ความทรงจำที่เลือนหาย

1253 Words
ความทรงจำที่เลือนหาย " พี่รักหนูยิ้ม..อย่าจากพี่ไป ตื่นมาฟังพี่ก่อน อย่าจากพี่ไปแบบนี้ จากพี่ไปทั้งๆที่เข้าใจผิดแบบนี้ไม่ได้ หนูยิ้ม..ได้ยินมั้ย ได้ยินพี่มั้ย " เสียงเพ้อรำพันผสมกับเสียงสะอื้นจากชายหนุ่มที่ยืนเกาะขอบเตียงในห้องชันสูตรศพดังขึ้นเป็นระยะๆ มือหนาประคองใบหน้าของร่างไร้วิญญาณอย่างเบามือประหนึ่งกลัวว่าเธอจะเจ็บเสียอย่างนั้น หากแต่ถ้าคนตรงหน้ายังมีชีวิตอยู่ก็คงจะรับรู้ความรู้สึกนี้ได้ อนิจจา!!...เวลาไม่อาจย้อนกลับ " หนูยิ้มมม...ฟังพี่ก่อน " ภาพของหญิงสาวที่ร้องไห้วิ่งออกจากห้องทำงานผุดขึ้นในห้วงของความคิด ไม่เพียงแค่เหงื่อที่ไหลซึมออกมาบนหน้าผาก แต่หางตาของเขากลับมีน้ำใสๆ เปรอะเปื้อนอยู่ด้วย นี่เป็นอีกคืนที่เขาฝันถึงเธอและร้องไห้ออกมาแบบนี้ เป็นอีกคืนที่เกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วนนับตั้งแต่ที่หนูยิ้มจากไป ร่างใหญ่ลุกขึ้นนั่ง...เขายกมือขึ้นลูบใบหน้าของตัวเองเพราะความรู้สึกเปียกชื้นใต้ขอบตา " เฟิ่งชุน...ลูก เป็นยังไงบ้าง ซุ่ยหลิงตามคุณหมอเร็วเข้า " เสียงที่ดังอยู่ข้างริมหูทำให้ภาคินค่อยๆเปิดเปลือกตาและหันไปมองที่ต้นเสียง " คุณแม่ " เสียงทุ้มเอ่ย คิ้วหนาขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย เขานอนอยู่ในห้องนอนที่บ้านของตัวเองไม่ใช่เหรอ และเมื่อกี้เขาก็พึ่งจะตื่นจากฝัน ฝันร้ายที่ติดอยู่ในใจ...ไม่ว่ายังไงก็ไม่สามารถลบเลือนออกไปได้ " เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนมั้ย " " เจ็บ ? " คำถามของผู้ที่เป็นมารดาทำให้ชายหนุ่มหันไปมองรอบๆตัว ที่นี่คือโรงพยาบาลอย่างไม่ต้องสงสัยเพราะชุดที่ีใส่อยู่ประกอบกับอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆก็ยืนยันอยู่แล้วว่าตัวเขาเป็นผู้ป่วยของที่นี่ " เจ็บเหรอลูก ไหนเจ็บตรงไหน รอแป็บนึงนะซุ่ยหลิงกำลังไปตามคุณหมออยู่ " " ไม่...ไม่ครับแม่ ผมไม่ได้เจ็บตรงไหนเลย เอ่อ ...ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ " " ก็ลูกถูกไม้หล่นทับตอนที่เข้าไปช่วยเมียในบ้านยังไงล่ะ ต่อไปนี้อย่าทำแบบนี้อีกนะเฟิ่งชุน แม่มีลูกชายคนเดียวถ้าลูกเป็นอะไรไปแม่จะอยู่ได้ยังไง " ใบหน้าสวยของหญิงวัย 45 ปีหม่นเศร้าลง " ครับแม่ครับ อย่าร้องไห้นะ ผมก็ไม่ได้เป็นอะไรแล้วไง " ลูกชายยกมือขึ้นปากน้ำตาที่กำลังเอ่อคลออยู่ให้คนเป็นแม่ ขณะนั้นเองประตูห้องพักวีไอพีของโรงพยาบาลชื่อดังก็ถูกเปิดเข้ามา " คุณหมอมาแล้วค่ะ " ซุ่ยหลิงเดินเข้ามาพร้อมคุณหมอ " งั้นพวกเราออกไปรอข้างนอกก่อนดีกว่านะ " หลังจากการตรวจร่างกายในส่วนต่างเสร็จเรียบร้อยคุณหมอก็รายงานผลให้ญาติและคนไข้ฟังทันที ร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บถือว่าเป็นปกติดีทุกอย่าง ยกเว้นแค่สมองที่ได้รับการกระทบกระเทือนความทรงจำของภาคินถดถอยไปอยู่ในช่วง 3 ปีให้หลังนับจากนี้ ซึ่งนั่นก็เป็นช่วงเวลาที่ชายหนุ่มพึ่งจะสูญเสียภรรยาสาวไป " หมายความว่าลูกชายของดิชั้นจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 3 ปีมานี้ไม่ได้เลยใช่มั้ยคะ " " จากที่หมอตรวจเช็คกับคนไข้แล้วก็น่าจะเป็นอย่างนั้นนะครับ " " หมอครับแล้วโอกาสที่จะกลับมาเหมือนเดิมมีมั้ยครับ " ภาคินเอ่ยถามแม้ตอนนี้เขาจะไม่ได้รู้สึกกังวลใจอะไรกับอาการของตัวเองเพราะคิดว่า ความทรงจำที่หายไปคงจะไม่มีอะไรเพราะหลังจากที่หนูยิ้มเสียไปเขาก็เอาแต่ทำงานอย่างเดียว จำได้หรือจำไม่ได้ก็คงจะไม่มีผลอะไรสำหรับตัวเขา " อันนี้หมอก็ตอบไม่ได้นะครับ เรื่องของสมองเป็นอะไรที่ซับซ้อนมากครับ แต่หมอเชื่อว่าหากคนไข้ได้รับการกระตุ้นจากคนใกล้ชิดหรือได้กลับไปอยู่ในสถานที่ที่คุ้นเคยความทรงจำที่หายไปก็อาจจะกลับมาได้ในเวลาไม่นานครับ " หลังจากใช้เวลาอยู่ในห้องผู้ป่วยไม่นานคุณหมอก็ออกจากห้องไป ไป่ชิงคุณแม่ของภาคินหันมามองลูกชายความคิดเห็นแก่ตัวของเธอเกิดขึ้นทันที เธออยากได้ลูกชายมาอยู่ด้วยกันที่นี่ตั้งแต่ตัดสินใจแยกทางกับพ่อของเขาแล้วแต่เพราะข้อผูกพันและสัญญาที่ให้ไว้กับคุณหญิงทัศนาวรรณจึงไม่สามารถพาลูกชายเพียงคนเดียวกลับมาอยู่ด้วยกันได้ ตอนนี้คนตรงหน้าของเธอโตเป็นหนุ่ม สามารถตัดสินใจทุกอย่างได้ด้วยตัวเองแล้ว หากเฟิ่งชุนยินยอมแม้แต่คุณหญิงทัศนาวรรณก็ไม่อาจห้ามได้ " คุณหมอบอกว่าอีก 2-3 วันก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ไปพักที่บ้านใหญ่ของเรานะแม่จะได้ให้เด็กเตรียมห้องให้ อีกอย่างลูกกำลังป่วยอยู่ซุ่ยหลิงจะได้ช่วยดูแล " " เอ่อ ไม่เป็นไรหรอกครับแม่ ผมหายดีแล้ว อีกอย่างรบกวนซุ่ยหลิงเสียเปล่าๆ " ภาคินเอ่ย เขารู้ดีว่าแม่ของตัวเองคิดเช่นไร ท่านหวังจะให้ซุ่ยหลิงมาช่วยดามใจของเขาหลังจากที่เห็นลูกชายจมอยู่กับความเศร้ากับการสูญเสียภรรยาไป " ซุ่ยหลิงเต็มใจค่ะ พี่เฟิ่งอย่าได้กังวลเลย " " แม่ก็รู้ว่าผมชอบความเป็นส่วนตัว เดี๋ยวผมกลับไปอยู่ที่บ้านหลังเล็กได้ครับ " " เฟิ่งชุน...บ้านหลังนั้นไม่มีแล้วล่ะลูก คือ... เอ่อ บ้านหลังนั้นถูกไฟไหม้วอดไปทั้งหลังพร้อมกับ เอ่อ .... " ผวั๊ะ...ขณะที่ทุกคนอยู่ในบทสนทนาอยู่ ประตูห้องก็ถูกเปิดโดยไม่มีการขออนุญาตแต่อย่างใด " คุณป้า ซุ่ยหลิง " เสียงทุ้มทักทายคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงแล้วจึงหันมาหาคนป่วยที่นอนอยู่ " เป็นยังไงบ้าง ได้ยินข่าวว่านายฟื้นแล้ว ชั้นเลยรีบมาดู " ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่หน้าตาดี ใบหน้าของเขาละม้ายคล้ายกับคนที่นอนอยู่บนเตียงเอ่ยถาม " ยังไม่ตาย " " หึ ... หนังเหนียวใช้ได้เลยนี่ " " ร่างกายทุกอย่างปกติ แต่สมองเสื่อมหมอบอกว่าความทรงจำของชั้นหายไปย้อนหลังจากนี้ 3 ปี " " ห๊ะ หมายความว่านายจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 3 ปีมานี้ไม่ได้ " " ใช่ " " แบบนี้ก็กลายเป็นท่านประธานสมองเสื่อมน่ะสิ " " เย่วเฟิ่ง อย่าพูดกับพี่แบบนี้ " เสียงไป่ชิงดุหลานชาย กระนั้นชายหนุ่มที่ถูกต่อว่าก็ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านอะไรเพราะรู้ดีว่าลูกพี่ลูกน้องคนนี้เป็นลูกชายที่ป้าของเขารักมากแค่ไหน " แม่ครับ งั้นผมไปพักที่บ้านกับอาเย่วก็ได้ครับ " ภาคินเอ่ยกับแม่ของตัวเองพลางส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากชายหนุ่มที่เป็นทั้งญาติและเพื่อนสนิท " ดีๆ นายไปอยู่กับชั้นก็ดี บ้านหลังใหญ่อยู่คนเดียวเหงาจะตาย " " แต่แม่ว่า ... " " แม่ครับ ผมอยากอยู่กับอาเย่ว " " โอเคๆ แต่ยังไงแม่ก็จะให้ซุ่ยหลิงทำอาหารไปส่งทุกวันนะ " " ขอบคุณครับ " .............................................................................. โธ่!!! .... ลืมเมียซะสนิทใจเลยพี่ ว่าแต่รินรดาของเราไปอยู่ที่ไหนกันนะ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD