'่ฮ่ะ! ไม่จริงมั้ง นี่ลุงจะบอกว่า..'
นัทเงียบไป ก่อนเลื่อนสายตามาที่หมอภีมอีกครั้ง ใบหน้าหวานฉายแววประหลาดใจกับคำพูดที่ตรงไปตรงมานั้น ทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจลี้ลับ หรือถูกผีลุงจันทร์สะกดจิตให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่กลับเป็นคุณหมอเองที่ตั้งใจพูดมันออกมา
หมอภีมสูดหายใจลึก... เขาตัดสินใจแล้ว "นัท...ฟังฉันนะ"
ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว เขาใช้มือทั้งสองข้างจับใบหน้าหวานนั้นไว้อย่างแผ่วเบา บังคับให้อีกฝ่ายมองสบตาเขา
"ฉัน...ชอบนาย"
คำสารภาพรักที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังนี้ นัทถึงกับยืนอึ้ง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "หมอ... หมอภีม..."
"ฉันรู้ว่ามันกะทันหันเกินไป" หมอภีมรีบพูดต่อด้วยเสียงที่อ่อนลง แต่แววตายังคงแน่วแน่ "แต่ฉัน ไม่สามารถทนเห็นนายเป็นจุดสนใจของคนอื่นได้อีกแล้ว ความรู้สึกที่มันพลุ่งพล่านอยู่ในใจฉัน มันชัดเจนมานานแล้ว... ตั้งแต่วันแรก ที่เราเจอกัน ฉันไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของเรามันคืออะไร แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้ว"
หมอภีมเลื่อนนิ้วโป้งปาดน้ำตาที่เริ่มคลอเบ้าของเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างอ่อนโยน
หมอภีมไม่รู้หรอกว่า ความรู้สึกนี้ไม่ใช่แค่เขา แต่นัทเองก็รู้สึกเช่นกัน แต่เพราะฐานะแตกต่าง และนัทเองก็ไม่รู้ว่าหากพูดไปแล้วหมอภีมอาจไม่ยอมรับ หรืออาจไม่ได้คิดในแบบเดียวกัน เขาจึงเลือกเก็บไว้ในใจมานาน วันนี้กลับเป็นคุณหมอเอง เผยความรู้สึกกับเขา มันทำให้นัทรู้ว่า ที่แท้พวกเขาสองคนก็คิดในแบบเดียวกันมาตลอด
"นัท... ฉันขอโอกาสให้นายกับฉัน คบหาดูใจกัน ได้ไหม? ฉันอยากดูแลนายในสถานะที่ชัดเจน... สถานะที่ไม่ใช่แค่ผู้ช่วย หรือคนในความดูแล... แต่เป็น... คนสำคัญที่สุดในชีวิตฉัน"
ต่อหน้าลุงผี ดวงตาไหวระริกของนัทมองเข้าไปในดวงตาของหมอภีมอย่างลึกซึ้ง ในแววตานั้นมีความจริงใจ ความห่วงใย และความรู้สึกที่ท่วมท้นจนสัมผัสได้ มือที่จับใบหน้าของเขาอยู่นั้นอบอุ่นและมั่นคงเสมอมา
ผีลุงจันทร์ "เอาเลยสิวะ ไอ้หนูนัท! รีบตอบตกลง! ให้มันรู้ไปเลยสิโว้ย!"
นัทหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้น้ำตาแห่งความตื้นตันไหลรินออกมาทางหางตา เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง รอยยิ้มที่สดใสที่สุดก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า เป็นการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นี้คือเรื่องจริง ไม่ใช่แค่ฝัน
ในที่สุดนัทก็ยอมรับอย่างเต็มหัวใจ "ครับ หมอภีม" ตอบรับเสียงแผ่ว แต่ชัดเจน "นัท... ตกลงคบกับหมอภีมครับ"
ทันทีที่สิ้นเสียงตอบรับ หมอภีมก็ผ่อนลมหายใจยาวราวกับยกภูเขาออกจากอก เขายิ้มกว้าง และรอยยิ้มนี้ คือยิ้มแรกที่จริงใจและอ่อนโยนที่สุดตั้งแต่ที่นัทเคยเห็น กำลังปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาของคุณหมอภีม
ร่างสูงโน้มตัวลงช้าๆ …
จังหวะนี้ผีลุงจันทร์รีบปิดตา ก่อนหายวับไป เพราะไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางคอคนเขาจะรักกัน
...อีกมุมหนึ่งในกรุงเทพ…
บ้านไม้ผุๆ ริมคลองยังคงเงียบสงบในความมืด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรที่แข่งกันร้องระงม เสียงน้ำในคลองไหลเอื่อยๆ ที่ทำลายความเงียบงัน
ผีนายเข้ม ในร่างวิญญาณโปร่งแสงลอยกลับมาถึงบ้านตัวเองด้วยความรวดเร็ว แต่ความเร็วนั้นไม่ได้ช่วยลดความเจ็บปวดในหัวใจเขาได้เลย
เขาทรุดตัวลงนั่งบนธรณีประตูที่ทรุดโทรมของบ้านตัวเอง หัวใจของวิญญาณยังคงเป็นห่วงลูกชายคนเดียว และเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เขาไม่อาจอยู่เป็นที่พึ่งของลูกกวาดได้อีกต่อไป
ร่างโปร่งแสงนี้ นอกจากลอยไปลอยมาในที่ที่อยากไป แล้วทำอะไรได้ล่ะ คิดหยิบจับของอะไร ผีอย่างเขายังทำไม่ได้ แล้วอย่างนี้จะหาเงินมาจ่ายค่าเทอมให้ลูกชายได้ยังไงกัน
ผีนายเข้มลอยผ่านทะลุประตูเก่าเข้าไปในห้องเล็กๆ ที่ตรงนี้มีเพียงเสื่อผืนหมอนใบ และกล่องกระดาษใส่ของไม่กี่ชิ้น อันเป็นสมบัติของเขาทิ้งไว้ให้ลูกชาย
บนเสื่อเก่าผืนนั้น เจ้าของร่างผอมบางอย่างลูกวาด นอนหลับตาพริ้มอย่างสงบ เขาห่มผ้าผืนเก่าไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้วสักนิดเพียงผืนเดียว ครั้งหนึ่งเข้มและลูกชายเคยแบ่งกันใช้
เวลานี้ใบหน้าของลูกชายดูอ่อนเพลียแต่ก็ยังน่ารักในสายตาของคนเป็นพ่อ
“ลูกกวาดของพ่อ…”
เข้มคลานเข้าไปใกล้ นั่งลงข้างๆ ลูกชายด้วยความรักอย่างสุดซึ้ง มือที่โปร่งแสงของเขายกขึ้นเพื่อหวังจะสัมผัสแก้มของลูกเป็นครั้งสุดท้าย แต่เขาก็ทำได้เพียงปล่อยให้มือลอยผ่านอากาศที่ว่างเปล่า
'พ่อกลับมาแล้วนะลูก… แต่พ่อกอดลูกไม่ได้แล้ว'
เข้มมองใบหน้าลูกชายอยู่นาน น้ำตาที่เป็นวิญญาณไหลออกมาไม่หยุด เข้มกระซิบข้างหูลูกชายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักและความทรมาน “ดูแลตัวเองนะลูก… พ่อขอโทษที่ทิ้งลูกไว้คนเดียว”
แต่ลูกกวาดก็ยังคงหลับนิ่ง ไม่รู้สึกถึงไอเย็นหรือเสียงกระซิบของพ่อที่นั่งอยู่ข้างๆ เลยแม้แต่น้อย
ดวงอาทิตย์เริ่มจับขอบฟ้า แสงสีเทาอ่อนๆ เริ่มสาดส่องเข้ามาในห้องแคบ ลูกกวาดลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกว่างเปล่าผิดปกติ เด็กหนุ่มขยี้ตา มองไปที่เสื่อข้างๆ ที่ปกติพ่อเข้มจะนอนอยู่
แต่ตอนนี้กลับว่างเปล่า “พ่อเข้ม!” ลูกกวาดเรียกเบาๆ เขาไม่รู้ว่าพ่อไม่ได้กลับมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว
ร่างผอมลุกขึ้นนั่ง มองไปทั่วห้องเล็กๆ นั้น และมองไปที่หลังครัว ไปที่หน้าบ้าน ไม่มีแม้เงาของพ่อเข้มอยู่ เด็กหนุ่มเริ่มใจหาย ปกติทุกวันพ่อไม่เคยออกไปไหนก่อนที่เขาจะตื่นนี่นา
“พ่อไปไหนเนี่ย…”
ผีนายเข้มยืนมองลูกชายอย่างทรมาน เขาอยากจะบอกว่า พ่ออยู่นี่ลูก! พ่ออยู่นี่ไง!
แต่ลูกกวาดไม่ได้มองเห็นเขา ทั้งไม่ได้ยินเสียง
นายลูกกวาดสวมเสื้อยืดเก่าๆ ที่ดูใหญ่เกินตัว แล้วรีบวิ่งออกจากบ้าน เขามุ่งหน้าไปตามทางเดินแคบๆ ริมคลองด้วยความตื่นตระหนกระคนเป็นห่วง ทั้งคิดไปสารพัด ต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับพ่อแน่ๆ
“พ่อเข้ม! พ่ออยู่ไหน!” ลูกกวาดตะโกนเรียกชื่อพ่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงเล็กๆ นั้นเต็มไปด้วยความกังวล
ผีนายเข้มลอยตามลูกชายไปอย่างใกล้ชิด “ลูกกวาด… กลับบ้านเถอะลูก! มันอันตราย!”
แต่ลูกกวาดก็ยังคงวิ่งต่อไป เขาวิ่งวนไปตามซอยต่างๆ วิ่งผ่านบ้านคนรู้จัก วิ่งเข้าไปในตลาดเช้าที่เพิ่งเริ่มวุ่นวาย สายตามองผ่านม่านน้ำตา คอยมองหาใบหน้าซูบโทรมของพ่ออย่างใจจดใจจ่อ
ผีนายเข้มเห็นความสิ้นหวังในแววตาของลูกชายเขายิ่งเจ็บปวดใจ เขาอยากโอบกอดลูกไว้ให้หยุดวิ่ง แต่ก็ทำไม่ได้ ผีเข้มทำได้แค่ลอยวนอยู่รอบตัวลูกชายราวกับพยายามปกป้องด้วยพลังที่ไร้ซึ่งอำนาจ
ลูกกวาดเริ่มเหนื่อยล้าจนหอบแฮกๆ เด็กหนุ่มหยุดยืนอยู่กลางซอยที่เพิ่งพ้นจากย่านสลัม เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่สว่างจ้าแล้ว ในที่สุดเขาก็ร้องไห้ออกมา
“พ่อเข้ม! กลับมาหาผมเถอะ! ผมไม่รู้จะตามหาพ่อที่ไหนแล้ว..ฮือออ…”
ในขณะที่ลูกกวาดยืนร้องไห้จนตัวโยนอยู่นั้น เสียงไซเรน ก็ดังแหลมมาจากถนนใหญ่ เสียงนั้นใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว
รถพยาบาลคันสีขาวเปิดไฟวับวาบวิ่งมาด้วยความเร็วสูง เข้ามาใกล้จนลูกกวาดต้องเอามือปิดหูไว้แน่น
ลูกกวาดมองรถพยาบาลคันนั้นอย่างเลื่อนลอย เขารู้สึกถึงความวุ่นวายและความน่ากลัวที่มาพร้อมกับเสียงไซเรน ใครกันนะอยู่ในรถพยาบาลน่ากลัวคันน้้น
รถพยาบาลวิ่งผ่านหน้าลูกกวาดไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปตามถนนที่ทอดยาวไปยังตัวเมือง
ลูกกวาดไม่รู้เลยว่า ภายในรถคันนั้นมีร่างไร้วิญญาณของพ่อเข้มถูกบรรทุกไปในนั้น เขาไม่รู้ว่าพ่อเข้มที่เขากำลังตามหาได้ตายไปแล้ว
เด็กหนุ่มตัวเล็กๆ ทำได้เพียงมองตามท้ายรถพยาบาลคันที่วิ่งไปอย่างรีบร้อนจนสุดสายตา เขามองตามไปอย่างนั้นจนกระทั่งเสียงไซเรนเงียบหายไปในความวุ่นวายของยามเช้า โดยที่ไม่มีคำตอบใดๆ ให้กับหัวใจดวงน้อยๆ ของเขา
ผีเข้มในร่างวิญญาณยืนอยู่ข้างลูกชาย เขากอดอากาศว่างเปล่าตรงที่ลูกชายยืนอยู่ เขารู้ว่ารถคันนั้นพาร่างของเขาไปแล้ว แต่เขากลับไปกับร่างนั้นไม่ได้
ส่วนลูกกวาดไม่รู้เลยว่าพ่อเพิ่งวิ่งผ่านหน้าไป… และพ่อจะไม่ได้กลับมาอีกแล้ว