ส่วนภาคินที่กำลังนั่งทานข้าวเที่ยงอยู่กับแพรไหมที่ห้างใกล้ ๆ กับริษัท ก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นมือถือเช็คข่าวของตัวเอง แน่นอนคอมเม้นส่วนมากจะว่าให้เธอเสียหายซ่ะมากกว่า
แพรไหมที่เห็นภาคินมัวแต่สนใจมือถือ เธอเองก็ได้แต่นั่งทานข้าวเงียบๆ เพราะเมื่อเช้าก่อนออกจากบ้าน เธอก็เห็นข่าวของเขาเหมือนกันโชคดีที่คุณแม่รีบต่อสายหาป้าดาว เธอเลย ไม่มีเรื่องที่จะต้องกังวลเพราะป้าดาวก็คอนเฟิร์มเองว่าจะจัดการข่าวให้เงียบเร็วที่สุด
“อิ่มแล้วหรอคะ”
“ครับ”
“งั้นเช็คบิลเลยนะคะ”
ภาคินพยักหน้าเป็นคำตอบให้กับเธอ พร้อมกับยกมือเรียกพนักงานให้มาเช็คบิล เมื่อพนักงานมาถึงโต๊ะเขาก็หยิบเงินจำนวนหนึ่งยื่นให้กับพนักงานเขาเองก็รีบกลับไปที่บริษัทเหมือนกัน
ปกติช่วงพักเที่ยงเขาไม่ชอบออกมาทานข้าวด้านนอก เนื่องจากอากาศร้อน คนเยอะเพราะเป็นช่วงพักเที่ยงของพนักงานหลาย ๆ บริษัทละแวกนี้ด้วย ส่วนมากจะให้ไอ้ซันสั่งขึ้นไปให้ทานบนห้อง
“ช่วงบ่ายคินว่างหรือเปล่าแพรว่าจะเข้าไปถามรายละเอียดเกี่ยวกับงาน”
“ช่วงบ่ายนักข่าวหลายสำนักจะเข้ามาสัมภาษณ์เกี่ยวกับข่าวเมื่อเช้า”
“งั้นไม่เป็นไรค่ะ เอาไว้วันหลังก็ได้”
“ถ้าแพรรีบใช้ข้อมูล ถามกับพี่สุก่อนก็ได้นะ”
หลังจากกลับมาจากทานข้าวก็เห็นรถนักข่าวจากหลายสำนักกำลังทยอยขับเขามาในพื้นที่บริษัท ตัวเขาเองก็อยากให้สัมภาษณ์ เรื่องมันจะได้จบไม่ใช่เอาไปเขียนข่าวมั่วจนเธอเกินความเสียหายที่จริงเธอก็คือผู้เสียหายเหมือนกัน
“คุณภาคินครับ อีกครึ่งชั่วโมงพร้อมหรือเปล่าครับ”
“อืม”
“ซัน มึงคิดว่าเธอเป็นคนปล่อยข่าวหรือเปล่า”
“คุณภาคินหมายถึง คุณเบลล์หรือเปล่าครับ”
“อืม”
“สำหรับผมคิดว่าคงไม่ใช่ เพราะตั้งแต่เธอเข้าวงการมาไม่เคยมีข่าวไม่ดีนะครับ อีกอย่างคืนนั้นเธอก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะไปกับคุณภาคินตั้งแต่แรกใช่หรือเปล่าครับ”
“อืม”
“ฮัลโล พี่จี้ พี่ปล่อยข่าวอีเบลล์กับคุณภาคินทำไม”
“เอ้า ก็น้องมะปรางบอกพี่เองไม่ใช่หรอคะให้พี่สะกดรอยตามไปถ่ายรูปคุณภาคินหิ้วสาวขึ้นคอนโดแล้วเอามาเขียนข่าวเช้าได้เลย”
“โอ๊ยย”
“พี่ก็ทำตามน้องมะปรางบอกทุกอย่าง พี่ขอบคุณมากนะคะที่ทำให้พี่มีข่าวใหม่มาเขียน แถมตอนนี้ข่าวนี้ก็เป็นที่น่าสนใจมากด้วย ตอนบ่ายนี้คุณภาคินมีให้สัมภาษณ์ด้วยนะคะ”
เพล้ง....
เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูถูกโยนใส่พื้นอย่างแรงด้วยความโมโห เธออุตส่าห์เสียเงินเสียแรงจ้างนักข่าวเพื่อทำข่าวตัวเองกับเขาแต่มันกลับได้เป็นคนในข่าวซะงั้น นักข่าวก็หน้าโง่ไม่มีอะไรได้ดังใจสักอย่าง เธอรีบเดินไปเปิดทีวีรอฟังสัมภาษณ์ของภาคินที่กำลังจะเริ่มขึ้น
“กรี๊ด ๆ ๆ ๆ”
“พี่มะเหมียวกรี๊ดใส่หูเบลล์อีกแล้วนะ”
“เบลล์ทำอะไรอยู่เปิดทีวีอยู่หรือเปล่า ถ้ายังไม่เปิดรีบไปเปิดเดี๋ยวนี้เลย คุณภาคินกำลังให้สัมภาษณ์”
มะเหมียวที่เห็นภาคินให้สัมภาษณ์ก็รีบโทรมาหาเบลล์ทันที ส่วนเบลล์ก็รีบเดินไปเปิดทีวีตามที่มะเหมียวบอกเธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะให้สัมภาษณ์ว่ายังไง
“คุณภาคินค่ะ ไม่ทราบว่าเรื่องข่าวเมื่อเช้าจริงหรือเปล่าคะ”
“จริงครับ”
“เป็นรูปถ่ายของคุณภาคินกับนางแบบสาวน้องเบลล์ จริง ๆ ใช่หรือเปล่าครับ”
“ครับ”
“คุณภาคิน มีความคิดเห็นยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้นค่่ะ”
“มันเป็นเรื่องปกติของคนที่คบกันนะครับ”
“คบ หมายความว่าคุณภาคินกำลังจะบอกว่ากำลังศึกษาดูใจอยู่กับน้องเบลล์ใช่หรือเปล่าครับ”
“ครับ”
กรี๊ด ๆ ๆ ๆ ๆ
“ไม่จริง คินไม่มีทางคบกับมัน อีเบลล์มันต้องขู่อะไรคินไว้แน่ ๆ”
มะปรางกรี๊ดร้องลั่นห้องเธอไม่มีทางยอมหรอก ยังไงคินก็ต้องกลับมาเป็นของเธออย่าคิดว่าคนอย่างมันจะเอาคนของเธอไปได้ง่าย ๆ ไม่มีวัน
“กรี๊ดๆ ๆ ๆ สรุปยังไงเบลล์”
“เบลล์ไม่รู้เหมือนกันทำไมเขาถึงให้สัมภาษณ์แบบนั้น”
“เบลล์แค่นี้ก่อนนะ มีสายเข้าน่าจะเป็นนักข่าวโทรมาขอสัมภาษณ์เบลล์แน่เลย”
เธอไม่รู้จริง ๆ ว่าทำไมเขาถึงให้สัมภาษณ์แบบนั้น วันนั้นยังเอาเงินฟาดหัวเธออยู่เลย แต่มันทำให้หัวใจดวงน้อยของเธอนั้นพองโตจนเต้นผิดจังหวะไปหมดแล้ว
หลังจากเขาให้สัมภาษณ์เสร็จก็ขึ้นมาทำงานปกติ แต่ที่ไม่ปกติคงจะเป็นไอ้ซันที่มันยืนยิ้มอยู่ตลอดเวลา
“เป็นบ้า อะไรของมึง”
“เปล่าครับ แค่คิดไม่ถึงว่าคุณภาคินจะให้สัมภาษณ์แบบนั้น”
“ติดต่อขอพบเธอด้วย”
“จะรีบจัดการให้ครับผม”
ภาคินหลับตาลงเอนตัวพิงกับเก้าอี้ ไม่ใช่แค่เรื่องเธอ ที่เขาต้องจัดการ กลับไปถึงบ้านเขาก็ต้องตอบคำถามคุณแม่อีก แต่การที่เขาให้สัมภาษณ์ไปแบบนั้นมันก็ดีแล้ว ดีสำหรับตัวเขาและเธอมันคือทางออกเดียวที่ดีที่สุดในตอนนี้
“สวัสดีครับ คุณมะเหมียวผู้จัดการส่วนตัวคุณเบลล์หรือเปล่าครับ”
“ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“เอ่อคือว่าผมเป็นตัวแทนของคุณภาคินครับ”
“คุณภาคิน”
“ครับ คุณภาคินอยากพบคุณเบลล์เป็นการส่วนตัว สะดวกหรือเปล่าครับ”
“มะเหมียวต้องขอถามน้องเบลล์ก่อนนะคะ”
“ได้ครับ”
ซันเมื่อได้รับคำสั่งจากเจ้านายก็รีบติดต่อผู้จัดการส่วนตัวของคุณเบลล์ทันที ดูแล้วคุณเบลล์คงมีอิทธิพลกับเจ้านายของเขาไม่ใช่น้อย
แพรไหมเมื่อเธอเห็นสัมภาษณ์ของภาคินก็รีบโทรฟ้องคุณแม่ทันที เธอเองไม่มีกะจิตกะใจที่จะทำงานเลยวันนี้ ถึงแม้ภาคินจะประกาศคบกับมันแต่ก็อย่าหวังว่าจะได้คบกันได้นานหรือราบรื่นเพราะเธอนี่แหละจะทำให้ทั้งสองแยกกัน อะไรที่เธออยากได้มันก็ต้องเป็นของเธอ
“สวัสดีค่ะ ติดต่อกลับจากผู้จัดการส่วนตัวน้องเบลล์นะคะ”
“ครับ ผมซันรับสายอยู่ครับ”
“น้องเบลล์สะดวกค่ะ ไม่ทราบทางคุณภาคินสะดวกวันเวลาไหนคะ”
“สักครู่นะครับ”
ซันรีบวิ่งเข้าไปในห้องทำงานของเจ้านายจนลืมเคาะประตูเพราะเขาก็กลัวคุณมะเหมียวรอสายนาน อีกอย่างพอได้รับคำสั่งเขาก็รีบติดต่อไปจนลืมถามรายละเอียดเกี่ยวกับการนัดพบของเจ้านายกับคุณเบลล์
“ขอโทษครับ เอ่อ คือว่าผู้จัดการของคุณเบลล์อยากทราบวันเวลาพบเจอครับ”
“คืนนี้ สี่ทุ่ม”
“ครับ”
“คุณมะเหมียวครับ คืนนี้สี่ทุ่มนะครับเดี๋ยวผมส่งพิกัดร้านให้ครับ”
“จองร้าน แล้วสั่งดอกไม้เอาไว้ให้เธอด้วย”
“ครับ”
หลังจากเคลียร์งานเสร็จภาคินก็ได้เดินทางกลับไปที่บ้านเพื่อไปคุยกับคุณแม่ ก่อนที่จะออกไปพบเธอในช่วงดึก ทันทีที่ก้าวขาเข้ามาในบ้านก็พบกับคุณแม่ที่นั่งรอเขาอยู่เช่นกัน
“ตาคิน อธิบายให้แม่ฟังเดี๋ยวนี้ ทำไมถึงให้ข่าวแบบนั้น”
“แม่ครับ ผมกำลังจะขึ้นเป็นผู้บริหาร ผมไม่อยากให้มีข่าวเสียหายอาจจะทำให้ผู้ถือหุ้นหมดความน่าเชื่อถือได้นะครับ”
“พ่อเห็นด้วยกับคินนะ ช่วงนี้เป็นช่วงที่คินต้องพิสูจน์ตัวเองหลายๆ อย่าง อีกหกเดือนข้างหน้าคินก็ต้องขึ้นมาเป็นผู้บริหารอย่างเต็มตัว ไม่ควรมีข่าวที่ไม่ดี”
“ครับ”
“แต่แม่ว่ามันมีตั้งหลายวิธีนะคิน แม่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ แม่ขอค้าน”
“คุณหญิงจะให้ตาคินบอกนักข่าวว่าแค่คู่นอนงั้นสิ หรือว่าบอกว่ารูปตัดต่อทั้ง ๆ ที่ภาพชัดขนาดนั้น ผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้หญิงคนถอนหุ้นกันอย่างไม่ต้องคิดกันเลยที่เดียว”
“คุณ”
“ผมขอตัวก่อนนะครับ วันนี้ผมคงไม่ได้ลงมาทานข้าวเย็นนะครับ พ่อกับแม่ไม่ต้องรอ”