ก๊อก ก๊อก
“ขออนุญาตนะคะคุณภาคิน”
“ครับ พี่สุมีอะไรหรือเปล่าครับ”
“พอดีฝ่ายการตลาดโทรมาแจ้งว่า วันนี้คุณแพรไหมลานะคะ”
“ครับ”
ซึ่งแน่นอนจากข่าวที่ออกมาไม่ใช่แค่แม่ของภาคิน ไม่พอใจ ยังมีคุณหญิงพิมพ์และลูกสาวอย่างแพรไหมที่ไม่พอใจกับเรื่องข่าวนี้ด้วย ทำให้คุณหญิงพิมพ์รีบต่อสายหาคุณหญิงดวงดาวทันที
“ฮัลโลคะคุณพี่ เห็นข่าวหรือยังคะ”
“พี่เห็นแล้ว”
“สรุปยังไงกันแน่คะ น้องแพรไหมเห็นข่าวกินไม่ได้ นอนไม่หลับเลย”
“พี่คุยกับตาคินแล้ว ตอนนี้ที่ต้องบอกว่าคบกันเพราะกลัวว่าผู้ถือหุ้นจะไม่เชื่อถือตนเลยต้องสร้างข่าวว่าคบกัน แต่ คุณน้องกับหนูแพรไหมไม่ต้องหวงหรอกจ้ะ ป้ารับปากอีก ไม่นานทั้งสองต้องเลิกกันแน่ หลังจากภาคินขึ้นเป็นผู้บริหารอย่างเต็มตัว ป้าจะรีบจัดงานหมั้นให้ตาคินกับหนูแพรไหมแน่นอน”
“ขอบคุณคุณป้ามาก ๆ นะคะ ที่เมตตาแพร”
แพรไหมที่วันนี้ไม่มีกะจิตกะใจไปทำงานเนื่องจากข่าวช่วงบ่ายของเมื่อวานที่เขาประกาศคบกับนางแบบนั้น พอเช้าวันนี้ยังมีข่าวว่าเขากับมันไปดินเนอร์ด้วยกันสองต่อสอง แต่ถ้าคุณป้ารับปากขนาดนี้แล้วเรื่องอะไรที่เธอจะต้องถอย
“นี่ครับ”
“อะไร ไม่ได้สั่ง”
“แซนด์วิชครับ มีคนฝากมาให้ครับอร่อยมากผมรับประกัน”
“ใคร”
“คุณเบลล์ฝากคุณมะเหมียวเอามาให้เมื่อกี้เลยครับ”
“อืม ออกไปได้แล้ว มีอะไรก็ไปทำ”
“ครับ”
หลังจากที่ไล่ไอ้ซันออกไป เขาก็รีบต่อสายหาเจ้าของแซนด์วิชรูปหัวใจทันที
“ฮัลโลค่ะ”
“ทำไม ไม่เอามาให้ด้วยตัวเอง”
“เบลล์ไปได้ด้วยหรอคะ”
“แล้วทำไมจะมาไม่ได้”
“งั้นเอาไว้วันหลังนะคะ วันนี้เบลล์รีบเลยฝากพี่มะเหมียวไปแทน”
“แล้วตอนนี้อยู่ไหน”
“เบลล์มีถ่ายงานให้คุณพราวฟ้าที่บริษัท L-E-O ค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะเบลล์ต้องถ่ายงานแล้ว”
บริษัท L-E-O ของไอ้ลีโอเพื่อนเขาสินะ คุณพราวฟ้าที่เธอพูดถึงก็คงเป็นคู่หมั้นของมัน ซึ่งมันไม่ได้ใกล้จากบริษัทของเขาเลยขับรถแค่ห้านาทีก็ถึงหรือถ้าจะเดินไปก็ยังได้
“คุณภาคินครับ เที่ยงนี้รับอะไรดีครับ”
“ไม่ต้องสั่ง วันนี้ช่วงเที่ยงจะไปเยี่ยมบริษัทไอ้ลิโอสักหน่อย”
ซันที่ได้ยินปลายสายตอบกลับมาเช่นนั้นก็รู้ทันทีว่าเจ้านายไม่ได้จะไปหาเพื่อน บริษัทอยู่ใกล้ ๆ กันไม่เคยจะไปหา พอรู้ว่าสาวถ่ายแบบอยู่ที่นั่นก็คิดถึงเพื่อนขึ้นมาทันที
“สวัสดีค่ะ คุณภาคินมาหาคุณลีโอหรอคะ”
“ครับ”
“งั้นเชิญด้านในเลยค่ะ”
ลีโอที่กำลังนั่งเซ็นเอกสารเมื่อเห็นภาคินเดินตามเลขาเข้ามาภายในห้องทำงานส่วนตัวจึงกระตุกยิ้มมุมปากให้ไอ้เพื่อนตัวดีที่ร้อยวันพันปีไม่เคยจะมาหา
“มาหากู”
“เปล่า”
“กูก็ว่างั้น แล้วทำไม ไม่ไปหาเธอที่ห้องถ่ายงาน”
“ไม่อยากรบกวนเวลาทำงานเธอ”
ภาคินก้มมองนาฬิกาหรูที่ข้อมือตัวเอง ตอนนี้มันยังไม่เที่ยงเลยด้วยซ้ำ เขาออกมาก่อนเวลาพัก ใจเขาก็อยากไปหาเธอแล้วแหละแต่ขอแวะมาหาเพื่อนหน่อยเดี๋ยวมันจะว่าข้ามหน้าข้ามตามัน
ลีโอและภาคินนั่งคุยกันอยู่สักพักใหญ่ก็พากันเดินไปที่ห้องถ่ายแบบสินค้าของคู่หมั้นไอ้ลีโอที่ตอนนี้กำลังมีนางแบบสาวสวยอย่างเบลล์กำลังถ่ายแบบเป็นพีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์เครื่องสำอางของพราวฟ้า
“สวัสดีค่ะ”
พราวฟ้าหันมาสวัสดีภาคิน ซึ่งเธอก็เคยเห็นเขาครั้งเดียว คือวันที่เขาไปงานหมั้นของเธอกับลีโอ แต่ก็พอเห็นข่าวของคุณภาคินกับคุณเบลล์อยู่บ้าง เธอยังแอบชมทั้งคู่เลยว่าเหมาะสมกันมาก ๆ คุณภาคินดูหล่อดูอบอุ่น ไม่เหมือนคู่หมั้นจำเป็นของเธอที่ชอบทำหน้าดุอยู่ตลอดเวลา
“ว้าวตายแล้ว สวัสดีค่ะคุณภาคิน มาให้กำลังใจน้องเบลล์หรอคะ”
“ครับ”
เบลล์หันไปมองตามเสียงของพี่เกล้าช่างแต่งหน้าที่เอ่ยชื่อใครบางคนที่เธอเองก็กำลังคิดถึงอยู่เช่นกัน เมื่อเห็นว่าเป็นเขาจริง ๆ เธอจึงฉีกยิ้มกว้าง เมื่อทางทีมงานแกะอุปกรณ์ที่ติดอยู่บนตัวเสร็จ เธอก็รีบเดินไปหาเขาทันที่
“สวัสดีค่ะ”
เธอยกมือไหว้ลีโอที่เธอเองก็พอจะทราบว่าคือเจ้าของบริษัทที่นี่แล้วก็เป็นคู่หมั้นของคุณพราวฟ้าเจ้าของแบรนด์ที่จ้างเธอมาถ่ายงาน
“ครับ”
“มึงจะกลับหรือยัง”
“ไล่”
“เปล่ากูจะได้ชวนไปแดกข้าว ถ้าไม่ติดอะไรก็พา คุณเบลล์ไปทานข้าวเที่ยงด้วยกัน เดี๋ยวกูกับฟ้าลงไปรอที่ห้องอาหาร”
“อืม”
“เบลล์ขอไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ”
เมื่อเธอบอกเขาเสร็จก็เดินเข้าไปเปลี่ยนชุดที่ห้องแต่งตัวที่ทางทีมงานได้จัดไว้ให้ โดยมีพี่มะเหมียวค่อยช่วยเก็บของ
“เบลล์ พี่ลืมมือถือไว้ที่ห้องถ่ายงานแน่เลย พี่ไปดูก่อนนะ”
“ค่ะ”
เบลล์ก้มหน้าเก็บของรอ ไม่ได้สนใจคนที่เข้ามาใหม่แทนพี่มะเหมียว ภาคคินที่ยืนรออยู่หน้าห้องแต่งตัวเธอเมื่อเห็นว่าผู้จัดการของเธอออกมา เขาจึงอาสาเข้ามาช่วยเธอเปลี่ยนชุดเอง
อุ้ย
ภาคินเดินเข้ามาสวมกอดเธอจากทางด้านหลัง ทำให้ตัวเธอเองก็ตกใจ แต่มองผ่านกระจกใบใหญ่ด้านหน้าก็เป็นเขา เขาสูดดมลำคอขาวของเธออยู่อย่างนั้น จนตัวเธอเองจั๊กจี้ต้องหดคอหนี
“พอแล้วค่ะ เดี๋ยวพี่มะเหมียวกลับมาเห็น”
“ไม่เห็นหรอก เธอไปทานข้าวแล้ว”
“ทานข้าว”
“ใช่ ผมบอกให้เธอลงไปทานข้าวรอแล้ว เดี๋ยวผมช่วยคุณเปลี่ยนชุดเอง”
ภาคินซุกใบหน้าลงลำคอของเธออีกครั้ง เธอเองก็เอียงขอให้เขาได้สัมผัสเธอมากขึ้นมือก็กอดรัดเอวเธอแน่
“อื้อ…”