บทนำ
…
“แม่คะโรสรักแม่มากเลยนะคะ” เด็กหญิงวัยสิบเจ็ดปีที่นอนหนุนตักผู้เป็นแม่มันเป็นอะไรที่ดูแล้วมีความสุขที่สุดเลยก็ว่าได้
“โรสหนูรักแม่มากมั้ยลูก”
“ก็ต้องรักมากสิคะก็แม่เป็นแม่ของโรส”
“งั้นลูกสาวคนเก่งของแม่ไหนบอกแม่มาสิคะว่าโตมาหนูอยากเป็นอะไร”
“โรสอยากเป็นหมอเหมือนแม่ค่ะ” เด็กสาวบอกกับผู้เป็นแม่ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนทุกครั้ง
“แม่ต้องอยู่กับโรสแบบนี้ตลอดไปนะคะ”
“จ๊ะแม่จะอยู่กับโรสแบบนี้ตลอดไปลูกรักของแม่”
“คุณหนูคะ!! คุณหนู!!! ตื่นได้แล้วค่ะสายแล้วนะคะ”
“เห้อ...นี้ฉันฝันไปอีกแล้วหรอ”
“คุณหนูฝันว่าอะไรหรอคะป้าเห็นคุณหนูยิ้มมีความสุขเชียว” ป้ามะลิที่เป็นแม่บ้านและก็ยังเป็นคนที่ดูแลฉันมาตั้งแต่ที่คุณแม่จากฉันไปก็มีเพียงแค่ป้ามะลิเท่านั้นที่เป็นเหมือนแม่คนที่สองของฉัน
“โรสฝันว่าโรสนอนหนุนตักคุณแม่ค่ะ" แต่มันก็แค่ความฝันเพราะยังไงซะท่านก็ไม่กลับมาหาฉันอีกแล้วคำสัญญาพวกนั้นไม่มีจริง
“อย่าร้องไห้แบบนี้สิคะคุณหนูของป้า” ป้ามะลิเข้ามาเช็ดน้ำตาให้ฉันมันยิ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีที่ทำให้น้ำตาไหลมามากกว่าเดิมฉันโผล่เข้ากอดป้ามะลิทันที
“โรสคิดถึงแม่จังเลยค่ะ”
“ป้าก็คิดถึงคุณผู้หญิงเหมือนกันค่ะ...แต่ถ้าคุณผู้หญิงรู้ว่าลูกสาวคนสวยของท่านร้องไห้แบบนี้ท่างคงไม่สบายใจเป็นแน่”
“นั้นสิคะโรสต้องไม่ร้องไห้ โรสต้องไม่อ่อนแอให้ใครเห็น” ฉันรีบเช็ดน้ำตาออกทันที
“งั้นคุณหนูของป้าก็รีบไปอาบน้ำล้างหน้าเลยค่ะไม่งั้นเดี๋ยวมีคนเห็นคาบน้ำลายนะ”
“โห! ป้ามะลิโรสไม่ใช่เด็กแล้วนะคะที่จะนอนน้ำลายไหล” ดูที่ป้าแกพูดสิฉันเสียหายหมด
“ค่ะๆ รีบไปอาบน้ำเถอะเดี๋ยวคุณท่านจะรอนาน” คุณท่านที่ป้ามะลิหมายถึงคือพ่อฉันเองแหละ
“แล้วยัยกาฝากสองคนนั้นมาร่วมโต๊ะด้วยมั้ยคะ” ยัยกาฝากในความหมายฉันก็คือภรรยาใหม่คุณพ่อกับยัยลูกติดคนนั้นไม่ต้องถามนะว่าฉันรังเกียจมันสองคนแม่ลูกขนาดไหน
“คุณหนูทำไมพูดจาแบบนั้นคะไม่น่ารักเอาซะเลย”
“ก็ไม่ได้ให้รักนี้คะ”
แล้วฉันก็เดินเข้าห้องน้ำไปขี้เกียจจะเถียงกับป้ามะลิ อ่อ จริงสิฉันลืมแนะนำตัวไปเลย ฉันชื่อโรเซ็ทต้า ลีโอน่า หรือจะเรียกฉันว่าโรส ก็ได้โรสที่แปลว่าดอกกุหลาบพอพูดถึงนามสกุลของฉันใครๆ ก็ต่างอิจฉาที่ฉันเกิดมาบนกองเงินกองทองไม่ต้องมาลำบากใครต่างก็คิดว่าชีวิตของฉันแสนจะมีความสุขแต่ใครมันไปรู้ได้ล่ะว่าชีวิตที่มีความสุขอยู่กันพ่อแม่ลูกมันจะจบลงเพราะนิสัยผู้ชายของพ่อฉันที่ทำให้แม่ของฉันต้องหัวใจวาย
หลังจากที่แม่ฉันจากฉันไปได้ไม่นานพ่อก็เอายัยผู้หญิงคนนั้นเข้ามาอยู่ในบ้านพร้อมกับลูกของเธอที่อายุเท่าฉันหลังจากวันนั้นฉันก็ไม่ใช่โรสผู้แสนอ่อนโยนหรือเป็นที่รักของใครอีกเพราะฉันมีแต่ความเกลียดและความแรงเท่านั้นให้กัพวกเขาคนภายนอกที่ไม่รู้จักฉันดีพอก็คงคิดว่าฉันเป็นเด็กใจแตกเรียนไม่จบแต่ใครมันจะไปรู้ความจริงว่าฉันเรียนแพทย์ด้านหัวใจเพราะคุณแม่ของฉันท่านเป็นหมอแต่ท่านเป็นหมอทั่วไปแต่ที่ฉันเลือกเรียนหมอหัวใจก็เพื่อที่จะมารักษาแม่ของฉันแต่มันก็ไม่ทันเพราะแม่ของฉันท่านไม่อยู่รอฉันอีกแล้ว ฉันจึงลาออกจากการเรียนแล้วหันมาสนใจธุรกิจของครอบครัวที่มันกำลังจะถูกยัยกาฝากนั้นแยกเอาไป
“มาแล้วหรอโรสแม่กับพ่อรอตั้งนาน” ทันทีที่ฉันเดินลงบันไดมายัยแม่เลี้ยงก็ปั้นหน้ายิ้มใส่ฉันทันที
“ใครลูกเธอฉันไม่มีแม่แบบเธอแน่นอน อ่อ แล้วก็อย่ามาเรีกฉันว่าโรสเรามันคนละชั้นกันกรุณาเรียกฉันว่าคุณโรส” ปากของยัยแม่เลี้ยง ยังยิ้มอยู่ทั้งๆ ที่โดนฉันตอกหน้าให้ขนาดนั้น แต่ดวงตานี้สิลุกอย่างกับไฟซะใจฉันจริงๆ ที่เห็นยัยนี้ต้องทนข่มอารมณ์ของตัวเองไว้
“นี้!!! มันจะมากเกินไปแล้วนะแม่ฉันอุส่าพูดดีด้วย”
“โถ! อุส่าเลยหรอ ถ้ามันลำบากใจขนาดนั้นไม่ต้องมาพูดดีกับฉันก็ได้แล้วไอ้ที่ว่ามากเกินไปฉันว่าไม่นะมันยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ” ยัย ลูกติดนี้ก็อีกคนทำเป็นปกป้องแม่ตัวเองจะหาเรื่องฉันก็ว่ามา
“นี้เธอ!!!” ยัยลูกติดนั้นชี้หน้าฉันกล้ามากนะที่ชี้หน้าฉัน
เพี๊ยะ!!!
“โอ๊ย!!!” ฉันฟาดมือแม่นั้นจนมือสั้นไปเลยถือซะว่าเป็นการสั่งสอนคนอาศัยแบบเธอ
“อย่า!!! มา!!! ชี้!!! หน้า!!! ฉันอีก!!! จำใส่หัวเอาไว้ยัยกาฝาก” ฉันใช้นิ้วชี้จิ้มหน้าผากยัยนั้นจนหน้าหงายไปเลยใครบอกให้มาชี้หน้าฉันก่อนล่ะช่วยไม่ได้
“พอสักทียัยโรส!!!” พ่อของฉันที่นั่งดูละครหลังข่าวแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงทะเลาะกันคงไม่ไหวถึงกับต้องตะคอกใส่ฉัน ตะคอก ย้ำ!ว่า ตะคอกใส่ฉัน...แค่คนเดียว นี่สินะพ่อที่ยุติธรรมของฉัน หึ ช่างน่านับถือจริงๆ
“อะไรกันคะพ่อมาว่าให้โรสคนเดียวมันไม่ยุติธรรมไปหน่อยหรอคะ”
“ก็ฉันเห็นแกว่าคุณแมรี่กับหนูเมริดาก่อน” นี้ฉันคงผิดตลอดสินะ หรือไม่พ่อก็คงตาบอดหูหนวกไปแล้ว
“พ่ออยากให้โรสพอใช่มั้ยคะ ได้สิคะโรสจะหยุดค่ะ” ฉันพูดก่อนที่จะแลตามองไปยังจานข้าวของยัยสองแม่ลูกนั้น
เพล้ง!!!!!
“ว๊ายยยย!!!! คุณโรส” เด็กรับใช้สองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ โต๊ะถึงกับร้องตกใจทันทีที่ฉันปัดจานข้าวของสองแม่ลูกนั้นลงพื้นต่างจากสอง แม่ลูกนั้นที่จ้องฉันอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“จ้องขนาดนี้ลุกขึ้นมาอาลาวาดเลยก็ได้นะ”
“ฉันว่าคุณโรสทำกับพวกเราเกินไปนะคะเราสองแม่ลูกไปทำอะไรให้ คุณโรสถึงต้องมาทำกับเราแบบนี้คะ” ยัยแมรี่บีบน้ำตาทันที นี้ฉันกำลังดูละครเรื่องอะไรอยู่เนี๊ยะ
“ทำอะไรงั้นหรอ!!! เยอะ”
“ยัยโรสพ่อว่าเราทำเกินไปครั้งนี้ขอโทษคุณแมรี่กับหนูเมริซะ”
“เหอะ แย่จังมือโรสไม่ว่างอ่ะค่ะคงจะขอโทษไม่ได้”
“ฉันก็เห็นว่ามือแกไม่ได้ถืออะไรทำไมจะไม่ว่าง” พ่อชี้มาที่มือฉันสองข้างที่มันว่างเปล่า
“ถือสิค่ะแต่พ่อมองไม่เห็นเอง เพราะที่สิ่งที่โรสถือเอาไว้มันคือความเจ็บปวดของแม่” ฉันบอกกับพ่อก่อนที่จะเดินออกไปขึ้นรถที่มีคนจอดรอไว้ให้ที่จอดรถหน้าประตูบ้าน
แตร๊นนนนนนนนนนน!!!!!
พอขึ้นรถได้ฉันก็บีบแตรเสียงดังเอาจนคนที่อยู่ในบ้านตกใจ
“แม่คะโรสจะทนได้อีกนานแค่ไหนโรสเหนื่อยเหลือเกินค่ะแม่”
ฉันพูดกับตัวเองในรถก่อนที่จะขับมันออกไปด้วยความเร็วสูงเป้าหมายที่ฉันจะไปก็คือบริษัทของครอบครัวฉันถ้าจะถามว่าฉันมาทำไมที่นี่ขอตอบเลยว่ามาทำงานเพราะฉันเป็นรองผู้บริหารของที่นี่ถึงอายุฉันจะน้อยแต่ความสามารถในการทำงานฉันไม่ได้น้อยตามอายุ แม้ว่าฉันจะเป็นถึงลูกเจ้าของบริษัทแต่ฉันก็ต้องทดสอบงานให้กรรมการบริษัทเห็นว่าฉันสามารถทำมันได้จนฉันผ่านการทดสอบที่ฉันต้องทำแบบนี้ก็เพราะถ้าฉันไม่มาเป็นรองประธานตำแหน่งนี้ก็จะตกไปเป็นของแม่ยัยกาฝากนั้นซึ้งมันเป็นอะไรที่ฉันไม่มีวันยอมแน่นอน