จำไม่ได้หรือไม่อยากจำกันแน่ ?

1642 Words
จำไม่ได้หรือไม่อยากจำกันแน่ ? หลังจากที่หมออนุญาตให้กลับบ้านได้เย่วเฟิ่งก็พาลูกพี่ลูกน้องของตนกลับคฤหาสน์หลังใหญ่ที่อยู่อีกฟากฝั่งหนึ่งของคฤหาสน์ตระกูลจาง ผู้อาวุโสใหญ่ของตระกูลจางแบ่งที่ทางให้ลูกหลานอย่างเท่าเทียมกัน มีเพียงเย่วเฟิ่งคนเดียวเท่านั้นที่ดูจะได้มากกว่าใครอื่นเพราะเขาเป็นผู้สืบทอดกิจการทั้งหมดของสกุลจาง " แน่ใจนะว่าไม่อยากได้อะไรเพิ่มแล้ว " เย่วเฟิ่งเอ่ยถาคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับคนขับ " ไม่ พาฉันกลับซะทีคนเยอะ..น่ารำคาญ " ภาคินเอ่ยพร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาคิดผิดหรือคิดถูกกันแน่ที่ตัดสินใจมากับญาติคนนี้ แค่ออกจากโรงพยาบาลแล้วให้พาเขามาซื้อของใช้ส่วนตัวที่ห้างแค่นั้น กลับต้องใช้เวลานานร่วมสองชั่วโมงเพราะไม่ว่าเขาทั้งคู่จะเดินไปทางไหนก็เจอแต่คนรู้จัก ทุกคนเดินเข้ามาทักทายเย่วเฟิ่งตั้งแต่คนหนุ่มสาวไปจนถึงคนแก่รุ่นคุณตา อย่างว่าประธานเย่วใครๆก็อยากรู้จัก สุดท้ายคนที่อยากได้ของจำต้องเดินเลี่ยงออกห่างญาติผู้น้องซื้อของแต่เพียงลำพัง ไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้อีกนานเท่าไหร่ที่เขาจะต้องอยู่ที่ห้างแห่งนี้ " หึ...นายนี่นะ ถึงว่าไม่มีสาวๆคนไหนกล้าเข้าหา " " หุบปาก ฉันจะนอน...ถึงแล้วปลูกด้วย " เย่วเฟิ่งยิ้มพลางส่ายหน้าให้กับญาติเพียงคนเดียวที่เขาสนิทด้วย ภาคินเป็นทั้งญาติและเพื่อนสนิทที่เขาสามารถพูดคุยได้ทุกเรื่อง ชายหนุ่มคนนี้เป็นคนที่หวังดีกับเขาด้วยความจริงใจผิดกับญาติคนอื่นๆที่คอยหวังจะแทงข้างหลังเขาทุกเมื่อ เย่วเฟิ่งขับรถออกจากห้างหรูในตัวเมืองมุ่งหน้าสู่บ้านหลังใหญ่ที่เป็นอาณาจักรของตระกูลจางนอกชานเมือง เมื่อทั้งคู่มาถึงก็เป็นเวลาค่ำแล้ว คนที่พักอาศัยอยู่ในบ้านก็ต่างเข้าพักในห้องส่วนตัวของตัวเอง เหลือเพียงแม่บ้านที่เมื่อได้ยินเสียงรถของเจ้านายต่างก็รีบเข้ามาปรนนิบัติรับใช้ " สือหม่า...คุณรินรดาเข้านอนแล้วเหรอ " เย่วเฟิ่งเอ่ยถามแม่บ้านใหญ่ " รับข้าวเย็นเสร็จก็เข้าห้องนอนเลยค่ะ " " ใคร ? " ภาคินเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ ญาติของเขาคนนี้อาศัยอยูที่นี่คนเดียวไม่ใช่เหรอ เย่วเฟิ่งเองก็ไม่ต่างกับเขาเท่าไหร่นักหรอก...ไม่ชอบความวุ่นวาย ไม่ชอบมีใครแปลกหน้าอยู่ในบ้าน " คนที่ฉันพึ่งช่วยชีวิตไว้น่ะ เอาไว้พรุ่งนี้จะแนะนำให้รู้จัก ห้องนายอยู่โซนด้านหน้าฝั่งนั้นเงียบดี...เหมาะกับนาย " เย่วเฟิ่งเอ่ยพร้อมกับเดินนำหน้าชายหนุ่มใบหน้าคมไป หลังจากจัดการทุกอย่างให้ญาติสนิทแล้วเขาก็กลับมายังห้องพักของตัวเอง เกิดไฟไหม้ที่บ้านของภาคินแต่ทำไมเขากลับไม่รู้ ไม่มีใครบอกเขาเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น หากเป็นเรื่องอื่นๆที่แม้เพียงเกิดขึ้นไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็จะมีคนมารายงานเขาแล้ว แต่นี่...บ้านไหม้ทั้งหลัง ซ้ำเพื่อนคนนี้ก็ได้รับบาดเจ็บถึงขั้นความจำเสื่อม แต่ก็ยังไม่มีใครคิดจะบอกเขา หากภาคินไม่ขอมาอยู่กับเขาเพราะไม่อยากไปนอนที่บ้านใหญ่ เขาจะรู้เรื่องนี้มั้ย .... ร่างสูงยกมือขึ้นก่ายหน้าผากของตัวเอง เย่วเฟิ่งตั้งใจว่าพรุ่งนี้เขาจะต้องเข้าไปหาคุณตาที่บ้านใหญ่เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ แม้อยากจะหลับตาลงแค่ไหนแต่เพราะความสงสัยที่มีอยู่ทำให้เขานอนกระสับกระส่ายไปมาอยู่นาน แต่ในที่สุดความเหนื่อยล้าก็เข้ามาครอบงำ เย่วเฟิ่งหลับได้ในตอนที่เกือบจะเช้าแล้ว ผิดกับอีกคนที่นอนตั้งแต่หัวค่ำ หลังจากใช้ความคิดมาตลอดทั้งวันรินรดาก็ไม่สามารถหาข้อสรุปให้กับตัวเองได้ เธอรับประทานข้าวเย็นเสร็จก็เข้าห้องและนอนทันที นั่นจึงทำให้เช้านี้เธอตื่นเร็วกว่าทุกวัน " แม่สือ..มีอะไรให้รินช่วยมั้ยคะ " " ไม่เป็นไรค่ะ คุณเป็นแขกถ้าเจ้านายมาเห็นเข้าจะดุเอา นี่ก็ใกล้จะเสร็จแล้ว คุณจะรับอาหารเช้าเลยมั้ยคะ " " ยังดีกว่าค่ะ ยังเช้าอยู่มาก ขอรินไปเดินเล่นสักหน่อยนะคะกระเพาะอาหารจะได้ผลิตน้ำย่อยมากๆ เผื่อร่างกายอาจรู้สึกอยากอาหารขึ้นมา " " ค่ะ อากาศตอนนี้กำลังดีเหมาะกับการเดินออกกำลังกาย " สือม่าเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มให้แขกของเจ้านาย หญิงสาวคนนี้เป็นใครแม่สือม่าเองก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าเธอมานอนอยู่หน้าบ้านแล้วเจ้านายก็อุ้มเธอเข้ามาและเรียกหมอลู่ให้มาดูแลถึงที่นี่ แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่าเธอคนนี้เป็นคนจิตใจดี น่ารัก ถ่อมตน หากไม่เหนือบ่ากว่าแรงหญิงสาวคนนี้จะไม่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากเธอเด็ดขาด ผิดกับผู้หญิงคนก่อนๆที่เจ้านายของเธอพามาที่บ้าน ทุกคนล้วนแล้วแต่เย่อหยิ่งแถมยังพูดจาไม่ดีอีกต่างหาก ร่างบางเดินออกจากห้องครัวมายังสวนที่อยู่ด้านหน้าของบ้าน ช่วงนี้เป็นช่วงที่เข้าสู่ฤดูหนาวทำให้อากาศในตอนเช้าค่อนข้างเย็นแต่ก็ถือว่าเป็นบรรยากาศที่ดีสำหรับรินรดาที่ชีวิตก่อนหน้ามีแต่ความวุ่นวายด้วยสังคมเมืองที่เธออาศัยอยู่ ขาเรียวเดินทอดน่องไปตามทางเดินเล็กๆ ที่มีพุ่มไม้นานาพันธุ์และดอกไม้หลากหลายชนิดไดยไม่ทันได้สังเกตเห็นว่ามีสายตาของใครจ้องมองเธออยู่ในระยะไกล " หนูยิ้ม " หลังจากเดินทางมาถึงและเข้าห้องนอนของตัวเองที่ญาติสนิทเป็นคนจัดเตรียมไว้ให้ ภาคินก็อาบน้ำและเข้านอนทันที ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและฤทธิ์ของยาที่กินเข้าไปทำให้เขาหลับได้อย่างรวดเร็ว สายตาคมเพ่งมองไปที่ร่างบางที่กำลังเดินอยู่ แผ่นหลังที่คุ้นตาทำให้คนที่ยืนอยู่ที่ระเบียงหน้าห้องหมุนตัวและรีบตรงไปยังประตูทันที ภาคินวิ่งลงมาจากห้องด้วยหัวใจที่เต้นรัว ใช่หนูยิ้มของเขามั้ย ... ใช่ เธอคือหนูยิ้ม แผ่นหลังนี้เขาจำได้ " หนูยิ้ม หนูยิ้มของพี่ " หมับ..มือหนาจับเข้าที่ต้นแขนของหญิงสาว เสียงเอ่ยเรียกที่คุ้นหูและสัมผัสที่ต้นแขนทำให้รินรดาหันกลับมามองทันที " พี่ใหญ่ " เธอเอ่ยเรียกเขาด้วยความดีใจ ผิดกับอีกคน...เมื่อรินรดาหันหน้ากลับมาทำให้เขาชะงักไปทันที ใบหน้าของคนที่เขาไม่รู้จักซ้ำยังเต็มไปด้วยรอยแผลจุดเล็กจุดน้อยขึ้นเต็มใบหน้า แก้มข้างซ้ายบ่งบอกว่าคงจะเป็นแผลที่ใหญ่พอดูเธอถึงได้มีผ้าก็อตแปะไว้ " ไม่ใช่ ..ไม่ใช่หนูยิ้ม เอ่อ... ขะ ขอโทษ " " พี่ใหญ่ พี่ใหญ่หายไปไหนมา ทำไม ... " รินรดาเองก็ดีใจจนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ที่ได้เจอสามีมายืนอยู่ตรงหน้าแบบนี้ เธอคิดมาตลอดว่าทำไมเขาถึงไม่ตามหาเธอทั้งๆที่เธอหายตัวออกจากบ้านมานานมากแล้ว " เธอเป็นใคร? กล้าดียังไงมาเรียกฉันแบบนี้? " ใบหน้าคมส่งสายตาดุพร้อมกับเอ่ยเสียงเข้มออกมา แววตาของเขาแข็งกร้าวไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่ สายตาคมไล่มองดูเธอตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า " เอ่อ ... " " รู้มั้ย..ว่าคนที่เรียกฉันแบบนี้มีอยู่คนเดียวเท่านั้นและตอนนี้...เธอก็จากฉันไปแล้ว " " เอ่อ... " " อย่ามาเรียกฉันแบบนี้อีก ไม่อย่างนั้น...อย่าหาว่าไม่เตือน " ภาคินหมุนตัวหันหลังกลับ เขาอุตส่าห์ดีใจนึกว่าตัวเองได้หนูยิ้มกลับคืนมา แต่เปล่าเลย...เธอจากเขาไปแล้ว จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ " พี่ใหญ่เป็นอะไร จากกันแค่ไม่กี่วันก็จำรินไม่ได้แล้วเหรอคะ " เพราะความที่ไม่รู้ว่าคนตรงหน้าได้สูญเสียความทรงจำไปจึงทำให้รินรดาอดน้อยใจเขาไม่ได้ " ฉันบอกแล้วว่าอย่าเรียกแบบนี้อีก " " หึ...สามวันจากนารีเป็นอื่น แต่นี่สามวันจากสามีเป็นอื่น มันช่างเข้ากับสุภาษิตซะจริงๆเลยนะคะ เพราะหน้าของหนูยิ้มเป็นแบบนี้ใช่มั้ยคะ ใบหน้าของรินรดาไม่สวยแล้วพี่ใหญ่ก็เลยทำเป็นจำไม่ได้ใช่มั้ยคะ " คนที่พึ่งพูดจบน้ำตาเอ่อคลอ " ชั้นบอกแล้วไง...ว่าอย่าเรียกชั้นแบบนี้ แล้วเธอเป็นใครถึงได้รู้จักหนูยิ้ม อย่าพูดถึงเธออีก...อย่าพูดถึงเธอให้ชั้นได้ยินอีก เข้าใจมั้ย " ชายหนุ่มจับที่ต้นแขนของคนตรงหน้าแล้วตวาดเธอเสียงดัง " .... " รินรดาตกตะลึงกับอาการของคนตรงหน้า พี่ใหญ่ไม่เคยตวาดเธอแบบนี้ " คุณคงจะชอบคนสวยอย่างเดียว ชั้นที่หน้าตาอัปลักษณ์แล้วคงไม่มีความหมายสำหรับคุณอีกต่อไป " " อย่าพูดแบบนี้ถ้าเธอยังไม่รู้จักฉันดีพอ " ............................................................. สปอยตอนหน้า " ฉันสืบให้แล้ว เธอคือรินรดา...ภรรยาของนายจริงๆ " " เป็นไปได้ยังไง ชั้นเนี้ยนะแต่งงาน...เรื่องนี้ต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ๆ นายช่วยติดต่อพายัพให้ฉันหน่อย " โอ้...พี่พายัพช่วยน้องที พี่ใหญ่ของเราลืมหนูยิ้มแล้วจริงๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD