แอบแซ่บ (1)

1307 Words
Chapter : 1 ในห้องเรียนที่เงียบสงบ ต้าเหนิงนั่งอยู่บนโต๊ะเรียนอย่างไม่สนใจกฎเกณฑ์ทั่วไป ร่างบางในชุดนักศึกษาที่เย้ายวน เสื้อเชิ้ตสีขาวฟิตพอดีตัวเปิดให้เห็นความโค้งเว้าของเรือนร่างอย่างชัดเจน กระโปรงพลีทสั้นสีดำโชว์เรียวขาขาวสวยที่ไขว้ทับกันเล็กน้อย ผมยาวสลวยปล่อยลงมาคลอเคลียไหล่เพิ่มความเซ็กซี่ในทุกท่วงท่า ดวงตาสวยคมจ้องมองไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความยั่วยวน “อาจารย์คะ อาจารย์จะทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ?” เสียงหวานพราวเสน่ห์ถูกเปร่งออกมาจากริมฝีปากเล็กสีแดงอ่อนที่ดูอวบอิ่ม ธเนศยืนอยู่ตรงหน้าเธออย่างสง่างาม เสื้อเชิ้ตขาวรัดรูปแนบไปกับร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาชัดเจนถึงความแข็งแรงและมีอำนาจ สาบเสื้อที่ค่อย ๆ เปิดเผยให้เห็นแผ่นอกที่แน่นตึงเป็นที่ดึงดูดสายตา กางเกงแสล็คสีดำเข้ารูปเพิ่มความภูมิฐานและเสริมลุคของเขาให้ดูสุขุมและเซ็กซี่ เขาสวมแว่นตาทรงสี่เหลี่ยมขอบโค้งมนที่ขับให้ใบหน้าคมคายและดวงตาคมเข้มยิ่งดูทรงพลัง แววตาเยือกเย็นแต่แฝงไปด้วยแรงปรารถนาขณะที่มองตรงไปยังต้าเหนิง “ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ ในเมื่อหนูให้ท่าอาจารย์ซะขนาดนี้” เสียงทุ้มเรียบกล่าวพลางยกมุมปากขณะมือไม้ทั้งสองค้ำยันโต๊ะโดยมีนักศึกษาตัวเล็กเบื้องหน้าอยู่ตรงกลาง ท่าทางของธเนศที่ยืนคร่อมร่างของต้าเหนิงด้วยความมั่นใจ สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดระหว่างพวกเขา ริมฝีปากของเขาขยับเพียงเล็กน้อยขณะพูดด้วยน้ำเสียงต่ำและเย้ายวน ในขณะที่เธอยิ้มรับอย่างไม่เกรงกลัว ต้าเหนิงกล่าวตอบพลางแสดงสีหน้าซุกซน “ก็ที่นี่มันห้องเรียนนะคะ?” ห้องเรียนในมหาวิทยาลัยมีลักษณะกว้างขวางและโปร่งสบาย โดยมีโต๊ะเรียนเรียงกันเป็นแถวแนวยาวแบ่งเป็นสองฝั่งทางเดินกลาง บนโต๊ะมีลายไม้เรียบง่ายและสะอาดตา เก้าอี้นั่งมาพร้อมพนักพิงเพื่อความสะดวกสบายขณะนั่งเรียน ด้านหน้าของห้องมีกระดานไวท์บอร์ดขนาดใหญ่ติดผนัง พร้อมด้วยโปรเจคเตอร์ที่ติดตั้งอยู่บนเพดาน ทำให้สามารถฉายสไลด์หรือสื่อการสอนได้อย่างชัดเจน ผนังด้านหนึ่งของห้องเป็นกระจกบานใหญ่หลายบายที่เปิดรับแสงธรรมชาติและมองเห็นวิวภายนอก เช่น ต้นไม้หรือสนามหญ้าของมหาวิทยาลัย ทำให้ห้องเรียนดูโปร่งและสว่าง นอกจากนี้ยังมีผ้าม่านสีขาวสะอาดตาที่สามารถเลื่อนปิดเมื่อจำเป็น บรรยากาศภายในห้องเงียบสงบ มีเครื่องปรับอากาศติดตั้งไว้ตามมุมห้อง ทำให้อุณหภูมิในห้องเย็นสบาย โต๊ะอาจารย์ตั้งอยู่ด้านหน้าของห้องเรียน ถัดจากกระดานไวท์บอร์ด มักจะมีคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กสำหรับการสอน พร้อมด้วยเอกสารและหนังสือเรียงราย พื้นห้องปูด้วยกระเบื้องสีขาวนวลสะอาดตา ที่ช่วยเพิ่มความรู้สึกเรียบร้อยและเป็นระเบียบ เสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเงียบ ๆ ทำให้บรรยากาศภายในห้องเรียนนี้เหมาะสมสำหรับการเรียนรู้และสนทนา อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ภายในห้องมีเพียงคนแค่สองคนเท่านั้นที่กำลังพูดคุยกัน “แล้วไม่อยากทำรึไง?” ธเนศขยับเข้าไปใกล้เธอมากยิ่งขึ้นกระทั่งต้าเหนิงสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าวของเขา กับใบหน้าหล่อเหลาซึ่งกำลังทำให้เธอหวั่นไหวจนแก้มค่อย ๆ แดงระเรื่อมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ “ก็ไม่ได้บอกอย่างนั้นซะหน่อย แล้วอาจารย์ล่ะคะอยากมากเลยงั้นเหรอ?” มุมปากของต้าเหนิงยกขึ้นสูงอย่างมั่นใจและท้าทาย ธเนศโน้มตัวเข้ามาใกล้ต้าเหนิง ขณะที่สายตาของทั้งคู่ประสานกัน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ มือหนาของเขาประคองแก้มเนียนของเธออย่างแผ่วเบา ริมฝีปากของทั้งคู่ค่อย ๆ ขยับเข้าหากันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ของอีกฝ่าย “เธอนี่มันปากดีจริง ๆ เลยนะ” หลังจากคำพูดที่กระตุ้นหัวใจนั้น จังหวะการเคลื่อนไหวก็ดูจะรุนแรงและเย้ายวนมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งริมฝีปากของพวกเขาประกบกันอย่างแนบแน่น ธเนศจูบต้าเหนิงด้วยความร้อนแรง ริมฝีปากหนาของเขาแนบกับริมฝีปากบางของเธออย่างแนบแน่นและชำนาญ ลิ้นของเขาค่อย ๆ แทรกเข้ามาสำรวจในโพรงปากของเธอ ราวกับต้องการจะครอบครองทุกสัมผัส ทุกความรู้สึกที่มีอยู่ ต้าเหนิงตอบสนองด้วยการขยับตัวเข้าไปใกล้เขา ลิ้นเล็กของเธอค่อย ๆ เล่นตามลิ้นของธเนศ ราวกับพวกเขากำลังเต้นรำในจังหวะที่เร่าร้อน มือของธเนศค่อย ๆ เลื่อนลงจากแก้มของต้าเหนิง มาจับเอวบางของเธอ รั้งร่างกายของเธอเข้ามาแนบชิดกับร่างของเขามากยิ่งขึ้น กล้ามเนื้อที่แน่นตึงของเขาสัมผัสกับร่างกายอ่อนนุ่มของเธอ ส่งความรู้สึกไฟฟ้าแล่นผ่านไปทั่วร่าง ทั้งสองต่างไม่มีใครต้องการหยุด ธเนศจูบเธอลึกขึ้น รุนแรงขึ้น ทุกสัมผัสเต็มไปด้วยความกระหายและแรงดึงดูดที่ไม่อาจต้านทาน ต้าเหนิงจิกนิ้วลงที่แผ่นหลังของธเนศ ลมหายใจของเธอเริ่มหอบถี่ ริมฝีปากของเธอรับสัมผัสจากเขาอย่างเต็มที่ จนเธอไม่อาจต้านทานได้ ทุกครั้งที่ริมฝีปากของเขาครอบครองเธอ มันทำให้เธอรู้สึกถึงความร้อนที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย ทุกสัมผัสของเขาคือการครอบงำที่ทำให้เธอไม่อาจหนีไปไหนได้ ทั้งคู่จมอยู่ในความปรารถนา จูบของพวกเขาเป็นดั่งประกายไฟที่กำลังลุกลาม ร่างกายของพวกเขากอดกระชับแนบแน่น ท่ามกลางห้องเรียนที่ไร้ผู้คน แต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางเพศที่ทำให้อากาศรอบตัวพวกเขาร้อนระอุ หลังจากที่ถอนริมฝีปากออกมา ต้าเหนิงก็พูดเย้าแหย่เขาด้วยแววตาที่กำลังยิ้ม “ฮึ๊ก~! ฮา...ปากอาจารย์เนี่ยหวานใช่เล่นเลยนะคะ?” เธอยังคงประคองและคล้องคอเขาด้วยขณะที่ส่ายขาไปมาอย่างร่าเริง “คงจะเสี้ยนน่าดูเลยล่ะสิถึงได้ทำแบบนี้” ธเนศยอกย้อนอย่างมีเล่ห์พลางใช้มือหนาลูบไล้แผ่นหลังที่บอบบางของเธออย่างเพลิดเพลิน “ใครกันแน่คะที่เสี้ยน...“ ต้าเหนิงหยุดชั่วครู่ก่อนที่จะพูดต่อ “หนูหรือว่า...อาจารย์?” ริมฝีปากที่บอบบางของเธอกระตุ้นเขาได้เป็นอย่างดีผ่านคำพูดคำจาเสียดสีที่ทิ่มแทงเขาอย่างจัง “อาจารย์ล่ะชอบคนอย่างหนูจริง ๆ ” ธเนศฉีกยิ้มดุร้ายพร้อมจับปลายคางต้าเหนิงอย่างอุกอาจ ความอ่อนโยนลดน้อยถอยลงไปทุกที ขณะเดียวกันมืออีกข้างหนึ่งของเขาก็กำลังปลดกระดุมเธออย่างชำนาญ กว่าจะรู้ตัวกระดุมเม็ดสุดท้ายที่รัดอยู่บนเสื้อนักศึกษาของต้าเหนิงก็หลุดออกไปเสียแล้ว “อาจารย์คนนี้ร้ายจริง ๆ เลย...” ต้าเหนิงพึมพำให้เขาได้ยินขณะเหลือบตามองเสื้อที่ถูกปลดกระดุมออกจนหมด ซึ่งเผยให้เห็นเนื้อหนังขาวนวลกับรอบอกกว้างขว้างของเธอพร้อมด้วยยกทรงสีดำที่ไม่ธรรมดาซึ่งเปิดเผยร่องอกและเต้าเนื้อมากกว่าที่ควรจะเป็น “ถอดโดยไม่ขออนุญาตกันเลย? นี่มันเข้าค่ายลวนลามแล้วนะคะเนี่ย?” ต้าเหนิงยังคงยุแหย่เขาไม่เลิกขณะช้อนตามองอีกฝ่ายอย่างเว้าวอน To be continued...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD