9.อยากลองจับดูสักครั้ง

1102 Words
แม้ในใจของลี่เซียนจะกระวนกระวาย อยากจะออกไปสืบหาตัวฆาตกรที่ซ่อนเร้นอยู่ในเงามืดเพียงใด แต่สถานะจวิ้นจูของนางก็มีพันธะที่ไม่อาจละเลยได้ โดยเฉพาะเมื่อมันเป็นพระบัญชาจากองค์รัชทายาทจางหมินเสด็จพี่ผู้แสนดีแต่จอมบงการคนนั้น “ลี่เซียน งานวันเกิดครบรอบปีนี้ของพี่สำคัญนัก เจ้าไปช่วยพี่ที่ตำหนักบูรพาสักสิบห้าวันเถิด พี่วางใจในรสนิยมและความละเอียดของเจ้ามากกว่าข้าราชบริพารคนไหนๆ” คำกล่าวอ้างที่ฟังดูมีเหตุผลของเสด็จพี่ ทำให้ลี่เซียนต้องระเห็จมาอยู่ที่ตำหนักบูรพาเป็นการชั่วคราว ทว่า..เมื่องานที่ว่านั้นมาถึงมือจริงๆ ลี่เซียนก็แทบจะถอนหายใจออกมาเป็นตัวอักษร “นี่หรือเพคะ..งานสำคัญที่เสด็จพี่ว่า” ลี่เซียนมองกองกระดาษเซวียนจื่อเนื้อดีและพู่กันที่วางเรียงรายอยู่เบื้องหน้า งานของนางคือการเขียนเทียบเชิญเพื่อส่งไปยังจวนขุนนางและเชื้อพระวงศ์ทั่วทั้งเมืองหลวง! แม้มันจะดูเป็นงานที่น่าเบื่อสำหรับวิญญาณสาวจากโลกอนาคตที่อยากออกไปลุยคดีสืบสวน แต่นางก็ค้นพบว่ามันมีข้อดีอย่างหนึ่งที่คาดไม่ถึง เขียนเทียบเชิญงั้นเหรอ..ก็ดีเหมือนกัน เธอจะได้รู้รายชื่อบุรุษโสดและผู้มีอำนาจทุกคนในเมืองหลวงนี้อย่างละเอียด ใครเป็นใคร จวนอยู่ที่ไหน ตระกูลใหญ่แค่ไหน ข้อมูลพวกนี้แหละที่จะช่วยให้เธอคัดกรองได้ว่าใครมีแววจะเป็นฆาตกร..หรือใครมีแววจะเป็นสามีในอนาคตของเธอ ลี่เซียนสะบัดพู่กันอย่างคล่องแคล่ว ลายมือของนางงดงามและชดช้อยจนเหล่าขันทีในตำหนักต่างพากันชื่นชม ‘เรียนเชิญจวนแม่ทัพหนิงเฉิง..’ ลี่เซียนยิ้มกริ่มเมื่อนึกถึงแผงอกกว้างๆ ของท่านแม่ทัพ ‘เรียนเชิญจวนซูกั๋วกงเทียนเย่า..’ นางชะงักพู่กันไปครู่หนึ่งเมื่อนึกถึงใบหน้าเย็นชาและไหล่กว้างที่นางเคยแอบอิง ขณะที่ปลายนิ้วตวัดเส้นสายลงบนกระดาษหอมกรุ่น ลี่เซียนก็ลอบวางแผนในใจไปด้วย สิบห้าวันในตำหนักบูรพานี้ นางจะใช้สิทธิ์ในการเป็นผู้จัดงาน แทรกซึมและเก็บข้อมูลทุกอย่างให้ได้มากที่สุด งานวันเกิดขององค์รัชทายาทที่จะถึงนี้ จะต้องเป็นงานที่รวมตัวผู้ต้องสงสัยทุกคนเอาไว้อย่างแน่นอน ฆาตกรในนิยายมักจะทนไม่ได้หรอกถ้าเห็นสตรีที่ตัวเองหลงใหลไปรื่นเริงในงานเลี้ยงกับชายอื่น เธอจะใช้งานของเสด็จพี่นี่แหละ เป็นกับดักล่อเสือออกจากถ้ำ! นางจุ่มหมึกอีกครั้งด้วยแววตามาดมั่น ความเบื่อหน่ายหายไปสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณของนักล่าที่พร้อมจะกระชากหน้ากากฆาตกร..และพร้อมจะพิสูจน์ขนาดหัวใจของเหล่าบุรุษในวันงานไปพร้อมๆ กัน! ท่ามกลางความวุ่นวายของการจัดเตรียมตำหนักบูรพา เสียงฝีเท้าหนักแน่นและสม่ำเสมอของเหล่าทหารหาญดังใกล้เข้ามา ท่านแม่ทัพหนิงเฉิงในชุดลำลองสำหรับฝึกซ้อมที่ดูทะมัดทะแมง ยิ่งส่งให้รูปร่างที่สูงใหญ่และกล้ามเนื้อที่อัดแน่นภายใต้เนื้อผ้าดูโดดเด่นสะดุดตา เขาได้รับมอบหมายจากองค์รัชทายาทให้นำกำลังทหารมาช่วยจัดเตรียมสถานที่และดูแลความปลอดภัยล่วงหน้า ทันทีที่สายตาคมเข้มของเขาปะทะเข้ากับร่างระหงของลี่เซียนที่กำลังก้มหน้าก้มตาเขียนเทียบเชิญอยู่ หนิงเฉิงก็ไม่รอช้าที่จะสาวเท้าเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างดูสว่างไสวขึ้นมาทันตา “จวิ้นจู..กระหม่อมไม่คิดเลยว่าจะได้พบท่านที่นี่” หนิงเฉิงเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงความยินดีอย่างปิดไม่มิดเขาย่อกายคารวะนางอย่างให้เกียรติ ลี่เซียนวางพู่กันลงพลางเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มหวานหยดถูกส่งกลับไปให้แม่ทัพหนุ่มทันที “ท่านแม่ทัพหนิง..ข้าเองก็แปลกใจ ไม่นึกว่าท่านแม่ทัพผู้กุมกองทัพหลวงจะต้องมาลงแรงช่วยจัดงานเลี้ยงด้วยตนเองเช่นนี้” หนิงเฉิงหัวเราะเบาๆ พลางขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนลี่เซียนสัมผัสได้ถึงไอแดดและความองอาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขา “งานขององค์รัชทายาทสำคัญยิ่ง อีกทั้ง..เมื่อกระหม่อมล่วงรู้ว่าจวิ้นจูมาคอยช่วยเหลืองานอยู่ที่นี่ กระหม่อมก็ยิ่งไม่อาจปล่อยให้กำลังทหารของกองทัพทำงานโดยไร้การควบคุมได้” สายตาของเขาจับจ้องที่ใบหน้านวลของลี่เซียนอย่างเปิดเผย ความชื่นชมที่สื่อออกมานั้นทำให้ลี่เซียนรู้สึกหน้าร้อนวูบวาบขึ้นมาเล็กน้อย นางลอบสังเกตแขนเสื้อที่พับขึ้นของเขา เห็นเส้นเลือดที่ปูดนูนบนท่อนแขนแข็งแรงจากการตรากตรำงานหนัก ‘ให้ตายเถอะ..พละกำลังของชายชาติทหารนี่มันช่าง..’ ลี่เซียนแอบกลืนน้ำลายเบาๆ ‘ท่านแม่ทัพผู้นี้ดูท่าทางจะมีความแข็งแรงทนทานไม่เบาเลยนะเนี่ย’ “จวิ้นจูเขียนเทียบเชิญมาทั้งวัน คงจะเมื่อยล้าไม่น้อย หากท่านต้องการพักผ่อน กระหม่อมพอจะล่วงรู้วิธีนวดกดจุดคลายเส้นแบบทหารอยู่บ้าง..” หนิงเฉิงเอ่ยเสียงเบาด้วยดวงตาเป็นประกายซุกซน “ท่านแม่ทัพก็ช่างล้อข้าเล่นนัก” ลี่เซียนตอบพลางใช้พัดจีบปิดหน้าครึ่งหนึ่งเพื่อซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ใจจริงเธอต่างหากที่อยากเป็นฝ่ายบีบนวดเขาน่ะ อยากจะลองนวดลงไปที่กล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งนั่นสักครั้ง แต่ตำแหน่งจวิ้นจูมันค้ำคอเนี่ยนะสิ..ทำให้เธอต้องรักษากิริยาเอาไว้ก่อน “หากท่านอยากช่วยข้าจริงๆ มิสู้มาช่วยข้าจำแนกรายชื่อแขกเหล่านี้จะดีกว่า ข้าอยากรู้นักว่าบุรุษผู้ใดในเมืองหลวงที่ท่านแม่ทัพคิดว่า..โดดเด่นที่สุด” การสนทนาที่ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยการหยั่งเชิงและเสน่ห์ที่โปรยปรายใส่กันนั้น ดำเนินไปท่ามกลางสายตาของเหล่าทหารและนางกำนัลที่กำลังยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เพราะจวิ้นจูที่กำลังนั่งอยู่เคียงข้างท่านแม่ทัพหนิงนั้นช่างเหมาะสมราวกับคู่สวรรค์สร้าง “เรื่องนั้นกระหม่อมไม่แน่ใจ แต่หากจวิ้นจูเอ่ยถามว่าในเมืองหลวงแห่งนี้สตรีผู้ใดที่โดดเด่นที่สุด คำถามนั้นกระหม่อมย่อมตอบได้ในทันทีเลย..” เขากล่าวพลางจ้องมองใบหน้างามของเธออย่างไม่วางตา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD