หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างเชื่องช้า ชีวิตนักศึกษาปีหนึ่งของเอมิกาไม่ได้สวยหรูหรือเต็มไปด้วยสีสันอย่างที่วัยรุ่นคนอื่นเขาเป็นกัน ตารางชีวิตของเธอถูกตีกรอบด้วยเวลาเรียนและหน้าที่ คนรับใช้จำกัดความรับผิดชอบที่ไฟเตอร์ยัดเยียดให้
เธอต้องตื่นตั้งแต่ตีห้ามาเตรียมอาหารเช้า รีดชุดนักศึกษาให้เขา จัดการปัดกวาดเช็ดถูพื้นที่ชั้นล่างทั้งหมดก่อนออกไปมหาวิทยาลัย และเมื่อกลับมาก็ต้องทำมื้อเย็นเผื่อไว้ แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วร่างสูงมักจะกลับมาดึกดื่นพร้อมกลิ่นแอลกอฮอล์ หรือบางวันก็หิ้วสาวสวยหน้าตาไม่ซ้ำกันมาค้างคืนด้วยก็ตาม
เอมิกาทำตามกฎของเขาอย่างเคร่งครัด เธอทำตัวลีบเล็กเหมือนอากาศธาตุ ทุกครั้งที่เขาพาใครมา เธอจะรีบหลบเข้าห้องนอน ปิดไฟ และพยายามไม่ออกมาเพ่นพ่านให้เขาหงุดหงิดใจ
วันนี้เป็นวันเสาร์ วันหยุดที่เธอใฝ่ฝันจะได้นอนตื่นสายเพื่อชดเชยความเหนื่อยล้ามาทั้งสัปดาห์ แต่ทว่า...
ปังๆๆ!!
เสียงเคาะประตูดังสนั่นจนบานประตูแทบพัง เอมิกาสะดุ้งสุดตัว รีบคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับชุดนอนลายการ์ตูนแล้ววิ่งไปเปิดประตูด้วยสภาพงัวเงีย
"แปดโมงครึ่งแล้ว ยังจะนอนกินบ้านกินเมืองอยู่อีกหรือไง"
ร่างสูงของไฟเตอร์ยืนกอดอกอยู่หน้าห้อง วันนี้เขาอยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีเทาพอดีตัวที่เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อแข็งแรงของท่อนแขน เรือนผมสีดำสนิทที่ไม่ได้เซ็ตดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย เขามองสภาพหัวฟูๆ ของคนตรงหน้าด้วยสายตาตำหนิ
"พี่ไฟต์มีอะไรให้เอมทำเหรอคะ เอมทำข้าวต้มไว้ให้ในครัวแล้ว..."
"ฉันไม่อยากกินข้าวต้ม"
เขาตัดบทเสียงห้วน
"ออกไปล้างรถให้ฉันหน่อย วันนี้ฉันมีนัด อ้อ... แล้วก็จัดการอาบน้ำให้ไอ้ 'แจ็คพอต' ด้วย มันเหม็นสาบไปหมดแล้ว"
เอมิกาเบิกตากว้าง 'แจ็คพอต' คือสุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ตัวโตที่ไฟเตอร์เลี้ยงไว้ หรือจะพูดให้ถูกคือแม่ของเขาซื้อมาให้ แต่เขาก็ปล่อยปละละเลยมันไว้ที่สวนหลังบ้าน มันเป็นหมาพลังเยอะที่ชอบกระโจนใส่คนและวิ่งเล่นคลุกโคลนเป็นประจำ
"แต่ เอมยังไม่ได้อาบน้ำเลยนะคะ"
"ก็ดีสิ จะได้เปียกทีเดียว ไปจัดการให้เสร็จก่อนเที่ยงล่ะ ถ้าฉันลงมาแล้วรถยังไม่เงา หมายังไม่หอม เธอโดนดีแน่"
เขาสั่งเสียงเฉียบขาดก่อนจะหมุนตัวเดินกลับขึ้นไปชั้นสอง ทิ้งให้เอมิกายืนถอนหายใจเฮือกใหญ่อยู่หน้าประตูห้อง
สิบห้านาทีต่อมา เอมิกาในชุดเสื้อยืดตัวเก่าและกางเกงขาสั้นก็มายืนอยู่กลางสนามหญ้าหน้าบ้าน พร้อมกับสายยาง ถังน้ำ และแชมพูสุนัข
"มานี่เลยแจ็คพอต มาอาบน้ำซะดีๆ"
เธอพยายามเรียกเจ้าตูบขนฟูที่กำลังวิ่งวนไปมาอย่างร่าเริง
กว่าจะจับตัวแจ็คพอตได้ เอมิกาก็หอบแฮ่ก เธอใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการสู้รบปรบมือกับสุนัขตัวโตที่สะบัดน้ำใส่เธอจนเปียกปอนไปทั้งตัว ฟองแชมพูกระเด็นติดผมและใบหน้าสวยหวาน เอมิกายกแขนเสื้อขึ้นปาดเหงื่อปนน้ำบนหน้าผาก ลมหายใจหอบถี่
บนระเบียงชั้นสอง ไฟเตอร์ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงมองลงมาเงียบๆ นัยน์ตาคมกริบจ้องมองร่างเล็กที่เปียกปอนลู่แนบเนื้อ เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อยืดตัวโคร่งโดยที่เจ้าตัวไม่ทันระวัง เขาเผลอจ้องมองภาพนั้นอยู่นาน ก่อนจะสะบัดหัวไล่ความคิดบ้าๆ ออกไป
ยัยเด็กนี่ ก็แค่เด็กกะโปโลน่ารำคาญ ..
เขาบอกตัวเองในใจ ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องไปอาบน้ำแต่งตัว
เมื่อไฟเตอร์เดินลงมาข้างล่างในอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา เขาก็พบว่ารถสปอร์ตคันหรูของเขาถูกล้างจนเงาวับจอดอยู่ในโรงรถ ส่วนเจ้าแจ็คพอตก็ขนฟูฟ่องหอมฉุยนอนหมอบอยู่ข้างๆ เอมิกาที่กำลังนั่งเช็ดรถเก็บรายละเอียดเป็นครั้งสุดท้าย
"เสร็จแล้วค่ะพี่ไฟต์"
เธอหันมาบอกเขา รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าที่เหนื่อยล้า
ไฟเตอร์ปรายตามองผลงานอย่างจับผิด แต่ก็หาที่ติไม่ได้ เขาล้วงกุญแจรถออกมากดปลดล็อก
"ก็ทำได้นี่ นึกว่าจะดีแต่ฟ้องแม่ฉันซะอีก"
เขาแขวะกระแทกเสียง
เอมิกาหน้าเสียไปเล็กน้อย แต่ก็เลือกที่จะเงียบ เธอรู้ดีว่ายิ่งเถียง เขาก็จะยิ่งหาเรื่องแกล้งเธอหนักขึ้น
บรื้นนน..
ยังไม่ทันที่ไฟเตอร์จะก้าวขึ้นรถ เสียงเครื่องยนต์รถยุโรปคันหรูอีกคันก็แล่นมาจอดเทียบที่หน้าประตูรั้ว หญิงสาวร่างเพรียวบางในชุดเดรสรัดรูปสีแดงสดก้าวลงมาจากรถพร้อมกับแว่นกันแดดแบรนด์เนม เธอส่งยิ้มหวานหยดย้อยมาให้ไฟเตอร์
"ไฟต์ขา รอนานไหมคะ พอดียี่หวารถติดนิดหน่อย"
เสียงแหลมปรี๊ดดังขึ้นพร้อมกับร่างของหญิงสาวที่เดินเข้ามากอดแขนไฟเตอร์อย่างถือวิสาสะ
ไฟเตอร์ปรับสีหน้าเป็นรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ในเสี้ยววินาที
"ไม่นานหรอกครับ สำหรับยี่หวาไฟต์รอได้เสมอ"
เอมิกายืนถือผ้าเช็ดรถนิ่งค้าง เธอมองผู้หญิงที่ชื่อยี่หวาปรายตามองมาที่เธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเหยียดๆ ก่อนจะหันไปถามร่างสูง
"เด็กรับใช้บ้านไฟต์เหรอคะ สภาพดูไม่ได้เลย"
ไฟเตอร์เหลืองตามองเอมิกาที่เปียกปอนไปทั้งตัว มุมปากหยักยกยิ้มเย็นชา
"ครับแค่เด็กรับใช้ ไม่ต้องไปสนใจหรอก เราไปกันเถอะ"
พูดจบ เขาก็เปิดประตูรถให้หญิงสาวคนนั้นก้าวขึ้นไปนั่ง ก่อนจะอ้อมมาฝั่งคนขับ สตาร์ทรถและขับออกไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองคนที่ยืนกำผ้าเช็ดรถแน่นอยู่ข้างหลังเลยแม้แต่นิดเดียว
เอมิกามองตามท้ายรถสปอร์ตที่แล่นลับตาไป ความรู้สึกจุกหน่วงแล่นริ้วขึ้นมาในอก เธอสูดลมหายใจลึกๆ พยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อรื้นขึ้นมา
ไม่เป็นไรเลยเอมิกา อดทนเอาไว้แค่ปีเดียวเท่านั้น
เธอพึมพำบอกตัวเอง ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเก็บอุปกรณ์ล้างรถเข้าที่ ปล่อยให้ความเงียบเหงาและคราบน้ำตาถูกชะล้างไปพร้อมกับสายน้ำบนพื้นคอนกรีต