตั้งแต่เอมิกาเข้ามาทำงานในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวของไฟเตอร์ ความสัมพันธ์แบบเจ้านายกับลูกน้องที่แสนเย็นช ยังคงดำเนินต่อไปในเวลางาน แต่ในค่ำคืนนี้ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
คืนนี้บริษัทได้จัดงานเลี้ยงขอบคุณพนักงานประจำปีขึ้นที่ห้องบอลรูมของโรงแรมหรูในเครือบริษัท บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานและเสียงดนตรี เอมิกามาในชุดเดรสปาดไหล่สีแชมเปญที่ขับผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่นสะดุดตา เธอหัวเราะร่วนอยู่กับแก๊งเพื่อนสนิทอย่าง บิว ทับทิม และดีดี้ รวมถึงพนักงานหนุ่มๆ หลายคนที่พากันมาแจกขนมจีบผู้ช่วยสาวคนสวยอย่างไม่ขาดสาย
ภาพความสนิทสนมนั้นตกอยู่ในสายตาคมกริบของรองประธานกรรมการบริหารหนุ่มตลอดเวลา ไฟเตอร์นั่งหน้าตึงอยู่โซนวีไอพี มือหนายกแก้ววิสกี้ขึ้นสาดลงคอรวดเดียวหมดแก้วแล้วแก้วเล่า นัททิวกับไผ่ที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้แต่มองหน้ากันอย่างรู้ทัน
"เบาได้เบาไอ้ไฟต์ เดี๋ยวก็เมาแอ๋หรอกมึง หึงน้องก็เดินไปดึงตัวออกมาสิวะ นั่งหน้าเป็นหมาหวงก้างอยู่ได้"
นัททิวเอ่ยแซว
"ใครหึง กูกับเด้กนั่นไม่ได้เป็นไรกันซักหน่อย กูแค่รำคาญตา ลูกน้องกูแต่ละคน วันๆ ไม่คิดจะทำงานทำการหรือไง ถึงได้เอาแต่จีบกัน"
ไฟเตอร์กระแทกเสียงตอบ ก่อนจะคว้าขวดวิสกี้มาเทใส่แก้วตัวเองอีกรอบ
ทางด้านเอมิกาเองก็ถูกเพื่อนๆ บังคับให้ดื่มค็อกเทลไปหลายแก้ว ด้วยความที่ไม่ค่อยถนัดเรื่องแอลกอฮอล์ หญิงสาวจึงเริ่มมีอาการมึนเมา ใบหน้าสวยหวานแดงระเรื่อ ทรงตัวแทบไม่อยู่ จนดีดี้ต้องพยุงตัวเธอเอาไว้
เอิ้ก ... "ไม่ไหวแล้วว่ะพวกแก มึนหัวไปหมดแล้ว ขอตัวขึ้นไปนอนก่อนนะ"
เอมิกาโบกมือลาเพื่อนๆ มือเล็กล้วงคีย์การ์ดห้องพักที่บริษัทจองไว้ให้ออกมา
ด้วยความมึนเมาขั้นสุด เอมิกาเดินโซเซขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นห้องพัก โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีร่างสูงของใครบางคนที่เมาไม่แพ้กันเดินตามมาติดๆ ไฟเตอร์สะบัดหัวไล่ความมึนงง เขาพยายามจะเดินกลับห้องพักของตัวเองซึ่งอยู่ชั้นเดียวกัน แต่สายตากลับพร่ามัวจนมองเลขห้องไม่ออก
เอมิกาแตะคีย์การ์ดเปิดประตูห้อง ทว่ายังไม่ทันจะได้ปิดประตู ร่างหนาหนักของไฟเตอร์ก็แทรกตัวเข้ามาก่อนจะล้มทับร่างบางจนพากันล้มกลิ้งลงไปบนเตียงกว้างทั้งคู่
"อื้อ... ใครเนี่ย หนักจัง"
เอมิกาครางประท้วง พยายามผลักแผ่นอกกว้างออก แต่พิษแอลกอฮอล์ทำให้เธอไม่มีแรงแม้แต่จะลืมตา
"หอม... ทำไมหมอนใบนี้มันหอมจังวะ"
ไฟเตอร์พึมพำเสียงอ้อแอ้ ซุกหน้าลงกับลาดไหล่เนียนของคนใต้ร่าง แขนแกร่งตวัดกอดก่ายเอวบางไว้แน่นราวกับเป็นหมอนข้างใบโปรด ก่อนที่สติของทั้งคู่จะดับวูบลงไปพร้อมกันเพราะความเมามาย โดยที่ไม่มีใครล่วงเกินใครไปมากกว่าการกอดก่าย
Zzz ...
เช้าวันรุ่งขึ้น
แกร๊ก...
เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างของคุณนิราและคุณรัตนา แม่ของเอมิกาที่เพิ่งบินกลับมาไทยเพื่อมาร่วมงานเลี้ยงบริษัทที่ตั้งใจจะมาปลุกเด็กสาวไปทานอาหารเช้า ทว่าภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำเอาผู้ใหญ่ทั้งสองคนถึงกับอ้าปากค้าง
เสื้อผ้าของเอมิกาหลุดลุ่ยจนเห็นสายเสื้อชั้นใน ส่วนไฟเตอร์ก็ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกจนหมดโชว์แผงอกกว้าง ทั้งคู่นอนกอดก่ายกันกลมดิกอยู่บนเตียงเดียวกัน
"ว้าย .. ตาไฟต์ น้องเอม"
คุณนิราร้องลั่นห้อง
เสียงแหลมปรี๊ดทำเอาสองร่างบนเตียงสะดุ้งสุดตัว เอมิกาลืมตาโพลงขึ้นมา ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาของเจ้านายหนุ่มอยู่ห่างไปไม่ถึงคืบ หญิงสาวกรี๊ดลั่น รีบผลักเขาออกแล้วคว้าผ้าห่มมาคลุมตัว
ไฟเตอร์งัวเงียลุกขึ้นนั่ง สางผมที่ยุ่งเหยิงของตัวเอง ก่อนจะสร่างเมาเป็นปลิดทิ้งเมื่อเห็นสายตาพิฆาตของมารดาตนเองและมารดาของหญิงสาว
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น ตาไฟต์ แกทำอะไรรุ่มร่ามกับน้องห๊ะ"
คุณนิราเดินเข้าไปหยิกแขนลูกชายอย่างแรง
"โอ๊ยแม่.. !! ผมเจ็บ ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะ เมื่อคืนผมแค่... แค่เมา แล้วก็เผลอเดินเข้าผิดห้อง"
. ไฟเตอร์รีบแก้ตัวหน้าตื่น
"ใช่ค่ะคุณแม่ คุณป้า เอมเมามาก จำอะไรไม่ได้เลย แต่เราไม่ได้มีอะไรกันแน่ๆ ค่ะ"
เอมิการีบสมทบ หน้าซีดเผือด
"ไม่ต้องมาแก้ตัวเลยทั้งคู่สภาพแบบนี้ใครมาเห็นเขาก็เอาไปนินทากันทั้งบริษัทแล้ว ลูกสาวเขามีพ่อมีแม่นะไฟเตอร์ แกจะมารับผิดชอบด้วยคำว่าไม่ได้ตั้งใจไม่ได้"
คุณนิราประกาศกร้าว ก่อนจะหันไปจับมือเพื่อนรักอย่างคุณรัตนา
"ไม่ต้องห่วงนะรัตนา ฉันจะให้ตาไฟต์รับผิดชอบเรื่องนี้เอง"
"รับผิดชอบอะไรแม่"
"แกต้องแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับน้องเอมให้เร็วที่สุด"
คำประกาศิตนั้นทำเอาทั้งไฟเตอร์และเอมิกาช็อกจนพูดไม่ออก ชายหนุ่มโวยวายลั่นห้อง พยายามอธิบายว่ามันเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด แต่คุณนิราและคุณรัตนาก็ไม่ฟังเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น การหมั้นหมายและวิวาห์สายฟ้าแลบจึงถูกจัดเตรียมขึ้นอย่างเงียบๆ และรวดเร็วที่สุดท่ามกลางความไม่เต็มใจของไฟต์เตอร์
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ณ บ้านพักหลังใหญ่
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนเอมิกาตั้งรับไม่ทัน รู้ตัวอีกที เธอก็มีชื่ออยู่ในทะเบียนสมรสคู่กับผู้ชายที่เธอแอบรักมาตลอดหลายปี
ทว่า... มันไม่ได้เป็นงานแต่งงานที่อบอุ่นหรือเต็มไปด้วยความรักอย่างที่เด็กผู้หญิงทุกคนใฝ่ฝัน ไม่มีงานฉลองใหญ่โต มีเพียงการสวมแหวนต่อหน้าผู้ใหญ่และเพื่อนสนิทไม่กี่คนเท่านั้นเเละมีการจดทะเบียนสมรส ผูกขาดกันด้วย
หลังจากการรับประทานอาหารค่ำมื้อเล็กๆ จบลง ผู้ใหญ่ก็เดินทางกลับ ทิ้งให้คู่ข้าวใหม่ปลามันอยู่ด้วยกันตามลำพัง
เอมิกาในชุดเดรสสีขาวเรียบง่ายนั่งอยู่บนปลายเตียงในห้องนอนใหญ่ของไฟเตอร์ หญิงสาวก้มมองแหวนเพชรเม็ดงามบนนิ้วนางข้างซ้ายด้วยความรู้สึกโหวงเหวงในใจ
แกร๊ก...
ไฟเตอร์เปิดประตูห้องเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบตึง เขาดึงเนคไทออกอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเดินมาหยุดยืนตรงหน้าเธอ
"อย่าคิดนะว่าแค่ทะเบียนสมรสแผ่นเดียว จะทำให้เธอมีสิทธิ์ในตัวฉันหรือในบ้านหลังนี้"
น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา ไร้ซึ่งความอ่อนโยนใดๆ
เอมิกาเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาสั่นระริก
"เอมรู้ค่ะ. เอมเองก็พยายามอธิบายผู้ใหญ่แล้วว่าเราไม่ได้มีอะไรกัน แต่..."
"แต่เธอก็ยอมจดทะเบียนแต่โดยดี ไม่เห็นจะขัดขืนอะไรนี่"
เขาพูดแทรกขึ้นมาด้วยอารมณ์พาล
"ฟังนะเอมิกา ถึงเราจะจดทะเบียนกันแล้ว แต่ทุกอย่างจะยังคงเหมือนเดิม"
ชายหนุ่มชูนิ้วขึ้นมาทีละข้อเพื่อตั้งกฎเหล็ก
"ข้อแรก... เราจะแยกห้องนอนกัน ฉันไม่ชินกับการมีคนอื่นมานอนร่วมเตียงด้วย เธอไปนอนห้องเล็กชั้นล่างเหมือนเดิมนั่นแหละ"
"ข้อสอง... เวลาอยู่ที่บริษัท เราคือเจ้านายกับลูกน้อง ห้ามทำตัวสนิทสนม และห้ามให้ใครในบริษัทรู้เรื่องงานแต่งงานบ้าๆ นี่เด็ดขาด"
"และข้อสาม... อย่าลืมถอดแหวนวงนั้นออกทุกครั้งที่ไปทำงาน ฉันไม่อยากตอบคำถามใคร"
เอมิกานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง คำพูดของเขาเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงลงกลางใจ เธอพยักหน้ารับช้าๆ อย่างจำยอม
"เข้าใจแล้วค่ะ.พี่ไฟต์ เอ้ย บอส"
เธอฝืนยิ้มบางๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน
"งั้นเอมขอตัวลงไปนอนที่ห้องของเอมก่อนนะคะ พรุ่งนี้มีประชุมเช้า"
พูดจบเธอก็เดินสวนเขาออกไปจากห้อง ทิ้งให้ไฟเตอร์ยืนมองแผ่นหลังเล็กๆ นั้นด้วยความรู้สึกหงุดหงิดที่อธิบายไม่ถูก เขาคิดว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายควบคุมเกมนี้ได้ แต่ทำไมการที่เธอยอมรับเงื่อนไขง่ายๆ โดยไม่งอแงอ้อนวอนเขาสักนิดมันถึงทำให้เขาตงิดๆ ในใจขึ้นมาได้ล่ะ?