“แน่นะคะ ถ้าผิดคำสาบานล่ะ”
“ขอให้...ขอให้เทียนลงโทษอย่างสาสม พอใจหรือยังครับ”
จีรวัฒน์เอ่ยทีเล่นทีจริง แต่เทียนหยดถือว่าสิ่งที่เขาเอ่ยออกมาคือคำสาบานที่เขาได้ลั่นวาจาออกมาแล้ว และหญิงสาวขอให้มันเป็นไปตามนั้น และเธอ...จะขอเริ่มบทลงโทษเขาตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป!
“พอใจแล้วค่ะ จีน่ารักที่สุด” พูดจบก็ยิ้มกว้างแล้วโผเข้าหาร่างเขาจนอีกฝ่ายหงายหลังบนโซฟา เลยกลายเป็นว่าตอนนี้เธอทาบทับเขาไว้ และมันทำให้จีรวัฒน์พอใจ
“เทียนน่ารักจังที่เป็นแบบนี้”
“แบบไหนคะ” ถามพลางใช้นิ้วแหวกสาบเสื้อคลุมอาบน้ำของเขาให้แบะอ้าออก แล้วใช้มือบางลูบไล้แผงอกเปล่าเปลือยเล่นอย่างยั่วเย้า
“ก็แบบนี้ไง แบบ...ยั่ว...”
“เทียนเปล่ายั่ว ก็จีน่ารัก เทียนแค่แกล้งหรอกน่า”
“จียอมให้เทียนแกล้งทั้งคืน” ไม่ว่าเปล่าๆ แต่ใช้มือข้างขวาลูบบั้นท้ายงามงอนไปมา ไม่ลืมขยำมันเบาๆ บั้นท้ายหล่อนช่างนุ่มหยุ่นขยำเท่าไหร่ก็มิมีเหลวอ่อน
“แต่เทียนไม่ว่าง...” ลากเสียงยาวๆ แล้วก้มลงจุมพิตที่ข้างแก้มเขาเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นปุบปับ คว้าเอากระเป๋าถือมาสะพายไหล่
“อะไร จะไปแล้วเหรอ อยู่ต่อก่อนสิ วันนี้ยังไม่ได้ไปเดินห้างเลยนะ มีหนังเข้าใหม่ด้วย” เขาแนะ ด้วยอยากใช้เวลาอยู่กับเทียนหยดนานๆ วันนี้หล่อนยอมให้เขาทั้งกอดทั้งจูบ ทั้งลูบคลำ ถ้าหล่อนอยู่ต่อเขาต้องทำให้หล่อนยอมขึ้นเตียงได้แน่ๆ
“วันนี้ไม่ได้ค่ะ เทียนนัดนิดาไว้ จะวิดีโอคอลคุยเรื่องงานน่ะ เทียนไปก่อนนะคะ ถ้าพรุ่งนี้เลิกงานเร็วเดี๋ยวเทียนมาหา ไปละ”
“เดี๋ยวสิเทียน เดี๋ยว!”
ปัง!
ประตูห้องถูกปิดอย่างรวดเร็วด้วยมือของเทียนหยด จีรวัฒน์ร้องเรียกเธอจริง แต่เขามิได้ตามมา และเพียงแค่ก้าวออกจากหน้าห้องเขา น้ำตาหยดน้อยก็ร่วงริน พรั่งพรู ราวกับเม็ดฝนในฤดูฝนพรำ
___________
น้ำตาบนใบหน้าถูกปาดทิ้งก่อนจะลงจากรถ ตอนนี้เทียนหยดกลับมาถึงบ้านโสภณวิชญ์แล้ว ก่อนหน้านี้เธอไปนั่งร้องไห้ที่สวนสาธารณะมา รอจนมืดค่ำจึงได้ขับรถกลับมาที่นี่ บ้านทั้งหลังดูเงียบเชียบ คงพากันเข้านอนกันหมด เธอไม่ได้เดินเข้าทางหน้าบ้าน แต่เดินอ้อมไปด้านหลังครัว เพื่อเข้าห้องตัวเอง ห้องร้อนๆ ยิ่งทำให้อารมณ์เธอไม่ปกติ เธอร้องไห้จนหน้าร้อนไปหมด ตาคงบวมและเธอดันหิวชะมัด
“บ้าบอ ทำไมมาหิวตอนนี้วะ!” บ่นตัวเองแล้วย้ายร่างออกจากห้อง เดินไปที่ห้องครัว ในนี้สะอาดเรียบร้อยจนเธอไม่กล้าหยิบจับอะไรให้มันรกขึ้นมาอีก พอเปิดหม้อหุงข้าวเห็นข้าวสวยเหลืออยู่ก็คดใส่จาน จัดการเปิดแก๊ส เอากระทะตั้งไฟแล้วหยิบไข่มาตอกใส่ถ้วยฟองหนึ่ง
พอเริ่มตีไข่ใส่เครื่องปรุง น้ำตาก็พานไหล จีรวัฒน์เคยบอกว่าเธอทำกับข้าวอร่อย เจียวไข่ยังอร่อยที่สุดในโลก ทว่าตั้งแต่วันนี้ไป คงไม่มีอีกแล้ว รอยยิ้มปลื้มปริ่มของเขายามได้กินฝีมือเธอ เสียงหัวเราะของเขายามนั่งกินข้าวด้วยกัน ภาพเหล่านั้นค่อยๆ เลือนหาย ทดแทนด้วยภาพร่างเปลือยของเขากับคู่ขา ทั้งเสียงกระเส่าเสียงครางที่แม้แต่กล้องวงจรปิดยังบันทึกมันไว้ได้อย่างชัดเจน
ซู่...
ไข่ไก่สีนวลแตกฟูบนน้ำมันในกระทะ เธอจับมันพลิกไปมา น้ำตาก็ยังไหล อดทนทำไปจนเสร็จ ปิดแก๊สแล้วตักมันมาวางบนจาน น้ำตามากกว่าหนึ่งหยด หยดลงไปในจานข้าว ริมฝีปากเธอสั่น จุกในลำคอจนแม้แต่เสียงสะอื้นยังเปล่งออกมามิได้
“อะแฮ่ม...เอ่อ...มันจะกินได้เหรอ แบบนั้น” ผู้มาเยือนยามใกล้ดึกเอ่ยทักการกระทำของเทียนหยด สมัตถ์แวะมาหาเครื่องดื่มอุ่นๆ ดื่มก่อนนอนที่บาร์ด้านใน พอได้ยินเสียงกุกกักในห้องครัวไทยที่อยู่ติดกันเลยเดินมาดู และแม่ครัวจำเป็นก็ยืนอยู่หน้าเตา หล่อนเจียวไข่ แต่เติมเครื่องปรุงเป็นหยดน้ำตา
“ฉันอยากได้ความเป็น...ส่วนตัว” บอกเขาแล้วพยายามปาดน้ำตา สมัตถ์จึงได้เห็นว่าดวงตาหล่อนบวมแดงเพียงไร
“เธอไหวไหม”
ยิ่งได้ยินคำถามเหมือนห่วงใยเทียนหยดยิ่งน้ำตาพรั่งพรู เธอส่ายหน้า เธอไม่ไหวแล้ว จีรวัฒน์ทำร้ายจิตใจเธอมากเกินไป มากเกินไป!
สมัตถ์เดินเข้ามาใกล้ ตีหน้ายุ่งไม่รู้จะทำอย่างไรดี
“ฉันไม่มีผ้าเช็ดหน้าให้ยืมหรอกนะ ผืนเก่าเธอยังไม่ได้คืนเลย”
คำพูดนั้นทำให้เทียนหยดเผลอหัวเราะทั้งที่มีน้ำตา ค้อนเขาทั้งที่ตัวเองกำลังร้องไห้แท้ๆ
“ฉัน...เหมือนคนอกหัก แต่ดันหิว”
“ดีแล้วนี่ มันไม่หนักหนาสักหน่อย อย่างน้อยเธอก็ยังหิว ที่แน่ๆ เธอไม่มีวันตายเพราะอกหักหรอก” ไม่ได้เอ่ยด้วยอยากส่งกำลังใจ แต่เอ่ยเพราะความเป็นจริงที่ได้สัมผัส และนั่นทำให้เทียนหยดยิ้มออกมาอีกครั้ง
“หันหลังหน่อย” เธอร้องขอ เขาทำหน้างง “เถอะน่า ขอร้อง...”
สมัตถ์ทำตามแต่โดยดี และเพียงแค่เขาหันหลังให้ หน้าผากของหล่อนก็วางแหมะกับแผ่นหลังเขา ไม่มีส่วนอื่นใดของหล่อนที่ถูกเนื้อตัวเขาอีก แต่เขารู้ได้จากแรงสั่นที่ส่งมาว่าหล่อนกำลังปลดปล่อยหยดน้ำตาอย่างรุนแรง เสียงสะอื้นแผ่วเบากำลังทำบางอย่างกับใจเขา มันสงสารบอกไม่ถูก ทั้งเห็นอกเห็นใจ ทั้งอยากทำมากกว่าให้หล่อนยืมแผ่นหลัง อยากกอดปลอบ อยากเช็ดน้ำตาให้ แต่ก็นั่นล่ะ เขาทำได้แค่ยืนนิ่งๆ เท่านั้นเอง
สองคนต่างสถานะต่างตกอยู่ในความเงียบ ภายในห้องครัวอันเงียบเชียบ มีเพียงเสียงตู้เย็นครางเบาๆ สลับกับเสียงสะอื้นของเทียนหยด การอกหักเป็นเช่นไรสมัตถ์ไม่รู้หรอกนะ เพราะราตรีคือรักแรกของเขา เขาไม่เคยต้องพบเจอกับความทุกข์เรื่องความรัก และภาวนาว่าอย่าให้ต้องเจอ เทียนหยดยังร้องไห้ไปเรื่อยๆ เสียงสูดน้ำมูกดังแว่วมา ก่อนที่ใบหน้าน้อยจะถูกับแผ่นหลังเขาเพื่อลบเอาคราบน้ำตาออกไป ในความรู้สึกเขา หล่อนเก่ง หล่อนสมบูรณ์แบบเรื่องงาน แต่สำหรับเรื่องความรัก เทียนหยดก็เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ต้องการความรักจากคนที่รักเท่านั้นเอง
เงาวูบวาบบังเกิดที่ทางเข้าห้องครัว สมัตถ์แลเห็น ก่อนที่ร่างในชุดนอนของนางผกากรองจะปรากฏขึ้น นางดูตื่นตระหนก เตรียมอ้าปากถามไถ่แต่เขารีบโบกมือห้ามไว้ ทำสัญญาณให้รู้ว่าบุตรสาวของนางกำลังอยู่ในสถานการณ์ไม่ปกติ
ผกากรองมีสีหน้าไม่สบายใจ อยากเข้าไปหาลูก แต่ติดว่าสมัตถ์ห้ามไว้ ให้เทียนหยดร้องไห้เสียให้พอ นางค่อยเข้าไปเจรจาจะดีกว่า เพราะหากถามอะไรไปในตอนนี้ ก็คงพูดกันไม่รู้เรื่อง และสุดท้ายนางก็ถอยออกไปจากกรอบประตูห้องครัว อย่างช้าๆ และเงียบงัน