ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยเสียงเรียกของพยาบาลหน้าห้อง "อาจารย์หมอธีร์คะ มีเคส Consult ด่วนจากอีอาร์ค่ะ"
ศานติญาสะดุ้งสุดตัว รีบดึงคอเสื้อเข้าหากันและติดกระดุมด้วยมือที่สั่นเทา ธีร์ปรายตามองเธอด้วยความขบขัน ก่อนจะหันไปตะโกนตอบพยาบาล
"เดี๋ยวผมออกไป!"
เขาหันกลับมามองหน้าเธออีกครั้ง แววตาความดุดันถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาแบบเจ้านายสั่งงาน "คืนนี้คุณอยู่เวรดึกใช่ไหม?"
"ค่ะ..."
"เที่ยงคืนตรง ลงไปรอฉันที่รถ ที่ลานจอดชั้น B2" ธีร์หยิบเสื้อกาวน์ขึ้นมาสวม "ถ้าสายแม้แต่นาทีเดียว... ฉันจะหักคะแนนประเมินคุณหนึ่งคะแนน และจำไว้ หมอศานติญา... ต่อจากนี้ไป ร่างกายของคุณ เวลาของคุณ เป็นของฉัน"
เขาเดินไปปลดล็อกประตูและก้าวออกไป ทิ้งให้ศานติญายืนตัวสั่นอยู่ในห้องเพียงลำพัง กับดักถูกกางออกเรียบร้อยแล้ว และเธอก็กระโจนลงไปในนั้นอย่างไม่มีทางหลีกหนี
นาฬิกาดิจิทัลบนหน้าปัดรถยนต์ยุโรปคันหรูบอกเวลา 23:58 น.
ธีรภัทรนั่งเอนหลังพิงเบาะหนังสีดำสนิท ปลายนิ้วเคาะพวงมาลัยเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าภายในใจกลับร้อนรุ่มไปด้วยความหงุดหงิดที่อธิบายไม่ได้ เขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวที่พับแขนขึ้นลวกๆ ปลดกระดุมออกสามเม็ดเพื่อระบายความร้อนจากเครื่องปรับอากาศที่ดูเหมือนจะไม่เย็นพอสำหรับอารมณ์ของเขาในตอนนี้
เขาไม่เคยต้องรอใคร ไม่เคยต้องใช้อำนาจเพื่อรั้งผู้หญิงคนไหนให้อยู่บนเตียงด้วย แต่กับศานติญา... ยัยเด็กอวดดีที่กล้าทิ้งเขาไว้ในห้องพักโรงแรมพร้อมกับรอยข่วนแสบๆ ที่หลังคอ ทำลายอีโก้และความภาคภูมิใจของเขาจนป่นปี้
ตั้งแต่เกิดมา ธีรภัทรไม่เคยรู้สึกสูญเสียการควบคุมแบบนี้มาก่อน รสสัมผัสของเธอ เสียงครางหวานหูที่เรียกชื่อเขา และความดุดันที่ตอบโต้เขาทุกจังหวะการร่วมรัก มันฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำจนเขาสลัดไม่ออก สองวันที่ผ่านมาเขาแทบจะเป็นบ้าเมื่อไม่ได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ
เมื่อเห็นเธอเดินเข้ามาในห้องประชุมเมื่อเช้า ความโกรธที่คิดว่าจะประทุกลับกลายเป็นความปรารถนาที่รุนแรงกว่าเดิม เขาอยากกระชากเสื้อกาวน์สีขาวบริสุทธิ์นั่นออก อยากเห็นรอยช้ำที่เขาทำไว้ และอยากลงโทษเธอให้สาสมกับที่กล้าลองดี
สายตาคมกริบมองผ่านกระจกติดฟิล์มดำมืดออกไปยังลานจอดรถชั้น B2 ที่เงียบสงัดและไร้ผู้คน แสงไฟนีออนสลัวๆ ส่องให้เห็นร่างเล็กในชุดสครับสีเขียวเข้มกำลังเดินแกมวิ่งตรงมาที่รถของเขา ใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นดูอิดโรยจากการเข้าเวร แต่ดวงตาคู่สวยกลับยังคงความดื้อรั้นไม่เปลี่ยน
เที่ยงคืนตรงเป๊ะ.
ธีรภัทรกดปลดล็อกรถ ศานติญาเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารและแทรกตัวเข้ามานั่ง เธอปิดประตูเสียงดังกว่าปกติเล็กน้อย กลิ่นสบู่ฆ่าเชื้อของโรงพยาบาลผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ โชยมาเตะจมูกเขา แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกปั่นป่วนอย่างประหลาด
"มาตรงเวลาดีนี่" เขาเอ่ยเสียงเรียบ ไม่แม้แต่จะหันไปมองเธอ
"อาจารย์สั่งไว้ ดิฉันก็ต้องทำตามค่ะ" ศานติญาตอบเสียงแข็ง กอดอกแน่นราวกับกำลังสร้างเกราะป้องกันตัวเอง "อาจารย์มีงานอะไรจะให้ดิฉันทำตอนเที่ยงคืนเหรอคะ? จัดแฟ้ม? สรุปเคส? หรือให้ไปชงกาแฟ?"
ธีรภัทรแค่นหัวเราะ หมุนตัวหันไปมองคนอวดดี "คิดว่าฉันเรียกเธอมาที่นี่เพื่อเรื่องพรรค์นั้นงั้นเหรอ?"
"แล้วอาจารย์เรียกดิฉันมาทำไมล่ะคะ?"
"ข้ามไปเบาะหลัง" เขาออกคำสั่งสั้นๆ เด็ดขาด
ศานติญาเบิกตากว้าง หันขวับมามองเขาด้วยความตกใจ "อะไรนะคะ?"
"ฉันบอกให้ข้ามไปเบาะหลัง ศานติญา อย่าให้ต้องพูดซ้ำ" ธีรภัทรกดเสียงต่ำ แววตาเริ่มแข็งกร้าว
"ไม่ค่ะ!" เธอปฏิเสธทันควัน ขยับมือไปจับที่เปิดประตู "ถ้าไม่มีเรื่องงาน ดิฉันขอตัว..."
"ลองเปิดประตูรถออกไปสิ" ธีรภัทรพูดแทรกขึ้นมาลอยๆ "พรุ่งนี้ใบประเมินของเธอจะมีคำว่า 'ปฏิเสธคำสั่งโดยไม่มีเหตุผลอันควร' แปะหราอยู่ และรับรองว่าสตาฟฟ์ทุกคนจะเชื่อฉัน มากกว่าอินเทิร์นที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้วันเดียวอย่างเธอ"
"คุณมันบ้าอำนาจ!" ศานติญาตวาด น้ำตาแห่งความโกรธและคับแค้นใจเอ่อคลอ "คุณคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงมาทำแบบนี้กับฉัน!"
"ฉันคือคนที่กุมอนาคตเธอไว้ไง" ธีรภัทรปลดเข็มขัดนิรภัย ขยับตัวเข้าไปใกล้จนศานติญาต้องเอนตัวหนีติดประตู "และฉันคือคนที่เธอครางเรียกชื่อทั้งคืนเมื่อวันศุกร์... ลืมไปแล้วหรือไง?"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้ศานติญาหน้าแดงจัด ทั้งโกรธและอายผสมกันไปหมด
"ข้าม-ไป-เบาะ-หลัง" เขาย้ำทีละคำ ชัดเจนและคุกคาม
ศานติญากัดริมฝีปากจนห้อเลือด ดวงตาสั่นระริกด้วยความพ่ายแพ้ เธอรู้ดีว่าไม่มีทางหนีพ้นเงื้อมมือผู้ชายคนนี้ได้ในตอนนี้ เธอจำใจต้องปีนข้ามคอนโซลกลางรถไปยังเบาะหลังที่กว้างขวางของรถยุโรปคันใหญ่
ทันทีที่เธอทิ้งตัวลงนั่ง ธีรภัทรก็ปีนตามข้ามมาติดๆ เขาไม่ได้ให้เวลาเธอได้ตั้งตัว ร่างสูงใหญ่โถมเข้าทาบทับ กักขังเธอไว้ระหว่างเบาะหนังนุ่มกับแผงอกกว้างของเขา
"จะทำอะไร... อ๊ะ!"
คำประท้วงถูกกลืนหายไปเมื่อธีรภัทรก้มลงบดจูบอย่างดุดัน รุนแรง และเต็มไปด้วยการลงโทษ ริมฝีปากหนาบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างตะกละตะกลาม สอดเรียวลิ้นเข้าไปกวาดชิมความหวานที่เขาโหยหามาตลอดสองวัน ศานติญาพยายามดิ้นรน ยกมือขึ้นดันแผงอกเขาไว้ แต่เรี่ยวแรงของคนที่เพิ่งผ่านการเข้าเวรมาทั้งวันมีหรือจะสู้ผู้ชายตัวโตอย่างเขาได้
ธีรภัทรรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอมากดไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียว จูบซับเรี่ยวแรงของเธอจนร่างเล็กร่วงโรยอ่อนระทวยอยู่ใต้ร่างเขา ลมหายใจของเธอขาดห้วง เสียงครางประท้วงในลำคอเริ่มเปลี่ยนเป็นเสียงครางแห่งความพึงพอใจโดยที่เธอไม่รู้ตัว
เขาถอนริมฝีปากออกช้าๆ มองใบหน้าแดงซ่านและดวงตาที่ฉ่ำปรือของคนใต้ร่างด้วยความพอใจ "เก่งนักไม่ใช่เหรอตอนอยู่ในวอร์ด ทำไมตอนนี้ตัวสั่นล่ะหืม?"
"ปล่อย... อาจารย์" ศานติญาหอบหายใจ พยายามเรียกสติตัวเองกลับมา "นี่มันในโรงพยาบาลนะคะ รปภ. อาจจะเดินมาเห็น..."
"ฟิล์มรถฉันมืดพอที่ไม่มีใครหน้าไหนมองเห็นหรอก" ธีรภัทรกระซิบชิดใบหู กัดเม้มเบาๆ จนเธอสะดุ้ง "แล้วก็เลิกเรียกฉันว่าอาจารย์ตอนที่เราอยู่บนเตียง... หรือเบาะหลังรถสักที"
เขาปล่อยข้อมือเธอ เลื่อนมือลงมาสอดเข้าใต้เสื้อสครับสีเขียว สัมผัสความเนียนนุ่มของผิวหน้าท้องที่ปราศจากเสื้อชั้นใน ศานติญาสะดุ้งเฮือก พยายามจะปัดมือเขาออก แต่สัมผัสที่ร้อนระอุนั้นกลับปลุกปั่นความปรารถนาส่วนลึกที่เธอพยายามกดทับไว้ให้ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
"เรียกพี่ธีร์... เหมือนคืนนั้น" เขาสั่งเสียงพร่า เลื่อนมือสูงขึ้นไปกอบกุมความอวบอิ่ม บีบเคล้นหนักสลับเบาจนศานติญาต้องแอ่นอกรับด้วยความเผลอไผล
"ไม่..." เธอส่ายหน้า ปฏิเสธทั้งๆ ที่ร่างกายกำลังทรยศ
ธีรภัทรไม่สนใจคำปฏิเสธ เขาเลื่อนริมฝีปากลงมาที่ซอกคอ ดูดดึงรอยช้ำเดิมที่ใกล้จะจางหายให้กลับมาแดงเถือกอีกครั้ง ก่อนจะฝากรอยใหม่ไว้เคียงคู่กัน เขาจงใจทิ้งรอยไว้ในจุดที่เสื้อสครับไม่สามารถปกปิดได้มิดชิดนัก เพื่อเป็นการประกาศความเป็นเจ้าของ
มือหนาเลื่อนต่ำลงไปปลดปมเชือกกางเกงสครับของเธอออกอย่างรวดเร็ว สอดนิ้วเข้าไปสัมผัสความเปียกชื้นที่พร้อมพรั่ง