สวัสดีครับผม เอสเพรสโซ่ วอลเลอร์ ผมเป็นลูกชายคนที่ 2 ของตระกูล ครอบครัวผมมีชื่อเรียกเกี่ยวกับกาแฟ ทุกคนเลยครับที่เราชื่อเกี่ยวกับกาแฟกันก็เพราะว่าแด๊ดของผมชอบการดื่มกาแฟเป็นอย่างมากแล้วแด๊ดก็เคยบอกไว้ว่าถ้ามีลูกก็จะตั้งชื่อลูกให้เกี่ยวกับกาแฟนี่แหละแล้วแด๊ดของผมก็ตั้งแบบนั้นจริงๆ
ลูกคนที่ 1 ชื่อ มอคค่า วอลเลอร์
ลูกคนที่ 2 ชื่อ เอสเพรสโซ่ วอลเลอร์
ลูกคนที่ 3 ชื่อ คาปูชิโน่ วอลเลอร์
ลูกคนที่ 4 ชื่อ คาเฟ่ วอลเลอร์
ครอบครัวผมมีกัน 4 คนถึงพวกเราทั้ง 4 คนจะไม่ได้อยู่ด้วยกันบ่อยนักแต่ก็รักกันดีสำหรับผมชีวิตไม่เคยคิดเรื่องอะไรนอกจากเรื่องงาน ผมคิดว่าการมีคนรักหรือมีแฟนมันจะทำให้ชีวิตของเรายุ้งยากไปกว่าเดิมและผมก็ไม่ชอบอะไรที่มันยุ้งยากอยู่แล้วผมก็เลยไม่มีแฟนเลยส่วนใหญ่จะซื้อกินมากกว่าเพราะมันจบง่ายดี ผมมีเพื่อนสนิทอยู่คนนึงทั้งชีวิตผมก็มีเพื่อนอยู่แค่คนเดียวเท่านั้นจริงๆผมเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่งแล้วก็ไม่ชอบเข้าสังคมด้วยเลยทำให้มีเพื่อนน้อย แต่มีเพื่อนน้อยแบบนี้ก็ดีนะมันไม่ยุ้งยากดี ผมเปิดบริษัทเงินกูอย่างถูกกฏหมายและที่ผมไม่ได้ทำงานกับธุรกิจที่บ้านก็เพราะรู้สึกว่ามันหน้าเบื่อก็เลยออกมาหาธุรกิจของตัวเองทำ
“นายครับ”
“ว่าไง”ลูกน้องคนสนิทเดินเข้ามารายงานเกี่ยวกับเงินที่ลูกหนี้ที่ต้องจ่ายเงินวันนี้ ขนาดผมทำบริษัทเงินกู้แบบถูกกฏหมาย ยังมีคนไปแจ้งความหาว่าผมทำบริษัทบังหน้าเท่านั้นผมล่ะเบื่อพวกที่ขี้อิจฉาจริงๆ แต่พวกมันก็ทำอะไรผมไม่ได้อยู่ดีเพราะผมมั่นใจว่าทำในสิ่งที่ถูกพระเจ้าก็ต้องเข้าข้างผม
“นายครับ มีอยู่รายนึงมันไม่ได้จ่ายมา 2 เดือนแล้วครับ แล้วก็ยังหาตัวมันไม่เจอด้วยครับแต่ที่สายรายงานมามันไปกู้เงินนอกระบบมาด้วยครับ คนของเราคิดมันจะทำให้เราเสียไปด้วยผมว่านายหน้าจะจัดการก่อนดีกว่ามั๊ยครับ”ลูกน้องของเอสเพรสโซ่พูดร่ายยาวเลย เอสเพรสโซ่ก็นั่งฟังแล้วคิดตามไปด้วย เบื่อจริงๆไอ้พวกที่ตอนจะมายืมแทบจะกราบเท้าเราแต่พอตอนจะคืนแม่งยากเย็นเหลือเกิน
“งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้นายไปจัดการเอกสารของไอ้คนที่ติดหนี้เรามาให้หมด เดี๋ยวชั้นจะไปจัดการด้วยตัวเอง”เอสเพรสโซ่พูดแค่นั้นแล้วก็ให้ลูกน้องออกไป
เช้าวันรุ่งขึ้นลูกน้องของเอสเพรสโซ่เอาเอกสารของลูกหนี้ทั้งหมดมาวางไว้บนโต๊ะของเอาเพรสโซ่ตั้งแต่ตอนเช้า วันนี้เอสเพรสโซ่จะออกไปจัดการกับลูกหนี้เอง สงสัยไอ้คนพวกนั้นจะชะตาชีวิตสั้นแล้วมั่ง
“นายครับ คุณแทนมาขอพบครับ”ลูกน้องของเอสเพรสโซ่เดินเข้ามาบอก เอสเพรสโซ่ก็พยักหน้ารับแล้วลูกน้องก็เดินออกไปเรียกแทนให้เข้ามา
“ไงมึง ทำไมทำหน้าเครียดแบบนั้นว่ะ”เอสเพรสโซ่เอ๋ยทักเพื่อนสนิทของตนที่เดินเข้ามาหาหน้านี่อย่างกับส้นตีนเลย สงสัยงานมันจะมีปัญหาอีก
“งานกูมีปัญญาอีกแล้ว กูล่ะเซ็งจริงๆ”แทนตอบเพื่อนรักไปอย่างเซ็งๆ ปัญหามีได้ทุกวี้ทุกวันไม่รู้จะแก้ยังไงดี
“เอาหน้าเดี๋ยวมึงก็แก้ได้อยู่แล้ว เพื่อนกูเก่งจะตาย”เอสเพรสโซ่พูดให้กำลังใจเพื่อน
“แต่กูไม่อยากเป็นเพื่อนกับมึงแล้ว”แทนพูดออกไปเบาๆราวกับเสียงกระซิบ ทำเอาเพรสโซ่ได้ยินไม่ค่อยชัด
“เมื่อกี้มึงพูดว่าไรนะ กูได้ยินไม่ชัด”เอาเพรสโซ่ถามอีกครั้ง แต่แทนก็ไม่ได้ตอบแล้วชวนคุยเรื่องอื่นแทน วันนี้เอสเพรสโซ่ก็เลยชวนแทนไปจัดการกับลูกหนี้ด้วยเลยมันจะได้หาอะไรแก้เครียดทำด้วย การระบายออกด้วยการกระทืบคนอาจมำให้มันอารมณ์ดีขึ้นก็ได้
“แล้วนี่มึงจะไปตอนไหน จะไปหาอะไรกินกับกูก่อนมั๊ย”แทนถามเพื่อนรัก เอสเพรสโซ่พยักหน้ารับแล้วทั้งคู่ก็ออกไปทานอาหารกันก่อนที่จะไปจัดการกับพวกลูกหนี้
“นายครับ นายจะให้ผมแบ่งรายชื่อลูกหนี้ให้ลูกน้องคนอื่นด้วยเปล่าครับจะได้ช่วยๆกันเลย”
“แบบนั้นก็ได้ แต่เอาพวกที่ติดนานแล้วไม่ยอมจ่ายมาให้กูนะเดี๋ยวกูให้เพื่อนกูจัดการเอง”เอสเพรสโซ่บอกกับลูกน้องแค่นั้นแล้วก็เดินขึ้นรถไปกับแทน ลูกน้องก็พาเอสเพรสโซ่ไล่ตามเก็บเงินลูกหนี้ไปจนเกินจะครบตอนนี้ก็เหลืออีกไม่กี่รายแล้ว
“นายครับ วันนี้พอแค่นี้ก่อนมั๊ยครับ วันนี้นายเหนื่อนมาทั้งวันแล้ว”ลูกน้องถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไร เอาให้มันเสร็จวันนี้แหละ”เอสเพรสโซ่ตอบลูกน้องไปอย่างเหนื่อยๆ แทนเองก็มองเอสเพรสโซ่อยากเห็นใจแต่วันนี้ตนก็ช่วยเพื่อนรักได้มากอยู่
“นี่เอส เดี๋ยวที่ต่อไปกูลงไปจัดการเองก็ได้มึงพักเถอะ”แทนบอกอย่างห่วงๆ เอสเลยตอบรับไปอย่างส่งๆเพราะตอนนี้ตนเองก็เหนื่อยมากแล้ว เท่าที่ทำงานมาเวลาออกมาเก็บหนี้กับลูกน้องแบบนี้แหละ เป็นอะไรที่เหนื่อยที่สุดแต่เราเป็นเจ้าของบริษัทก็ต้องออกมาทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง เอสเพรสโซ่นอนงีบอยู่บนรถ ตอนนี้ทุกคนลงไปจากรถกันหมดแล้วเอสเพรสโซ่เลยลุกขึ้นมากำลังจะเดินลงจากรถไปแต่ก็เห็นผู้ชายคนนึงก่อน เพียงแค่เห็นหน้าผ่านกระจกเท่านั้นก็สามารถทำให้คนที่ไม่คิดจะรักใครอย่างเอสเพรสโซ่หัวใจเต้นแรงได้ เอสเพรสโซ่มองตามผู้ชายคนนั้นไป แต่ก็สงสัยเพราะผู้ชายคนนี้เดินเข้าไปในบ้านที่ลูกน้องของตนกำลังเข้าไปทวงหนี้อยู่ เอสเพรสโซ่เลยคิดอะไรดีๆออกก็รีบหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรไปหาลูกน้องที่อยู่ด้านในทันที
“พวกมึงรีบออกมาจากบ้านนี้เลย แล้วบอกลูกหนี้กูด้วยว่ากูมีข้อเสนอให้กับมัน แล้วมึงก็เอานามบัตรของกูให้มันไปด้วย”เอสเพรสโซ่พูดแค่นั้นแล้วก็วางสายแล้วนั่งยิ้มอยู่ในรถแต่เจ้าตัวก็ต้องหยุดยิ้มแล้วหันไปมองที่กระจก นี่เขายิ้มอยู่หรอเนี่ยยิ้มให้กับคนที่พึ่งเจอไม่กี่นาทีเนี่ยนะ
“ทำไมมึงให้กลับก่อนว่ะ”แทนที่เดินมาถึงรถก่อนเอ๋ยถามอย่างหงุดหงิด
“ก็ไม่มีอะไรกูมีข้อเสนอดีๆให้กับมันก็แค่นั้นเอง แล้วมึงจะอารมณ์ขึ้นเพื่อขึ้นรถได้แล้วเดี๋ยวจะไปดริ้งกัน”เอสเพรสโซ่พูดอย่างอารมณ์ดีจนทำให้แทนสงสัยว่าเพื่อนของตนเป็นอะไรทำไมอยู่ดีๆก็ดูอารมณ์ดีมีความสุขขึ้นมาเฉย แต่ก็ไม่อยากถามมากเพราะกลัวว่าความลับที่ปิดมาจะแตกเอาได้และก็กลัวว่าความเป็นเพื่อนที่มีมามันจะหายไป ทุกคนคงจะรู้ใช่มั๊ยว่าการแอบรักมันเป็นอะไรที่ทรมารมากที่สุด เราอยากจะครอบครองเขามากแค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้ อยากกอดแค่ไหนก็ทำได้แค่กอดในฐานะเพื่อนเท่านั้น แต่กระทั่งถ้าวันนึงคนที่เราแอบรักไปมีแฟนจริงๆเราก็ทำได้แค่แอบมองอยู่แบบนั้นตลอดไป แต่ผมจะไม่ยอมให้มันจบแบบนั้นแน่ผมคิดเอาไว้แล้วว่าซักวันนึงผมจะบอกความรู้สึกที่มีกับเอสเพรสโซ่ทั้งหมด
“นี่มึง ทำไมอยู่ดีๆก็อารมณ์ดีว่ะ”แทนหันไปถามเอสเพรสโซ่
“ก็ไม่มีะอไรนิ อะไรทำให้มึงคิดว่ากูอารมณ์ดี”เอสเพรสโซ่ถามกลับอย่างข้องใจเพราะตนก็ทำตัวปกติที่สุดแล้วนิ
“กูดูมึงออกก็แล้วกัน เราคบกันมานานแค่มึงเปลี่ยนไปนิดเดียวกูก็รู้แล้ว”แทนพูดออกไปเป็นในๆ แต่เอสเพรสโซ่ก็แค่พยักหน้ารับเท่านั้น แล้วหันออกไปมองนอกหน้าต่าง พอกลับมาถึงบริษัทเอสเพรสโซ่ก็เคลียงานอยู่อีกพักแล้วก็ออกไปหาที่นั่งดริ้งกับแทนตั้งแต่หัววัน
“นี่มึง ไม่คิดจะมีแฟนบ้างหรอว่ะ”เอสเพรสโซ่ถามแทนขึ้น
“ทำไมมึงถามแบบนั้นว่ะ แล้วมึงล่ะไม่คิดจะมีบ้างไง”แทนถามกลับบ้าง พอคุยเรื่องนี้กันทีไรแทนอยากจะบอกความรู้สึกออกไปทุกที
“กูหรอ ไม่แน่เร็วๆนี้อาจมีก็ได้มั่ง”เอสเพรสโซ่พูดออกมาแล้วก็หัวเราะอย่างชอบใจ จนทำให้แทนที่นั่งฟังรู้สึกไม่พอใจนิดๆแต่ก็ต้องเก็บไว้
“มาๆกินๆ เออมึงเดี๋ยวน้องสาวกูจะกลับมาแล้วนะ พี่ชายกูจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับมึงไปป่ะ”
“วันไหนอ่ะ ยังไงมึงก็บอกกูก่อนล่วงหน้าก็ดีนะ”แล้วทั้งคู่ก็นั่งคุยกันไปเรื่อยจนเกือบจะ 4 ทุ้มทั้งคู่ก็แยกย้ายกันกลับบ้านเอสเพรสโซ่จะกลับมานอนที่บ้านทุกครั้งเพราะอย่างน้อยก็จะได้เจอพี่ๆน้องๆตอนทานทานอาหารเช้าพร้อมหน้าพร้อมตา เอสเพรสโซ่กลับมาที่บ้านด้วยท่าทีนิ่งแล้วก็ตรงเข้าไปที่ห้องนอนของตนเลย เอสเพรสโซ่บอกให้ลูกน้องจัดการเรื่องของพ่อเด็กผู้ชายคนนั้นแล้ว พรุ้งนี้ก็คงได้เรื่องแหละเป็นเด็กผู้ชายที่หน้าสวยกว่าผู้หญิงบางคนซะอีก แค่เห็นแค่นั้นก็ทำให้สนใจได้มากขนานนี้แล้วถ้าได้มาครองคงจะหลงจนโงหัวไม่ขึ้นแน่ๆ เอสเพรสโซ่เข้าไปอาบน้ำแล้วมานอนอยากให้เวลาผ่านไปเร็วๆจังอยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆ
(มาแล้วเด้อสำหรับตอนแรกกว่าจะแต่งออกมาได้แทบตาย คือตอนนี้ไรท์ทำงานประจำนะค่ะมันเลยไม่มีเวลามาแต่งแบบเมื่อก่อน ไรท์จะใช้เวลาวันหยุดในการแต่งแต่มันก็ใช้ว่าจะคิดออกตลอดอยากให้เข้าใจไรท์ตรงนี้ด้วยเน้อ ยังไงก็ฝากคอมเม้นเข้ามากันเยอะๆนะค่ะ เลิฟยู)555