บ้านใหม่หรือขุมนรกกันแน่

1622 Words
หลายวันผ่านมา หลังเหตุการณ์ร้านทอง ข่าวการตายของเข้มกระจายไปทั่วซอยสลัมอย่างรวดเร็ว พอพาได้ยินว่าเข้มจากไปแล้ว เธอหน้าเสียจนแทบเป็นลมล้มพับ เมื่อฟื้นคืนสติได้ ก็รีบกุลีกุจอกลับมาที่บ้านเก่าทันที ทันทีที่พาก้าวเข้ามาในบ้านที่เคยอยู่ เธอก็ได้เห็นลูกชายคนเดียวของตัวเองยืนตัวสั่นอยู่กลางห้องเพียงลำพัง ท่ามกลางข้าวของที่ยังกระจัดกระจายไม่ต่างจากวันที่พ่อจากไป "ลูกกวาด แม่มาแล้วลูก" "แม่.." พาผู้เป็นแม่เข้าสวมกอดร่างกายผอมๆ ของลูกชายที่กำลังสั่นเทิ้ม เนื่องจากเขาเพิ่งสูญเสียความอบอุ่นเดียวที่เคยมีไปแล้ว "แม่..พ่อตายแล้ว พ่อเข้มไม่อยู่แล้ว.." เขาร้องไห้จนตัวโยน ตาบวมแดงก่ำ "โถ..พ่อคุณ อย่าร้องนะ อย่าร้อง แม่อยู่นี่ อยู่กับหนู แม่ไม่ไปไหนแล้ว" “แม่… พ่อ… พ่อไม่กลับมาแล้วใช่ไหมครับ” เสียงที่เปล่งออกมาแหบพร่าและสั่นเครือ ราวกับกลัวที่จะได้ยินคำตอบ "ลูกกวาด.." พาเองก็น้ำตาไหลพรากไม่ต่างจากลูกชาย เธอกอดร่างผอมแน่น กลิ่นเหงื่อจากตัวพาไม่ได้หอมหวานเหมือนกลิ่นพ่อ แต่เป็นกลิ่นเดียวที่เด็กหนุ่มเหลืออยู่ตอนนี้ "แม่ครับ แม่..พ่อเข้มไม่อยู่แล้ว ต่อไปนี้ ในบ้านหลังนี้ ผมจะอยู่กับใคร.." คนเป็นแม่รีบเช็ดน้ำตาให้ลูกชาย “ลูกกวาด อย่ากลัวนะ หนูมาอยู่กับแม่นะลูก แม่จะดูแลหนูเอง… จะไม่มีใครทำร้ายหนูอีกแล้ว” คำพูดนั้นเต็มไปด้วยความตั้งใจ แต่ก็มีร่องรอยของความกลัวและรู้สึกผิดฉายอยู่ ลูกกวาดไม่อยากไป… บ้านหลังนี้คือความทรงจำเดียวของพ่อเข้ม แต่เขาไม่มีใครเหลือแล้ว ความหนาวเหน็บที่เกาะกุมหัวใจทำให้เขาต้องยอม ลูกกวาดใช้หลังมือปาดน้ำตาให้ตัวเอง "ได้เหรอครับแม่.." พายิ้มทั้งน้ำตา "ได้สิลูก แม่น่ะ เป็นแม่แท้ๆ ของหนูนะ บ้านแม่ ก็ต้องเป็นบ้านของลูกกวาดด้วยสิ.. ลูกกวาด เชื่อแม่นะ รีบเก็บข้าวของเสียเถอะ อย่าอยู่ที่นี่อีกเลย" ลูกกวาดพยักหน้าช้าๆ "ครับ" บ้านใหม่ของพา ตั้งอยู่ในซอยที่มีรั้วรอบขอบชิด มีฐานะดีกว่าสลัมมาก แต่บรรยากาศภายในกลับเย็นเยียบจนน่าขนลุก เหมือนอากาศในบ้านไม่เคยถูกอุ่นด้วยความรักหรือเสียงหัวเราะ ความเงียบที่นี่กัดกินยิ่งกว่าความวุ่นวายในสลัมเสียอีก พ่อเลี้ยง หรือชายคนเดิมที่พาหนีสามีเก่าอย่างเข้มมาอยู่ด้วย มีชื่อว่ากำพล เขายืนเท้าสะเอวอยู่กลางโถงทางเข้า มองลูกกวาดตั้งแต่ก้าวแรกด้วยสายตาไม่พอใจอย่างเปิดเผย สายตาที่เต็มไปด้วยการประเมินค่าและความรังเกียจ “เอาเด็กนี่มาอยู่ด้วยทำไมพา ฉันบอกเธอแล้วว่าฉันไม่ชอบเด็ก” เสียงต่ำและแข็งกร้าวของกำพลดังสะท้อนในความเงียบ พาเม้มปาก กลั้นใจตอบเพื่อปกป้องลูกชาย “เขาเป็นลูกของฉันนะ อีกอย่าง พี่เข้มก็ไม่อยู่แล้ว ลูกกวาดต้องมีที่อยู่… ฉันจะดูแลเขาเอง ไม่ให้เขายุ่งวุ่นวายกับพี่หรอก” กำพลมองลูกกวาดตั้งแต่หัวจรดเท้าเหมือนเป็นตัวภาระที่สกปรกและน่ารำคาญ ฝ่ายลูกกวาดพอถูกพ่อเลี้ยงมองตนด้วยสายตาเหยียดหยามแบบนั้น ก็รีบหดตัวหลบหลังแม่อย่างหวาดหวั่น พายืดตัวปกป้องลูกชายอย่างเต็มที่ เธอล้วงกระเป๋าใบเล็กออกมาจากกระเป๋าสะพาย หยิบธนบัตรใบสีเทาห้าใบฟาดใส่หน้าสามี "เอาเงินนี่ไป พี่จะไปไหนก็รีบไป ไปเลย.." กำพลเก็บแบงค์พันห้าใบขึ้นมา แล้วจูบมันหลายครั้ง เขายิ้มออกมาได้ ก่อนพูดว่า "ดีนะ ที่แม่มึงเป็นผู้หญิงที่กูรัก ไม่งั้น กูไม่มีวันให้มึงเข้ามาอยู่ในบ้านของกูหรอก!" พูดจบก็หัวเราะเดินออกไปจนพ้นประตู ลูกกวาดหิ้วกระเป๋าใบเก่ายืนตัวสั่นอยู่ข้างหลังแม่ พารีบกอดเขาไว้ และพูดปลอบ "โอๆ ไม่ต้องกลัวนะลูก เรารีบเข้าไปดูห้องพักกันเถอะ" ลูกชายยังไม่หายกลัว แต่ก็ยอมพยักหน้ารับคำมารดา ระหว่างทางเดินมาห้องนั้น สองแม่ลูกเดินผ่านห้องโถงมีไว้สำหรับต้อนรับแขก เป็นห้องกว้างพอควร ทว่ากลับมีเครื่องใช้ไม้สอยเพียงไม่กี่ชิ้น อย่างเช่น โซฟาสีมอๆ บ่งบอกว่ามันผ่านการใช้งานมาหลายปี ส่วนข้างฝานั้นมีตู้เก็บของกระจุกกระจิก พาจูงแขนลูกชายเดินผ่านห้องครัว เดินขึ้นบันไดมาชั้นสอง ข้างบนนั้นมีห้องซ้ายและขวา เธอเลือกห้องฝั่งซ้ายสำหรับลูกชาย นายลูกกวาดยืนก้มหน้ากอดตุ๊กตาหมีแน่น เขามีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินยังไงไม่รู้ และได้แต่หวังว่า แม่จะไม่มีปัญหากับสามีใหม่ของแม่เพราะเขาหรอกนะ ข้างหลังลูกชาย มีวิญญาณหนึ่งยืนอยู่ ร่างนั้นโปร่งแสงแทบจะมองไม่เห็นในแสงไฟสว่างจ้า ผีเข้มมองลูกชายด้วยดวงตาแดงก่ำ ที่ไม่ใช่เพราะร้องไห้ แต่เป็นเพราะความเจ็บปวดและความห่วงใยที่โถมทับจนแทบแตกสลายเป็นผงควัน “ลูกกวาด… พ่ออยู่ตรงนี้นะลูก.. พ่อจะไม่ไปไหนอีกแล้ว พ่อจะคอยอยู่ข้างๆ ลูกเอง” เข้มพูดเสียงกระซิบที่ไม่มีใครได้ยิน เขาเอื้อมมือจะลูบศีรษะลูกชายอย่างที่เคยทำทุกคืน แต่มือโปร่งใสของเขา ลอดทะลุหัวลูกชายไปเหมือนไม่มีตัวตน เข้มชะงัก ร่างกายวิญญาณสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดจากการไร้ตัวตนครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าตอนถูกยิงเสียอีก เขาไม่สามารถแม้แต่จะแตะต้องลูกชายได้ ...เวลาผ่านไปหลายวัน… ชีวิตใหม่ในบ้านใหญ่ของลูกกวาดไม่ได้ดีอย่างที่คิด มันกลับเลวร้ายยิ่งกว่าอยู่บ้านเล็กๆ ในสลัมซะอีก แม่พาออกไปทำงานในโรงงานแต่เช้ามืด ทิ้งลูกชายไว้ในบ้านที่มีแต่ความเย็นชา กำพลกลับบ้านแต่ละวันด้วยอารมณ์ที่ขึ้นลงตามการเล่นพนัน บางวันเขาได้เงินมาพร้อมรอยยิ้มจอมปลอม แต่บางวันเขาเสียจนหมดตัว และวันนี้เขาเล่นเสีย… ลูกกวาดก้มหน้าล้างจานอยู่ในครัวอย่างเงียบเชียบ เขารู้ดีว่าตัวเองต้องทำตัวให้เล็กลงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ไปเกะกะขวางหูขวงตาท่านเจ้าของบ้าน ตึง! เสียงขวดเหล้าตกโต๊ะดังลั่นพร้อมเสียงสบถหยาบคาย ทำให้ลูกชายพาสะดุ้งวาบจนจานแทบหลุดมือ กำพลเดินโซซัดโซเซเข้ามาในครัว ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธและความมึนเมา กลิ่นเหล้าฉุนคลุ้งจนแสบจมูก “ไอ้เด็กไม่มีพ่อ… มึงทำอะไรอยู่ฮ่ะ!” เขาไม่รอคำตอบ คว้าคอเสื้อเด็กชายกระชากอย่างแรงจนเซถลา ลูกกวาดตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด “ผะ..ผมล้างจานครับลุง ผม..” แต่ฝ่ามือหนักก็ฟาดลงมาที่แก้มซ้ายจนลูกกวาดล้มกระแทกพื้น เสียงดัง ผั่ก! ดังสะท้อนก้องในครัวขนาดเล็กนั้น ลูกกวาดร้องไม่ออก เขาจุกแน่นที่หน้าอกและที่แก้มที่ร้อนผ่าว มือกุมหน้า น้ำตาไหลเองโดยไม่ต้องพยายาม ลูกกวาดตัวสั่นงันงก สองมือพนมไหว้ "ลุงครับ อย่าทำผม ผมกลัวแล้ว.." วิญญาณเข้มยืนข้างๆ ตาเบิกกว้างราวกับถูกตรึงไว้ เขาเห็นทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบ ความโกรธที่พุ่งพล่านทำให้ร่างโปร่งแสงของเขาสั่นไหว ผีเข้มตะโกนสุดเสียงอย่างบ้าคลั่ง “อย่าแตะลูกกู!!! หยุด!! หยุดนะเว้ย!!! มึงอย่าทำลูกกู!!!” แต่เสียงของเขาไม่มีใครได้ยิน มันเป็นเพียงคลื่นพลังงานที่สลายไปในอากาศ เข้มไม่มีแรง ไม่มีพลังที่จะผลักคนเลวทรามนี้ออกไปได้ ไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะปกป้องลูกตัวเอง กำพลไม่สนใจ เขายังคงคลั่ง จับแขนลูกชายเหวี่ยงไปติดตู้จนจานชามตกกระจายเกลื่อนพื้น “มึงมันลูกคนล้มเหลว! ลูกไอ้โจร!” เขาเตะซ้ำอีกสองทีเข้าที่สีข้างเล็กๆ ของนายลูกกวาด เพื่อระบายความหัวเสียจากการเสียพนันจนหมดเงิน ลูกกวาดร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน “ผะ ผมเจ็บ…ลุงครับ ผมไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะครับ ลุงอย่าทำผม ผมขอร้อง…” ผีเข้มทรุดนั่งลงกับพื้นเย็นๆ ดูภาพตรงหน้าด้วยหัวใจเจ็บปวดทรมาน เหมือนมันถูกฉีกกระชากเป็นเสี่ยง ๆ “ลูกกวาดเอ้ย… พ่อขอโทษ… ทำไมพ่อช่วยอะไรแกไม่ได้เลยวะ…บัดซบจริง!” เสียงเขาละลายไปกับอากาศที่เย็นเยียบ ความรู้สึกไร้ค่าถาโถมเข้ามา น้ำตาของวิญญาณไหลไม่หยุด ไม่รู้ว่าน้ำตานี้คืออะไรกันแน่ แต่ความเจ็บปวดนั้นจริงแท้แน่นอน กำพลถุยน้ำลายรดหัวลูกชายผีนายเข้ม แล้วเดินออกไปอย่างหงุดหงิด ทิ้งลูกกวาดนอนตัวงออยู่กับพื้นห้องครัวที่เต็มไปด้วยเศษจาน ผีเข้มจึงนั่งลงข้างลูกชาย เอื้อมมืออีกครั้ง และแม้แต่มือโปร่งใสนั้นจะไม่สามารถสัมผัสร่างกายที่บอบช้ำได้เลย เขาก็ยังวางมันไว้ใกล้แก้มลูกชายเหมือนจะปลอบโยน เหมือนจะกอด เหมือนจะปกป้อง แต่ทุกอย่างล้วนทำได้เพียงแคเหมือน เพราะต่อให้เจ็บปวดแค่ไหน เขาก็เป็นเพียงวิญญาณที่ทำได้แค่ดู และร้องไห้เท่านั้น ในขณะที่ลูกชายผู้เป็นทุกอย่างของเขา กำลังถูกทำร้ายปางตาย…โดยไม่มีใครปกป้องเลย แม้แต่พ่ออย่างเขาก็ตาม
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD