วันนี้เขารู้สึกว่าเหนื่อยมากกว่าทุกวันที่ทำงานหนัก ซะอีก เขาตั้งใจแล้วว่าจะให้เรื่องของเขาและเธอจบทุกอย่าง ในวันนี้ ไม่ให้มีผลกระทบกับใครไม่ว่าจะเธอและเขา
“ทางนี่ครับ”
ซันที่เห็นคุณเบลล์และผู้จัดการส่วนตัวกำลังเดินเข้ามาในร้าน ซันที่ยืนรอรับอยู่ชั้นฃ่างจึงรีบเอ่ยเรียกให้เดินตามขึ้นไปที่ชั้นดาดฟ้าที่เจ้านายของเขากำลังนั่งรออยู่ตอนนี้
วันนี้เธอสวมชุดเดรสกระโปรงสั้นสีชมพูอ่อนตกแต่งไปด้วยการปักดอกกุหลาบรอบ ๆ ชุด พร้อมกับรวบผมตึงเป็นหางม้าติดโบว์สีชมพูเผยให้เห็นลำคอขาวเนียน อย่างชัดเจน บวกกับรองเท้าส้นสูงสีขาวส้นเข็มสี่นิ้วทำให้เธอดูมีเสน่ห์เป็นสาวหวาน น่ามองมากยิ่งขึ้น
“มาแล้วครับ”
ภาคินที่ยืนชมวิวอยู่ ก็หันมามองคนมาใหม่ที่กำลังเดินตามไอ้ซันเข้ามา ที่จริงเขายืนอยู่ตรงจุดชมวิวก็เห็นเธอตั้งแต่ลงจากรถแล้วผิวขาวสะท้อนแสงมาแต่ไกล ภาคินมองใบหน้าหวานที่ตกแต่งมาเล็กน้อยเข้ากับชุดที่เธอใส่ ส่วนเบลล์ก็ยืนมองใบหน้าหล่อที่ไม่ได้เจอกันตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็สามวันแล้ว แต่หัวใจของเธอยังคงเต้นแรงทุกครั้งที่ได้เห็นเขา
“คุณมะเหมียวครับ ผมว่าเราไปหาอะไรทานรอข้างล่างกันดีกว่าครับ”
“ค่ะ เบลล์พี่รอข้างล่างนะ มีอะไรโทรมา”
“ค่ะ”
หลังจากไอ้ซันและผู้จัดการของเธอลงไปชั้นล่าง เขาก็เดินไปหยิบช่อดอกกุหลาบสีแดงช่อใหญ่เดินมาให้กับเธอที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม
“ขอบคุณค่ะ”
ทั้งสองนั่งมองหน้ากันอยู่นานต่างคนต่างไม่พูดอะไร จนเป็นเธอเองที่ต้องละสายตาจากเขา หันไปมองวิวด้านล่าง ภาคินก็ได้แต่มองใบหน้าหวานที่มองกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ ทั้งสองอยู่ในความเงียบจนพนักงานเดินมาเสิร์ฟอาหาร
“คุณอยากสั่งอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่า”
“ไม่แล้วค่ะ”
จะให้เธอสั่งอะไรเขาสั่งมาเต็มโต๊ะขนาดนี้ ดูแล้วแต่ละจานก็คงแพงน่าดูมีแต่อาหารหรูทั้งนั้น ทั้งสองคนกลับมาสู่ความเงียบเหมือนเดิมมีเพียงเสียงเพลงที่ร้านเปิดเบา ๆ เท่านั้น
“คุณ / คุณ”
“คุณพูดก่อนเลยค่ะ”
“ไม่เป็นไร คุณพูดก่อน”
“ทำไมคุณถึงให้สัมภาษณ์แบบนั้น”
นี่เป็นคำถามที่อยู่ในใจเธอมาตั้งแต่ช่วงบ่าย ทำไมเขาถึงบอกว่าเรากำลังคบกัน ทั้ง ๆ ที่ความจริง เราแค่มีความสัมพันธ์ทางกายกันแค่นั้น
“ผมว่ามันดีทั้งสองฝ่าย คุณเองก็จะได้ไม่ต้องโดนกล่าวหาว่าตั้งใจปล่อยข่าวตัวเองเพื่อหวังจับผม ส่วนผมกำลังจะขึ้นเป็นผู้บริหารก็ไม่อยากสร้างความไม่น่าเชื่อถือ”
เธอพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาเป็นนักธุรกิจแน่นอนเขาวางแผนไว้หมดทุกอย่างแล้ว ถามว่าที่เขาให้สัมภาษณ์แบบนั้น มันมีผลดีกับเธอไหม แน่นอนดีมากเกินคาดเพราะตั้งแต่ที่เขาให้สัมภาษณ์ก็มีคนติดต่องานมามากขึ้นเช่นกัน
“ผมมองว่าการที่เราคบกัน จะไปหากันมันก็เป็นเรื่องปกติ นักข่าวก็จะได้เลิกจับตามอง”
“ค่ะ”
“แล้วสถานะของเราสองคนตอนนี้ก็คือกำลังคบกัน”
“คบแบบธุรกิจหรือเปล่าคะ”
“คุณจะคิดอย่างนั้นก็ได้นะเบลล์”
เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินไปฝั่งที่เขานั่ง ก่อนจะนั่งลงที่ตักของเขาพร้อมกับใช้แขนสองข้างคล้องคอเขาเอาไว้หลวม ๆ ภาคินเองขยับให้เธอนั่งบนตักอย่างถนัดพร้อมกับใช้แขนแกร่งสองข้างกอดเอวของเธอเอาไว้
“แต่สำหรับเบลล์ ถ้าคิดจะคบใครเบลล์จริงจังซะด้วยสิ เบลล์ไม่เล่นนะ”
จุ๊บ
เธอก้มลงหอมแก้มเขาเป็นการมัดจำ เพราะตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปเขาจะต้องเป็นของเธอคนเดียว ในเมื่อเขาเปิดโอกาสให้เธอแล้วทำไมเธอจะไม่ลองเสี่ยงดูละ เธอสามารถใกล้ชิดเขาได้มากกว่าผู้หญิงคนอื่นด้วยซ้ำ เธอจะทุ่มทั้งกายและใจให้เขาตกหลุมรักเธอเหมือนตอนนี้ที่เธอก็คงตกหลุมรักเขาไปแล้ว
ภาคินยกยิ้มให้กับคนบนตัก เขาเองก็ไม่ได้ติดอะไร เพราะตอนนี้เขาก็ไม่ได้มีใคร ถ้าเธอจะเข้ามาในชีวิตมันก็ดี สำหรับเขาสถานะของเธอก็ไม่ได้แตกต่างจากมะปราง แต่เธอโชคดีกว่ามะปรางตรงที่เขาเปิดตัวเธอ
“อื้อ…”
ภาคินมองริมฝีปากเล็กที่น่าจูบ จนอดใจไม่ไหวจึงรัดท้ายทอยของเธอเข้ามาบดจูบอย่างหิวโหยที่ผ่านมาเขาโคตรคิดถึงร่างกายของเธอเลย
ริมฝีปากของทั้งสองผละออกจากกันแต่หน้าผากทั้งคู่ยังชนกันอยู่ ภาคินที่รับรู้ถึงไอร้อนจากคนที่นั่งตักถึงมันจะไม่ได้ร้อนมากแต่เขาก็รู้สึกได้
“ไม่สบายหรือเปล่า”
เธอพยักหน้า เธอพึ่งจะดีขึ้นเดินได้คล่องก็วันนี้นี่เอง ก็เพราะเขานั่นแหละที่ทำให้เธอนอนซบไข้ถึงสองวัน
“เพราะคืนนั้นหรือเปล่า”
เมื่อนึกถึงคืนนั้นแก้มขาวเนียนก็ขี้นสีอย่างชัดเจน จนเขาเองก็สังเกตได้ เธอหันหน้าหนีเขาเปลี่ยนมาซบหน้าลงที่ไหล่เขาแทน เธอก็เขินอายเป็นนะ ไหนจะคำถามที่เขาถาม สายตาที่เขามองเธออีก ภาคินเมื่อเห็นว่าเธอเขินก็ได้แต่อมยิ้ม กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น
“อยากถ่ายรูปไหม”
“ถ่ายได้หรอคะ”
“ทำไมจะไม่ได้”
ภาคินจูงมือเธอมายืนที่จุดชมวิวที่มันสวยมาก ๆ มองเพลินจนเธอไม่ละสายตาไปไหน แสงไฟ แม่น้ำ ที่อยู่ด้านล่างสวยจริง จุดชมวิวตรงนี้สามารถมองเห็นได้ทั่วกรุงเทพเลยแหละ ตัวเขาเองก็ชอบมองมันรู้สึกสบายตาทำให้ผ่อนคลาย