หน้าที่เมีย nc 18 +++

2326 Words
หน้าที่เมีย nc 20++ " แม่สือคงจะชอบคุณมากน่าดูนะครับ " " ทำไมคุณถึงคิดว่าอย่างนั้นล่ะคะ " รินรดาเอ่ยถามคนที่กำลังขับรถอยู่ " ก็ปกติแม่สือไม่ชอบวุ่นวายกับใคร ไม่ใส่ใจใครแบบนี้ ถ้าเป็นเด็กรับใช้มาใหม่แม่สือก็จะแค่ทำตามหน้าที่ของตัวเองเท่านั้น หรือเวลามีแขกมาพักแม่สือก็ดูแลตามหน้าที่ของตัวเอง แต่กับคุณทั้งดูแล ทั้งใส่ใจ ทั้งช่วยเหลือต่างๆนานา อย่างผ้าปิดหน้านี่ ผมเดาว่าเป็นแม่สือม่าที่ทำมาให้ใช่มั้ยครับ " " สมกับเป็นประธานของจางลี่กรุ๊ปนะคะ เรื่องเล็กเรื่องน้อยก็ไม่พ้นสายตาของคุณ ว่าแต่...คุณเองก็ดูเอาใจใส่แม่สือม่านะคะ " รินรดาเอ่ยถาม " ครับ...ผมรักแม่สือมากเพราะเธอเป็นคนเลี้ยงดูผมตั้งแต่เด็กๆแล้ว แม่สือนี่รู้ทุกอย่างในชีวิตผมเลยนะครับ บางทีอาจจะรู้ดีกว่าแม่แท้ๆของผมเลยก็ได้ " พอพูดถึงตรงนี้คนฟังก็หันมาทางเย่วเฟิ่งที่กำลังขับรถอยู่ทันทีเพียงเพราะเห็นเขาเงียบไป รินรดามองเห็นความเศร้าผ่านนัยน์ตาคม แม้จะดูจากภายนอกว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นคนอัธยาศัยดี อารมณ์ดี แต่ลึกๆแล้วเขาเองก็คงเหมือนปถุชนทั่วไปที่มีทั้งเรื่องสุขและเรื่องทุกข์ เพียงแต่รินรดาไม่รู้ว่าเรื่องไหนของเขาจะมีมากกว่ากัน " เอ่อ..คุณเย่วไม่สบายเหรอคะถึงได้แวะเข้าโรงพยาบาล " รินรดาเอ่ยถามด้วยความสงสัยเพราะก่อนหน้าที่จะออกจากบ้าน เขาอาสาขับรถให้เพราะเธออยากมาซื้อของ แต่ตอนนี้ชายหนุ่มกำลังเลี้ยวรถเข้าจอดที่ลานจอดรถวีไอพีของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง " ไม่ใช่ผมหรอกครับ แต่เป็นคุณต่างหาก " " หือ ดิชั้นเหรอคะ ไม่นี่...ดิชั้นไม่ได้เป็นอะไรเลย ปกติดีทุกอย่าง " " ผมพาคุณมาตรวจเช็คร่างกายน่ะครับ ไหนๆเราก็เข้าเมืองมาแล้วให้หมอเอกซเรย์ระบบภายในดูสักหน่อยนะครับ เพื่อความสบายใจ " " ขอบคุณนะคะ " หลังจากใช้เวลาตรวจร่างกายภายในจนครบทุกส่วน ตอนนี้รินรดากำลังนั่งอยู่ตรงหน้าของแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง คุณหมอหนุ่มกำลังตรวจสภาพผิวหนังบนใบหน้าของเธอ คิ้วหนาที่กำลังขมวดเข้าหากันทำให้รินรดานึกหวั่นใจ เธอกลัวว่าเขาอาจจะรู้ว่าใบหน้าของเธอผ่านอะไรมากบ้าง " โชคดีที่รอยแผลไม่ได้ลึกมาก ทำศัลยกรรมนิดหน่อยก็กลับมาสวยเหมือนเดิมแล้วครับ " " ขอบคุณคุณหมอมากค่ะ " รินรดานึกโล่งใจที่คนตรงหน้าไม่ได้พูดเรื่องที่เธอกังวล " คนไข้มีอะไรจะถามหรือบอกอะไรผมมั้ยครับ " " เอ่อ...มะ ไม่ ไม่มีนี่คะ " รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก จับได้รึเปล่า คุณหมอจะจับได้มั้ยว่าเธอผ่าตัดใบหน้ามาทั้งหมด เธอยังไม่อยากให้ใครรู้ทั้งนั้น " โอเคครับ งั้นเชิญด้านนอกได้เลยครับ เสร็จเรียบร้อยแล้ว " คุณหมอหนุ่มยิ้มบางๆ หลังจากตรวจร่างกายและฟังผลตรวจแล้ว เย่วเฟิ่งก็ขับรถพารินรดามาที่ห้างชื่อดัง เขาเดินตามหลังหญิงสาวเพื่อเลือกซื้อของ ในใจก็ครุ่นคิดถึงคำพูดของหมอคนสุดท้ายที่ตรวจร่างกายของรินรดา " คนที่นายพามา เธอผ่านการทำศัลยกรรมมาแล้ว " หมอหนุ่มเอ่ยอย่างเป็นกันเอง " ก็ไม่น่าแปลก ทุกวันนี้ผู้หญิงสวยที่ไหนก็ผ่านมีดหมอกันทั้งนั้น " " แต่สำหรับเธอคนนี้ดูท่าว่าจะทั้งตัวนะ " คำพูดของนายแพทย์ที่เป็นเพื่อสนิททำให้เย่วเฟิ่งขมวดคิ้ว " ทั้งตัว ? ทำศัลกรรมทั้งตัวน่ะเหรอ " " อึ้ม ฉันก็ไม่แน่ใจหรอกนะ ถ้าจะยืนยันได้ต้องใช้เครื่องมือช่วยน่ะ แต่ปกติแล้วก็น้อยคนมากที่จะทำศัลยกรรมผิวหนังทั้งตัวแบบนี้ ส่วนใหญ่ก็แค่ผ่าตัดศัลยกรรมบนใบหน้าเท่านั้น " " ... " เย่วเฟิ่งพยักหน้าเห็นด้วย ผู้หญิงทั่วไปถ้าอยากสวยก็แค่เสริมจมูก สักคิ้ว กรีดตาสองชั้น เสริมคาง แต่นี่หมอบอกว่ารินรดาผ่านการศัลยกรรมผิวหนังมาเกือบทั้งตัว มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอคนนี้กันนะ หรือว่าที่เธอทำไปนั้นก็แค่อยากจะสวยให้ครบทุกส่วนก็เท่านั้น อีกด้าน คนที่ถูกทิ้งให้อยู่เฝ้าบ้านกำลังนั่งตรวจดูรายงานการประชุมครั้งล่าสุดที่พายัพพึ่งส่งมาให้ ใบหน้าคมเผยรอยยิ้มเมื่อเห็นตัวเลขและสถิติของการเจริญเติบโตของบริษัทโดยเฉพาะตัวเลขยอดกำไรสุทธิใน 8 เดือนที่ผ่านมา เขาสามารถพาบริษัทก้าวผ่านช่วงวิกฤตมาได้จริงๆเหรอนี่ จำได้ว่าหลังจากจัดงานศพของหนูยิ้มเสร็จเขาก็เอาแต่หมกตัวอยู่ที่บ้านอย่างเดียว ไม่ออกไปไหน เวลาทำงานพายัพก็จะเป็นคนเอาเอกสารมาให้เขาเซ็นและรายงานทุกอย่างให้ฟัง เขาละทิ้งงานจนยอดกำไรและหุ้นของบริษัทดิ่งร่วงลง เขาฝืนตัวเองให้ลุกขึ้นทำงาน ภาคินกวาดสายตามองตัวเลขที่ปรากฏบนหน้าจอ ผลกำไรใน 3 ปีที่ผ่านไม่ดี และก็ไม่จัดว่าแย่ แต่พอไล่ตรวจถึง 8 เดือนล่าสุดที่ผ่านมา ยอดกำไรสุทธิสูงขึ้นเกือบ 10 เท่า นิ้วหนาเลื่อนกลับขึ้นไปดูยอดกำไรก่อนหน้าอย่างไม่อยากเชื่อในสายตาตัวเอง บริษัทของเขามีกำไรเกือบ 100 ล้านบาท ในเวลาเพียงแค่ 8 เดือน เป็นไปได้ยังไง แต่เมื่อนึกย้อนถึงเหตุการณ์ช่วงนั้นเขากลับจำอะไรไม่ได้เลย " 8 เดือนที่ผ่านมา เป็นช่วงที่เราแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้แล้วนี่ ช่วงที่แต่งงานกับเธอเรามีความสุขมากขนาดนั้นเลยเหรอ " ขณะที่ชายหนุ่มกำลังพยายามนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา " พี่เฟิ่ง " เสียงหวานเอ่ยแทรกความเงียบ " ซุ่ยหลิง มานานแล้วเหรอ " " พึ่งมาถึงค่ะ เห็นเด็กๆบอกว่าแม่สือม่าไม่อยู่ ซุ่ยหลิงก็เลยตักซุปและชงชามาให้เลยค่ะ พี่เฟิ่งรับเลยนะคะเดี๋ยวจะเย็นซะก่อน " หญิงสาวจัดการวางถาดลงและยกอาหารมาวางตรงหน้าชายหนุ่ม " ขอบใจนะ แต่คราวหลังไม่ต้องก็ได้ แม่สือม่าดูแลพี่เป็นอย่างดี " " ซุ่ยหลิงเต็มใจค่ะ ซุ่ยหลิงอยากดูแลพี่เฟิ่ง " หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับส่งสายตาสื่อความหมายให้เขา " .... " ภาคินไม่ได้พูดอะไรเพราะไม่อยากทำให้ซุ่ยหลิงเสียใจและหากจะพูดอะไรขึ้นก็อาจเป็นการให้ความหวังกับเธอ การเงียบน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด " พี่เฟิ่งกินเยอะๆนะคะ และชานี่ซุ่ยหลิงทำเองกับมือเลยนะคะ ลองชิมสักหน่อยนะคะ " พูดจบหญิงสาวก็ยกแก้วขึ้นหมายจะป้อนใส่ปากให้เขา แต่ภาคินรีบรับแก้วและยกขึ้นดื่มเสียเองเพราะไม่อยากให้คนที่นั่งอยู่เก้าอี้ข้างๆเข้าใกล้ตัวเองมากไปกว่านี้ ซุ่ยหลิงมองชายหนุ่มที่กำลังดื่มชาที่เธอชงมา ริมฝีปากบางยกยิ้ม เธอรอเวลานี้มานาน...เวลาที่จะได้ผู้ชายคนนี้มาครอบครอง หลายวันที่ผ่านมาแม้เธอจะเพียรนำอาหารมาส่งเขาแต่ก็มีไม่สามารถทำอะไรได้เพราะมีแม่บ้านใหญ่ที่นี่คอยอยู่เป็นก้างขวางคอ " เป็นยังไงบ้างคะ ชาอร่อยมั้ยคะ " หญิงสาวเอ่ยถามพร้อมกับย้ายสะโพกไปนั่งบนโซฟาตัวเดียวกับชายหนุ่ม " หอม หอมดี " กลิ่นหอมอ่อนๆของชาในแก้วทำให้ภาคินเคลิบเคลิ้ม ร่างกายอ่อนแรงเหมือนอยากจะนอนพักผ่อน ชายหนุ่มเอนหลังพิงกับพนักโซฟา เปลือกตาหนาค่อยๆปิดลง ในห้วงของความฝันชายหนุ่มกำลังกอดหญิงสาวอันเป็นที่รักอยู่ ริมฝีปากบางของหนูยิ้มที่เขาอยากจะประทับจูบ ไม่รอแล้วเขาจะไม่อดทนรออีกต่อไป เขาอยากจูบเธอ...ภาคินประคองใบหน้าหวานไว้และทาบทับริมฝีปากของตัวเองลงไป ความรักและโหยหาในตัวคนรักทำให้ริมฝีปากบดขยี้เข้าใส่ไม่หยุด มือหนาเลื่อนขึ้นบีบคลึงเต้าอวบพร้อมกับแกะกระดุมเสื้อของเธอ เสียงเครื่องยนต์ที่กำลังวิ่งเข้ามาจอดภายในบ้าน ทำให้คนที่นั่งเบียดชายหนุ่มต้องผละตัวออกทันที มือบางรีบกระชับเสื้อของเธอเข้าและรีบติดกระดุมที่หลุดล่วงไป ขาเรียวก้าวออกทางประตูด้านข้าง...... " คุณเข้าบ้านไปก่อนนะครับ ผมจะแวะไปบ้านใหญ่สักหน่อย " เย่วเฟิ่งพูดกับหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆพร้อมกับเปิดประตูลงรถเพื่อยกของช่วยเธอ " ไม่ต้องยกเข้าไปช่วยหรอกค่ะ คุณไปเถอะ แค่นี้ดิชั้นทำเองได้ " " เอาอย่างนั้นเหรอครับ " " ค่ะ แค่นี้สบายมาก " รินรดาส่งยิ้มให้เจ้าของบ้านผู้ใจดี หลังจากรับของในมือจากเย่วเฟิ่งแล้วรินรดาก็หอบข้าวของมากมายผ่านประตูบานใหญ่ที่ หญิงสาวเดินตรงไปยังบันไดเพื่อจะเอาของข้นไปเก็บไว้บนห้องของตัวเอง ขาเรียวหยุดชะงักทันทีเมื่อเหลือบไปเห็นชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีนั่งอยู่บนโซฟารับแขก ไม่สิ..เขาไม่ได้นั่ง พี่ใหญ่ง่วงนอนอย่างงั้นเหรอทำไมเอนตัวและหลับไปแบบนี้ ปกติเขาไม่เคยนอนเวลานี้นี่ แล้วดูสิหลับไม่พอตัวก็เอนจนหัวเกือบจะฟาดลงกับขอบโซฟาแล้ว หญิงสาวถอนหายใจพร้อมกับเดินเข้าไปหาเพื่อหวังจะช่วยพยุงให้เขานอนดีๆ ถ้าปลุกให้ขึ้นไปนอนข้างบนแล้วเดี๋ยวก็จะอาละวาดเธออีก ร่างใหญ่ที่นอนหลับตาอยู่ถูกมือบางประคองตัวเพื่อช่วยให้เขาเอนตัวลง เมื่อรู้สึกได้ถึงสัมผัสจากคนคุ้นเคยทำให้เปลือกตาที่ปิดค่อยๆเปิดขึ้น " เอ่อ ขอโทษค่ะที่ทำให้ตื่น ฉันเห็นหัวคุณจะโขกกับโซฟาอยู่แล้ว ก็เลย เอ่อ " " ... " ภาคินไม่ได้เอ่ยสิ่งใดเพราะกำลังรู้สึกว่าเบื้องล่างของตนกำลังพองโตอยู่ ชายหนุ่มพยายามข่มอารมณ์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งอยู่ใกล้ ยิ่งได้กลิ่นของเธอ เขาก็ยิ่งต้องการ " ช่วยพยุงฉันขึ้นไปบนห้องหน่อย " " หาา " รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแปลกใจ วันก่อนยังไล่เธอไม่ให้เข้าใกล้อยู่เลย " เอ่อ ค่ะ " ร่างบางพยุงสามีเดินขึ้นบันไดจนกระทั่งถึงหน้าห้องของเขา ขาเรียวหยุดอยู่แค่นั้นเพราะหวังจะส่งเขาแค่หน้าประตู " หยุดทำไม เดินต่อสิ " รินรดาเลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจ นี่เขาจะให้เธอเข้าห้องจริงๆเหรอ " โอเคค่ะ...ส่งถึงเตียงเลย งั้นดิชั้นไปแล้วนะคะ " หมับ.... มือหนาคว้าข้อมือของเธอไว้ก่อนที่หญิงสาวจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไป " ไหน ๆ ก็บอกว่าเป็นเมียของฉันแล้ว งั้นก็ช่วยทำหน้าที่เมียหน่อยแล้วกัน " พูดจบชายหนุ่มก็รั้งร่างบางให้นอนลงบนเตียงขนาดใหญ่ ภาคินเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขากลายเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้ตั้งแต่ตอนไหน เวลานี้เขาแทบทนไม่ไหว ร่างกายเบื้องล่างมันปวดหนึบไปหมด ใบหน้าคมซุกไซ้ไปตามลำคอระหง มือหนาเลื่อนต่ำดึงรั้งกางเกงของหญิงสาวออก กลิ่นเนื้อตัวของเธอมันช่างเป็นกลิ่นที่คุ้นเคยสำหรับเขาเหลือเกิน " หนูยิ้ม " เสียงทุ้มเอ่ยอย่างลืมตัว ภาคินใช้เวลาไม่นานในการจัดการกับเสื้อผ้าของเธอ ชายหนุ่มเองก็นึกแปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าเขาเหมือนเคยชินกับการทำแบบนี้ นี่เขากับเธอเคยทำแบบนี้กันแล้วใช่มั้ย แรงปรารถนาหยุดความคิดอยู่แค่นั้น เวลานี้เขาอยากปลดปล่อย .......... " โอวว.....พี่ใหญ่ " รินรดาร้องลั่นเมื่อเขาฝังใบหน้าลงกับเนินเนื้อเบื้องล่างของเธอ แพ้ตลอด เธอแพ้เขาตลอดถ้าเขาทำแบบนี้ให้ มือบางกดศีรษะให้ฝังแนบชิดขึ้น " อาาา อูยยยย ซี๊ดดดดด เสียว เสียวค่ะ " เหมือนคนตัวโตจะรู้ดีว่าต้องทำยังไงเธอถึงจะพอใจ ลิ้นหนาสอดแทรกไปตามกลีบสีชมพูแล้ววนรอบติ่งเนื้ออยู่แบบนั้น ขณะที่เสียงหวานครางกระเส่ามือหนาก็สาวท่อนเอ็นของตัวเองไปด้วย รินรดาผงกหัวขึ้นมองสามีหนุ่มที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำรักให้เธอ จำกันไม่ได้ใช่มั้ย....ดี....คอยดูเสน่ห์ของเธอบ้าง คอยดูว่าจะจำกันไม่ได้อยู่อีกมั้ย ? คนตัวเล็กยันตัวลุกขึ้นนั่งทำให้อีกคนที่กำลังรัวลิ้นต้องหยุดการกระทำของตัวเอง หญิงสาวออกแรงผลักสามีให้นอนลงบนเตียงแทนเธอ เขาเลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจแต่ทว่าความสงสัยก็เกิดขึ้นไม่นาน เมื่อคนตัวเล็กตวัดขาขึ้นคร่อมบนตัวของเขา " อาาาา อึ้มมม " ชายหนุ่มเผยเสียงครางออกมาเมื่อท่อนเอ็นของตัวเองถูกปากเล็กๆ ครอบอมไว้ มือบางลูบคลึงพวงไข่เบาๆพร้อมกับใช้ลิ้นเลียวนปลายหัวหยักที่เป็นจุดเสียวของเขา เธอเองก็รู้ดีเช่นกันว่าต้องทำอย่างไรเขาถึงจะพอใจ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD