ตอนที่ 8

1423 Words
ส่วนภาคินที่กำลังนั่งทานข้าวเที่ยงอยู่กับแพรไหมที่ห้างใกล้ ๆ กับริษัท ก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นมือถือเช็คข่าวของตัวเอง แน่นอนคอมเม้นส่วนมากจะว่าให้เธอเสียหายซ่ะมากกว่า แพรไหมที่เห็นภาคินมัวแต่สนใจมือถือ เธอเองก็ได้แต่นั่งทานข้าวเงียบๆ เพราะเมื่อเช้าก่อนออกจากบ้าน เธอก็เห็นข่าวของเขาเหมือนกันโชคดีที่คุณแม่รีบต่อสายหาป้าดาว เธอเลย ไม่มีเรื่องที่จะต้องกังวลเพราะป้าดาวก็คอนเฟิร์มเองว่าจะจัดการข่าวให้เงียบเร็วที่สุด “อิ่มแล้วหรอคะ” “ครับ” “งั้นเช็คบิลเลยนะคะ” ภาคินพยักหน้าเป็นคำตอบให้กับเธอ พร้อมกับยกมือเรียกพนักงานให้มาเช็คบิล เมื่อพนักงานมาถึงโต๊ะเขาก็หยิบเงินจำนวนหนึ่งยื่นให้กับพนักงานเขาเองก็รีบกลับไปที่บริษัทเหมือนกัน ปกติช่วงพักเที่ยงเขาไม่ชอบออกมาทานข้าวด้านนอก เนื่องจากอากาศร้อน คนเยอะเพราะเป็นช่วงพักเที่ยงของพนักงานหลาย ๆ บริษัทละแวกนี้ด้วย ส่วนมากจะให้ไอ้ซันสั่งขึ้นไปให้ทานบนห้อง “ช่วงบ่ายคินว่างหรือเปล่าแพรว่าจะเข้าไปถามรายละเอียดเกี่ยวกับงาน” “ช่วงบ่ายนักข่าวหลายสำนักจะเข้ามาสัมภาษณ์เกี่ยวกับข่าวเมื่อเช้า” “งั้นไม่เป็นไรค่ะ เอาไว้วันหลังก็ได้” “ถ้าแพรรีบใช้ข้อมูล ถามกับพี่สุก่อนก็ได้นะ” หลังจากกลับมาจากทานข้าวก็เห็นรถนักข่าวจากหลายสำนักกำลังทยอยขับเขามาในพื้นที่บริษัท ตัวเขาเองก็อยากให้สัมภาษณ์ เรื่องมันจะได้จบไม่ใช่เอาไปเขียนข่าวมั่วจนเธอเกินความเสียหายที่จริงเธอก็คือผู้เสียหายเหมือนกัน “คุณภาคินครับ อีกครึ่งชั่วโมงพร้อมหรือเปล่าครับ” “อืม” “ซัน มึงคิดว่าเธอเป็นคนปล่อยข่าวหรือเปล่า” “คุณภาคินหมายถึง คุณเบลล์หรือเปล่าครับ” “อืม” “สำหรับผมคิดว่าคงไม่ใช่ เพราะตั้งแต่เธอเข้าวงการมาไม่เคยมีข่าวไม่ดีนะครับ อีกอย่างคืนนั้นเธอก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะไปกับคุณภาคินตั้งแต่แรกใช่หรือเปล่าครับ” “อืม” “ฮัลโล พี่จี้ พี่ปล่อยข่าวอีเบลล์กับคุณภาคินทำไม” “เอ้า ก็น้องมะปรางบอกพี่เองไม่ใช่หรอคะให้พี่สะกดรอยตามไปถ่ายรูปคุณภาคินหิ้วสาวขึ้นคอนโดแล้วเอามาเขียนข่าวเช้าได้เลย” “โอ๊ยย” “พี่ก็ทำตามน้องมะปรางบอกทุกอย่าง พี่ขอบคุณมากนะคะที่ทำให้พี่มีข่าวใหม่มาเขียน แถมตอนนี้ข่าวนี้ก็เป็นที่น่าสนใจมากด้วย ตอนบ่ายนี้คุณภาคินมีให้สัมภาษณ์ด้วยนะคะ” เพล้ง.... เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูถูกโยนใส่พื้นอย่างแรงด้วยความโมโห เธออุตส่าห์เสียเงินเสียแรงจ้างนักข่าวเพื่อทำข่าวตัวเองกับเขาแต่มันกลับได้เป็นคนในข่าวซะงั้น นักข่าวก็หน้าโง่ไม่มีอะไรได้ดังใจสักอย่าง เธอรีบเดินไปเปิดทีวีรอฟังสัมภาษณ์ของภาคินที่กำลังจะเริ่มขึ้น “กรี๊ด ๆ ๆ ๆ” “พี่มะเหมียวกรี๊ดใส่หูเบลล์อีกแล้วนะ” “เบลล์ทำอะไรอยู่เปิดทีวีอยู่หรือเปล่า ถ้ายังไม่เปิดรีบไปเปิดเดี๋ยวนี้เลย คุณภาคินกำลังให้สัมภาษณ์” มะเหมียวที่เห็นภาคินให้สัมภาษณ์ก็รีบโทรมาหาเบลล์ทันที ส่วนเบลล์ก็รีบเดินไปเปิดทีวีตามที่มะเหมียวบอกเธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะให้สัมภาษณ์ว่ายังไง “คุณภาคินค่ะ ไม่ทราบว่าเรื่องข่าวเมื่อเช้าจริงหรือเปล่าคะ” “จริงครับ” “เป็นรูปถ่ายของคุณภาคินกับนางแบบสาวน้องเบลล์ จริง ๆ ใช่หรือเปล่าครับ” “ครับ” “คุณภาคิน มีความคิดเห็นยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้นค่่ะ” “มันเป็นเรื่องปกติของคนที่คบกันนะครับ” “คบ หมายความว่าคุณภาคินกำลังจะบอกว่ากำลังศึกษาดูใจอยู่กับน้องเบลล์ใช่หรือเปล่าครับ” “ครับ” กรี๊ด ๆ ๆ ๆ ๆ “ไม่จริง คินไม่มีทางคบกับมัน อีเบลล์มันต้องขู่อะไรคินไว้แน่ ๆ” มะปรางกรี๊ดร้องลั่นห้องเธอไม่มีทางยอมหรอก ยังไงคินก็ต้องกลับมาเป็นของเธออย่าคิดว่าคนอย่างมันจะเอาคนของเธอไปได้ง่าย ๆ ไม่มีวัน “กรี๊ดๆ ๆ ๆ สรุปยังไงเบลล์” “เบลล์ไม่รู้เหมือนกันทำไมเขาถึงให้สัมภาษณ์แบบนั้น” “เบลล์แค่นี้ก่อนนะ มีสายเข้าน่าจะเป็นนักข่าวโทรมาขอสัมภาษณ์เบลล์แน่เลย” เธอไม่รู้จริง ๆ ว่าทำไมเขาถึงให้สัมภาษณ์แบบนั้น วันนั้นยังเอาเงินฟาดหัวเธออยู่เลย แต่มันทำให้หัวใจดวงน้อยของเธอนั้นพองโตจนเต้นผิดจังหวะไปหมดแล้ว หลังจากเขาให้สัมภาษณ์เสร็จก็ขึ้นมาทำงานปกติ แต่ที่ไม่ปกติคงจะเป็นไอ้ซันที่มันยืนยิ้มอยู่ตลอดเวลา “เป็นบ้า อะไรของมึง” “เปล่าครับ แค่คิดไม่ถึงว่าคุณภาคินจะให้สัมภาษณ์แบบนั้น” “ติดต่อขอพบเธอด้วย” “จะรีบจัดการให้ครับผม” ภาคินหลับตาลงเอนตัวพิงกับเก้าอี้ ไม่ใช่แค่เรื่องเธอ ที่เขาต้องจัดการ กลับไปถึงบ้านเขาก็ต้องตอบคำถามคุณแม่อีก แต่การที่เขาให้สัมภาษณ์ไปแบบนั้นมันก็ดีแล้ว ดีสำหรับตัวเขาและเธอมันคือทางออกเดียวที่ดีที่สุดในตอนนี้ “สวัสดีครับ คุณมะเหมียวผู้จัดการส่วนตัวคุณเบลล์หรือเปล่าครับ” “ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ” “เอ่อคือว่าผมเป็นตัวแทนของคุณภาคินครับ” “คุณภาคิน” “ครับ คุณภาคินอยากพบคุณเบลล์เป็นการส่วนตัว สะดวกหรือเปล่าครับ” “มะเหมียวต้องขอถามน้องเบลล์ก่อนนะคะ” “ได้ครับ” ซันเมื่อได้รับคำสั่งจากเจ้านายก็รีบติดต่อผู้จัดการส่วนตัวของคุณเบลล์ทันที ดูแล้วคุณเบลล์คงมีอิทธิพลกับเจ้านายของเขาไม่ใช่น้อย แพรไหมเมื่อเธอเห็นสัมภาษณ์ของภาคินก็รีบโทรฟ้องคุณแม่ทันที เธอเองไม่มีกะจิตกะใจที่จะทำงานเลยวันนี้ ถึงแม้ภาคินจะประกาศคบกับมันแต่ก็อย่าหวังว่าจะได้คบกันได้นานหรือราบรื่นเพราะเธอนี่แหละจะทำให้ทั้งสองแยกกัน อะไรที่เธออยากได้มันก็ต้องเป็นของเธอ “สวัสดีค่ะ ติดต่อกลับจากผู้จัดการส่วนตัวน้องเบลล์นะคะ” “ครับ ผมซันรับสายอยู่ครับ” “น้องเบลล์สะดวกค่ะ ไม่ทราบทางคุณภาคินสะดวกวันเวลาไหนคะ” “สักครู่นะครับ” ซันรีบวิ่งเข้าไปในห้องทำงานของเจ้านายจนลืมเคาะประตูเพราะเขาก็กลัวคุณมะเหมียวรอสายนาน อีกอย่างพอได้รับคำสั่งเขาก็รีบติดต่อไปจนลืมถามรายละเอียดเกี่ยวกับการนัดพบของเจ้านายกับคุณเบลล์ “ขอโทษครับ เอ่อ คือว่าผู้จัดการของคุณเบลล์อยากทราบวันเวลาพบเจอครับ” “คืนนี้ สี่ทุ่ม” “ครับ” “คุณมะเหมียวครับ คืนนี้สี่ทุ่มนะครับเดี๋ยวผมส่งพิกัดร้านให้ครับ” “จองร้าน แล้วสั่งดอกไม้เอาไว้ให้เธอด้วย” “ครับ” หลังจากเคลียร์งานเสร็จภาคินก็ได้เดินทางกลับไปที่บ้านเพื่อไปคุยกับคุณแม่ ก่อนที่จะออกไปพบเธอในช่วงดึก ทันทีที่ก้าวขาเข้ามาในบ้านก็พบกับคุณแม่ที่นั่งรอเขาอยู่เช่นกัน “ตาคิน อธิบายให้แม่ฟังเดี๋ยวนี้ ทำไมถึงให้ข่าวแบบนั้น” “แม่ครับ ผมกำลังจะขึ้นเป็นผู้บริหาร ผมไม่อยากให้มีข่าวเสียหายอาจจะทำให้ผู้ถือหุ้นหมดความน่าเชื่อถือได้นะครับ” “พ่อเห็นด้วยกับคินนะ ช่วงนี้เป็นช่วงที่คินต้องพิสูจน์ตัวเองหลายๆ อย่าง อีกหกเดือนข้างหน้าคินก็ต้องขึ้นมาเป็นผู้บริหารอย่างเต็มตัว ไม่ควรมีข่าวที่ไม่ดี” “ครับ” “แต่แม่ว่ามันมีตั้งหลายวิธีนะคิน แม่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ แม่ขอค้าน” “คุณหญิงจะให้ตาคินบอกนักข่าวว่าแค่คู่นอนงั้นสิ หรือว่าบอกว่ารูปตัดต่อทั้ง ๆ ที่ภาพชัดขนาดนั้น ผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้หญิงคนถอนหุ้นกันอย่างไม่ต้องคิดกันเลยที่เดียว” “คุณ” “ผมขอตัวก่อนนะครับ วันนี้ผมคงไม่ได้ลงมาทานข้าวเย็นนะครับ พ่อกับแม่ไม่ต้องรอ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD