แดนนี่นั่งหน้าขรึมไม่สบอารมณ์หลังมีสายตามากมายคอยจับจ้องเรือนร่างบอบบางที่นั่งเคียงข้างเขาตั้งแต่เดินเข้ามาในร้านอาหาร หญิงสาวพูดคุยและส่งยิ้มให้กลุ่มเพื่อนของเขาอย่างเป็นมิตร พรรณนิการ์ไม่คิดว่าตนทำผิดแต่อย่างไร ในเมื่อรอยยิ้มคือมารยาทขั้นต้นที่พึงมีต่อผู้พบเห็น
ทว่า… หนุ่มลูกครึ่งหน้าเข้มกลับคอยสะกิดและพูดจาขวางหูตลอดเวลา
“จะยิ้มอีกนานไหม ยิ้มยันลูกมันบวชเลยไหม”
เขากระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน มือที่กำช้อนเริ่มแน่นขึ้นตามแรงอารมณ์คุกรุ่น ความสวยของพรรณนิการ์เป็นที่ประจักษ์เขาทราบดี เพียงแต่ไม่คิดว่าขนาดเขาพยายามแสดงท่าทีว่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ บรรดาเพื่อนซี้ยังจ้องกันไม่เลิก แถมยังชวนคุยอย่างสนุกสนานออกรสออกชาติ ซึ่งแม่คุณก็ดูรื่นรมย์ ผิดกับนิสัยหวงเนื้อหวงตัวที่มักแสดงออกเวลาอยู่ใกล้เขา
หรือว่าหล่อนจะชอบใครในที่นี้?
“ก็คิดอยู่ค่ะ” หญิงสาวประชดยิ้มๆ แดนนี่ขบกรามแน่น ทิ้งช้อนกระแทกจานข้าวเสียงดัง
“อาหารห่วยแตก! ก่อนเลือกร้านไม่ดูคุณภาพเลยหรือไง” เขาพาลหาเรื่องกับเพื่อน พรรณนิการ์กระตุกยิ้มเบาๆ
“ก็อร่อยดีนะคะ โดยเฉพาะแตงโมโรยปลาแห้งป่น หวานอร่อยสดชื่นดีค่ะ” สาวเจ้าพูดแล้วหยิบแตงโมที่ถูกหั่นเป็นขนาดลูกเต๋าพอดีคำเข้าปากเคี้ยวกลืนอย่างสุภาพ
“นั่นสิ ฉันก็ว่าอร่อยดี รสชาติจัดจ้านถึงใจแบบไทยๆ คุณพรรณนิการ์ลองทานผัดไทกุ้งสดดูสิครับ ผมว่าคุณต้องชอบแน่ๆ”
พสุ… หนึ่งในเพื่อนชายเอาอกเอาใจร่างบางเป็นพิเศษ แดนนี่จ้องปลายนิ้วก้อยเพื่อนที่บังอาจตีเนียนแตะมือขาวนุ่มตาเขม็ง หากมีใครในที่นี้สังเกตเห็นคงไม่กล้าแสดงท่าทีเช่นนี้ต่อหญิงสาวเป็นแน่
“อร่อยมากค่ะ”
ความจริงเธอไม่ชอบทานผัดไทที่โรยถั่วป่น ชอบทานแบบไม่มีถั่วป่นมากกว่า แต่ที่แสร้งชมเพราะต้องการยั่วอารมณ์เจ้านายจอมเอาแต่ใจ
“งั้นคงเป็นที่ลิ้นของไอ้แดนคนเดียวแล้วล่ะ พวกฉันก็ว่าอร่อยดี”
กรรชัย… พูดแล้วก็ทำตาหยาดเยิ้มมองหญิงงาม พรรณนิการ์ชักเริ่มทำตัวไม่ถูกหลังถูกจ้องด้วยสายตาร้อนแรงจากบรรดาชายหนุ่ม ถ้าไม่ติดว่าอยากยั่วอารมณ์คนหน้าบูดอย่างแดนนี่ เธอคงเสียมารยาทลุกออกจากร้านไปตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรกแล้ว
“ฉันจะกลับ!” แดนนี่คว้าข้อมือเรียวรั้งคนตัวเล็กให้ลุกขึ้นยืนท่ามกลางสายตาฉงนของเพื่อนๆ
“ขอบใจมากที่ชวนมากินข้าว ไว้ว่างๆ เราค่อยนัดกันใหม่” แน่นอนว่านัดครั้งหน้าเขาไม่มีวันพาหล่อนมาอวดโฉมอีกเป็นครั้งที่สองแน่
“เดี๋ยวสิไอ้แดน เอ่อ… คุณพรรณนิการ์ครับ ผมขอไลน์คุณหน่อยได้ไหมครับ พอดีที่คุยกันเมื่อกี้เห็นคุณบอกว่าชอบปลูกต้นไม้ ญาติผมมีร้านขายต้นไม้อยู่ทางภาคเหนือ เผื่อเราสองคนจะมีโอกาสไปเยี่ยมชมด้วยกัน”
สินธร… หนุ่มหน้าตี๋ที่ดูมีความมั่นใจมากกว่าใครลุกเดินไปดักหน้าหญิงสาว สวยปานนางฟ้ามีหรือจะปล่อยให้หลุดมือ และแดนนี่ก็ประกาศกร้าวว่าหล่อนเป็นแค่เด็กอุปการะของพ่อกับแม่ แสดงว่าไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน ดังนั้นเขามีสิทธิ์จีบร่างบางได้อย่างเต็มที่
“คะ เอ่อ… ได้ค่ะ”
ไหนๆ จะเอาคืนคนนิสัยเสียอย่างเขาทั้งทีมันต้องไปให้สุด พรรณนิการ์หยิบมือถือเปิดไอดีไลน์ของเธอให้สินธร อีกสองหนุ่มที่เหลือหูตาแพรวพราว ไอดีไลน์ของหญิงสาวกำลังมีมูลค่าเป็นที่ต้องการมหาศาล
“กลับ!” เจ้านายหน้าดุกระตุกข้อมือลากร่างบางออกจากร้าน เขาเผลอกำแน่นส่งผลให้พรรณนิการ์ร้องออกมาเพราะความเจ็บ
“ปล่อยนะคุณแดนนี่!” หล่อนรีบสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม รอยแดงห้านิ้วปรากฏชัดเจน ดวงตาสาวจอมพยศตวัดมองผู้กระทำ
“ทำไม? ไม่พอใจที่ฉันจะพากลับ อยากอยู่อ่อยเหยื่อต่อว่างั้น”
เขาต่อว่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย พรรณนิการ์เลือดขึ้นหน้า โกรธจนพลั้งมือตบหน้าเขาฉาดใหญ่
“นี่เธอกล้าตบฉันเหรอพรรณนิการ์!”
หันแววตาเสือร้ายมองคนที่กล้าประทุษร้ายร่างกายของตนอย่างโอหัง ตั้งแต่เกิดมาแดนนี่ยังไม่เคยถูกผู้หญิงคนไหนตบหน้ามาก่อน
แล้วหล่อนเป็นใคร กล้าดีอย่างไรมาเหิมเกริมกับเจ้านายอย่างเขา
“ไม่กลัวตายใช่ไหมถึงได้ทำกับฉันแบบนี้!”
แดนนี่เค้นเสียงถามลอดไรฟัน เท้าแกร่งสืบเข้าหาร่างบางในท่าทีคุกคาม พรรณนิการ์เตรียมจะหนีไปทางขวาแต่ช้าไปกว่ามือหนาที่จับหัวไหล่มนกระแทกร่างกับรถคันหรู เขายกแขนกักบริเวณเอาไว้ทั้งสองข้าง รอยแดงข้างแก้มขึ้นริ้วรอยน่ากลัว พรรณนิการ์เริ่มรู้สึกผิดที่ทำรุนแรงต่อเขา
“คุณแดนนี่ฉันขอโทษ” น้ำเสียงสั่นพร่าเอ่ย แดนนี่ไม่แยแสคำขอโทษ เขามองข้ามแววตาตื่นตระหนกโน้มใบหน้าลงต่ำจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจกังวลของอีกฝ่าย แดนนี่ไม่ได้โกรธที่ถูกตบแต่เขาโกรธที่เห็นหล่อนยิ้มและพูดคุยกับผู้ชายอื่นมากกว่า
ทีเวลาอยู่ใกล้เขาทำราวกับรังเกียจเต็มประดา แต่พอเจอชายอื่นกลับระริกระรี้เสียงอ่อนเสียงหวาน ทำไม! เขากับไอ้พวกเพื่อนหน้าหม้อมันต่างกันตรงไหน ก็ผู้ชายเหมือนกันแล้วทำไมหล่อนต้องแบ่งแยกด้วย
ทำแบบนี้เท่ากับหยามศักดิ์ศรีกันชัดๆ!
“ถ้าพ่อกับแม่รู้ว่าเธอบังอาจตบหน้าลูกชายของท่านมันจะเป็นยังไงนะ” แกล้งข่มขวัญไปอย่างนั้นเอง แดนนี่ไม่คิดเอาเรื่องหยุมหยิมไปรบกวนจิตใจของท่านทั้งสอง การถูกผู้หญิงตบหน้าไม่ใช่เรื่องน่าป่าวประกาศ สู้เอาคืนตัวต่อตัวดีกว่า กวางพยศแบบหล่อนก็ต้องเจอกับเสือป่าอย่างเขา
“ฉันก็จะเรียนให้ท่านทราบว่าคุณพูดจาไม่ให้เกียรติฉันก่อน แถมยังจงใจพาฉันมาให้เพื่อนๆ ดูถูกอีกด้วย”
“พูดอะไร ใครดูถูกใคร” แดนนี่ไม่เข้าใจในคำพูดนั้น ดูเหมือนพรรณนิการ์จะเข้าใจจุดประสงค์ของเขาผิดเพี้ยนไปหมด
“คุณไง อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าคุณจงใจพาฉันมาเหยียบย่ำต่อหน้าเพื่อนรวยๆ ของคุณ ใช่สิ! ฉันมันก็แค่หลานคนใช้ผู้ต่ำต้อย คุณคงอยากให้ฉันอับอายต่อหน้าเพื่อนๆ ของคุณใช่ไหมล่ะ แต่เสียใจด้วยนะที่ทำไม่สำเร็จ เพราะนอกจากพวกเขาจะไม่รังเกียจฉันแล้ว แต่ละคนยังดูชอบฉันมากอีกด้วย เอ… แล้วแบบนี้ฉันจะเลือกควงใครดีน้า หล่อรวยทุกคนเลย โอ๊ย!”
แดนนี่ลากร่างบางขึ้นรถแล้วปิดประตูกระแทกเสียงดัง พรรณนิการ์นั่งนิ่งไม่กล้าหลุดคำพูดใดๆ ออกมาแม้แต่คำเดียว สายตาที่เขาจ้องเธอเมื่อครู่มันช่างน่ากลัวเหลือเกิน จำต้องยอมสงบปากสงบคำเอาไว้ก่อน ขืนปะทะต่อเนื่องอาจตกอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงได้
คนเดือดดาลกระชากยานพาหนะขับปาดซ้ายแซงขวาชวนลุ้นระทึกทุกวินาที มือเรียวกำสายนิรภัยแน่นหนา หลับตาสวดมนต์ในใจภาวนาขอให้ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ หางตาคมเหลือบมองร่างบางขยับปากขมุบขมิบไร้เสียงคล้ายท่องคาถาอะไรบางอย่าง เขากระตุกยิ้มเหี้ยมๆ ก่อนชะลอความเร็วลงเมื่อใกล้ถึงบ้าน มือหนาหักพวงมาลัยรถจอดเทียบริมฟุตบาทข้างทาง
“คุณจอดรถทำไม”