เสียงล้อกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เสียดสีกับพื้นคอนกรีตดังเป็นจังหวะ ก่อนจะหยุดลงที่หน้าประตูรั้วบ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์นหลังหนึ่ง
เอมิกา หญิงสาวในชุดนักศึกษาปีหนึ่งที่เพิ่งแกะป้ายห้อยออกเมื่อไม่กี่วันก่อน สููดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกความกล้า มือเล็กที่จับก้านร่มและที่ลากกระเป๋าชื้นไปด้วยเหงื่อ แม้ว่าวันนี้อากาศจะไม่ได้ร้อนจัดก็ตาม
ทุกอย่างเกิดขึ้นกะทันหันจนเธอเองก็ยังตั้งรับไม่ทันรัตนา ผู้เป็นแม่ของเธอได้รับคำสั่งด่วนให้ต้องบินไปคุมงานที่ต่างประเทศเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม ด้วยความเป็นห่วงลูกสาวที่เพิ่งสอบติดมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ หมาดๆ แม่จึงไปขอร้องเพื่อนสนิทอย่างคุณป้านิราให้ช่วยดูแลเธอให้ และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เอมิกาต้องหอบข้าวของระเห็จมาอยู่ที่นี่
...บ้านของหลังเดี่ยวไฟเตอร์ลูกชายคนเล็กของคุณป้านิราที่กำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่สี่
ติ๊งต่อง...
นิ้วเรียวกดกริ่งหน้าบ้านไปหนึ่งครั้งตามมารยาท เธอรออยู่นานเกือบห้านาทีก็ยังไม่มีวี่แววว่าคนข้างในจะออกมาเปิดประตู หญิงสาวเม้มริมฝีปาก ลังเลว่าจะกดซ้ำดีหรือไม่ เพราะคุณป้านิราบอกไว้แล้วว่าวันนี้ลูกชายของท่านอยู่บ้านแน่นอน
เเกร๊ก...
เสียงปลดล็อกประตูดังขึ้นพร้อมกับบานประตูรั้วเล็กที่ถูกดึงเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้า
เอมิกาชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตากลมโตช้อนขึ้นมองคนตัวโตกว่า ไฟเตอร์อยู่ในชุดเสื้อยืดสีเข้มย้วยๆ กับกางเกงวอร์มสบายๆ สภาพเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน เรือนผมสีดำสนิทของเขายุ่งเหยิงไม่เป็นทรง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้ลดทอนความหล่อเหลาที่ดูอันตรายของเขาลงไปได้เลย คิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันและสายตาดุดันที่มองมา ทำเอาคนถูกมองถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลาย
"จะยืนบื้ออยู่ตรงนั้นอีกนานไหม แดดมันร้อน"
น้ำเสียงทุ้มติดจะหงุดหงิดเอ่ยขึ้นเป็นประโยคแรก ไม่มีคำทักทาย ไม่มีการรักษาน้ำใจใดๆ ทั้งสิ้น ร่างสูงเบี่ยงตัวหลบทางให้เล็กน้อยเป็นเชิงสั่งให้เธอรีบเข้ามา
"ขะ... ขอโทษค่ะ"
เอมิการีบก้มหัวปะหลกๆ แล้วออกแรงลากกระเป๋าเดินทางใบยักษ์สองใบเข้ามาในรั้วบ้านอย่างทุลักทุเล ไฟเตอร์เพียงแค่ปรายตามองโดยไม่มีทีท่าว่าจะยื่นมือเข้ามาช่วยเลยแม้แต่น้อย เขารอจนเธอพ้นประตูเข้ามาแล้วจึงปิดรั้วลงกลอนเสียงดังปัง
บรรยากาศภายในบ้านเงียบกริบและเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศที่เปิดทิ้งไว้ เอมิกาลากกระเป๋ามาหยุดอยู่ที่มุมห้องนั่งเล่น ก่อนจะยืนเก้ๆ กังๆ ไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไรต่อไป
ไฟเตอร์ทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวยาว ยกมือขึ้นเสยผมสีดำขลับของตัวเองลวกๆ นัยน์ตาคมกริบตวัดมอง ภาระที่แม่ของเขายัดเยียดมาให้อย่างไม่สบอารมณ์
"ฟังนะ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าแม่ฉันไปตกลงอะไรกับแม่เธอไว้บ้าง แต่ในเมื่อมาอยู่ที่นี่แล้ว ก็ต้องทำตามกฎของฉัน"
ร่างสูงกอดอกพิงพนักโซฟา ท่าทีคุกคามและกดดันอย่างเห็นได้ชัด
"ข้อแรกห้องของเธอคือห้องเล็กชั้นล่าง ห้ามขึ้นไปวุ่นวายบนชั้นสองเด็ดขาด นั่นพื้นที่ส่วนตัวของฉัน"
เอมิกาพยักหน้ารับคำรัวๆ
"เข้าใจแล้วค่ะ เอมจะไม่ขึ้นไปกวนพี่ไฟต์แน่นอน"
"ข้อสอง..."
เขาดึงสายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ
"ฉันรักความสงบ และโลกส่วนตัวสูงมาก เพราะฉะนั้นอย่าทำตัววุ่นวาย อย่าสร้างปัญหา และถ้าฉันพาเพื่อนมาที่บ้าน เธอต้องทำตัวให้เหมือนไม่มีตัวตน เข้าใจใช่ไหมว่าฉันหมายถึงอะไร?"
คำว่าเพื่อนที่ถูกเน้นย้ำพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ดูร้ายกาจ ทำให้เอมิกาเข้าใจได้ในทันที เธอเคยได้ยินกิตติศัพท์ความเจ้าชู้และไลฟ์สไตล์แบบเพลย์บอยของพี่ชายคนนี้มาบ้างจากคำบอกเล่าของแม่ การที่เธอเข้ามาอยู่ที่นี่ คงไปขัดจังหวะการใช้ชีวิตอิสระของเขาเข้าอย่างจัง
"ค่ะ เอมจะพยายามไม่ออกจากห้องถ้าไม่จำเป็น"
"ก็ดี รู้ตัวว่ามาขออาศัยก็ทำตัวให้มันว่าง่ายๆ หน่อยก็แล้วกัน"
ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
"อ้อ... แล้วก็งานบ้านทั้งหมด ตั้งแต่กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า ยันทำกับข้าว เป็นหน้าที่ของเธอ ถือซะว่าเป็นค่าเช่าบ้านก็แล้วกัน ฉันไม่ชอบให้คนนอกหรือแม่บ้านเข้ามาวุ่นวาย"
"แต่ว่า.."
เอมิกาอ้าปากจะท้วง เพราะถึงเธอจะทำอาหารเป็น แต่งานบ้านทั้งหมดสำหรับบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้มันก็หนักเอาการสำหรับนักศึกษาปีหนึ่งที่เพิ่งเปิดเทอม
"มีปัญหา?
คิ้วเข้มเลิกขึ้นอย่างท้าทาย
"เปล่าค่ะ เอมทำได้"
เธอรีบปฏิเสธพลางก้มหน้าหลบสายตาดุๆ นั้น เธอไม่อยากมีปัญหาตั้งแต่ตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้ามา
"ก็แค่นั้นแหละ จัดของซะสิ ฉันจะขึ้นไปนอนต่อ"
ไฟเตอร์หมุนตัวเดินขึ้นบันไดไป ทิ้งให้เอมิกายืนถอนหายใจเฮือกใหญ่อยู่ท่ามกลางความเงียบ หญิงสาวมองตามแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งเดินลับสายตาไป พลางบอกตัวเองในใจว่าชีวิตนักศึกษาปีหนึ่งของเธอคงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่ฝันไว้แน่ๆ
แค่เริ่มต้นวันแรก เธอก็รับรู้ได้ถึงพายุที่กำลังจะก่อตัวขึ้นภายใต้ชายคาเดียวกันแล้ว