ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
วีนัสเคาะประตูสามครั้งตามมารยาท ก่อนจะหมุนลูกบิดก้าวเข้าไปในห้องที่อวลไปด้วยกลิ่นอายดิบเถื่อน สองเท้าก้าวเข้าไปใกล้ๆเขาอย่างเก้ๆกังๆ
"คราม... ได้เรื่องไหม" เสียงทุ้มพร่าต่ำสบถถาม เหมันต์ที่กำลังหูอื้อและสายตาพร่าเบลอจนมองเห็นทุกอย่างเป็นภาพซ้อน ยืนโงนเงนอยู่ข้างเตียงกว้าง เขาเห็นเพียงเงาร่างของผู้หญิงคนหนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง
"วุ้นมีเอกสาร..."
"ช่างหัวเอกสารมันสิ!"
ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดจบประโยค ร่างสูงใหญ่กำยำของมาเฟียหนุ่มก็พุ่งเข้าประชิดตัว แฟ้มเอกสารในมือของวีนัสร่วงกราวลงสู่พื้นห้องอย่างไร้ความหมาย แรงมหาศาลจากฝ่ามือร้อนจัดกระชากเอวบางเข้าหาตัวจนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับอกกว้างที่ร้อนระอุราวกับเตาไฟ
"อ๊ะ...! คุณเหมันต์" วีนัสแกล้งร้องอุทานด้วยความตกใจ รีบหันไปใช้แขนเรียวยกขึ้นดันแผงอกแกร่งไว้ตาม ท่าทีของยัยเฉิ่มผู้แสนซื่อแววตาสั่นระริกมองใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา
"หุบปาก... ทำหน้าที่ของเธอซะ!"
ฤทธิ์ยาร้ายแรงผสมปนเปกับความเมามายทำให้อารมณ์ดิบของเหมันต์ขาดผึง เขาไม่รับรู้อีกต่อไปว่าผู้หญิงตรงหน้าคือใคร หน้าตาแบบไหน หรือใส่เสื้อผ้าเชยสะบัดเพียงใด รู้เพียงแค่ว่าร่างกายส่วนลึกกำลังร่ำร้องหาที่ระบายความอัดอั้น
แควก!
.
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาในโถงต้อนรับของสำนักงานใหญ่ ธราธร กรุ๊ป ทำให้อุณหภูมิรอบด้านคล้ายจะลดฮวบลงทันตา พนักงานทุกคนต่างรีบก้มหน้าและแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองเมื่อร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสามชิ้นสีกรมท่าเนี้ยบกริบปรากฏตัว
'เหมันต์ ธราธร' เดินหน้าตรง สายตาคมกริบมองตรงไปข้างหน้า แผ่รังสีความเฉียบขาดของประธานบริหารสูงสุดและผู้นำตระกูลมาเฟียที่กุมบังเ**ยนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และกาสิโนพันล้าน โดยมี 'คราม คิรากร' เลขาหนุ่มคู่ใจเดินเยื้องอยู่ทางด้านหลังอย่างรู้หน้าที่
ปึก! โครม!
"ว๊าย! ขอโทษค่ะ! ขอโทษจริงๆ ค่ะ!"
ความสงบเงียบถูกทำลายลงทันทีเมื่อร่างของพนักงานหญิงคนหนึ่งเดินซุ่มซ่ามหลุดออกมาจากหัวมุมทางเดินและชนเข้ากับแผงอกแกร่งของเหมันต์เข้าอย่างจัง แรงกระแทกส่งผลให้แฟ้มในมือของเธอหลุดร่วง เอกสารการตลาดกระจายว่อนเต็มพื้นหินอ่อน
ครามขยับแว่นสายตาทรงเหลี่ยมสีเงิน นัยน์ตาปลาบคมมองภาพตรงหน้าก่อนจะเอ่ยปากตำหนิเสียงเรียบแต่เฉียบขาดตามนิสัย
"เดินไม่ดูทางเลยหรือไง... อ้าว คุณวุ้นเองหรอกเหรอ"
น้ำเสียงของเลขาหนุ่มอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าคือใคร แต่เขาก็ยังย่อตัวลงช่วยเก็บแผ่นกระดาษที่กระจัดกระจายขึ้นมาให้อย่างรวดเร็ว
"ขอบคุณค่ะคุณคราม วุ้นขอโทษนะคะแว่นมันมัวน่ะค่ะเลยมองไม่ค่อยถัด"
หญิงสาวในชุดเดรสกระโปรงยาวกรอมถึงตาตุ่มสีซีดเชยสะบัดรีบก้มหน้าก้มตาเก็บเอกสารลนลาน ใบหน้าของเธอถูกบดบังด้วยแว่นสายตากรอบหนาเตอะ ผิวหน้ามันเยิ้มแถมยังมีรอยฝ้ากระประปรายที่เธอตั้งใจแต่งแต้มมาอย่างเนบเนียนเพื่อพรางโฉมที่แท้จริง
วีนัสหรือวุ้นรวบเอกสารเข้าอ้อมกอดแน่น ก่อนจะช้อนสายตาผ่านเลนส์หนาขึ้นมองมาเฟียหนุ่มที่ยืนนิ่งเป็นสง่าอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าที่จงใจปั้นแต่งให้หวาดกลัวจนตัวสั่น
"ค... คือ วุ้นกำลังจะเอาเอกสารสรุปผลการตลาดของไตรมาสนี้ไปส่งให้ที่ห้องประธานพอดีเลยค่ะ คุณเหมันต์"
เหมันต์ไม่ได้แสดงท่าทางรังเกียจหรือด่าทอถ้อยคำรุนแรงหยาบคาย เขาเพียงแค่หยุดยืนนิ่ง ปรายสายตาคมกริบลงมองสภาพจืดชืดและใบหน้าที่เต็มไปด้วยฝ้ากระของพนักงานปลายแถวตรงหน้าอยู่เพียงเสี้ยววินาที... สายตาที่เรียบเฉย ไร้ความรู้สึก ราวกับมองสิ่งของชิ้นหนึ่งในตึก
ก่อนที่ริมฝีปากหยักลึกจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นิ่งสนิท แต่ทรงอำนาจจนคนฟังแอบเกร็ง
"รวบรวมให้ครบ... แล้วตามผมไปที่ห้อง" เขาชะงักไปครู่หนึ่ง “แว่นมัวก็ไปตัดแว่นใหม่ซะ... ผมไม่อยากให้มีผลกระทบต่อการทำงานแล้วเกิดความผิดพลาด”
"ค่ะ! วุ้นจะรีบตามไปเดี๋ยวนี้ค่ะ" หญิงสาวรับคำเสียงสั่นระรัว แสร้งทำท่าทางกลัวจนตัวลีบเพื่อหลอกให้เขาตายใจ
เหมันต์ไม่เสียเวลาพูดต่อ เขาก้าวเดินนำออกไปทันทีโดยมีครามที่เก็บเอกสารปึกสุดท้ายส่งคืนให้วีนัสเดินตามไปติดๆ
ไม่มีใครรู้เลยว่า ลับหลังแผ่นหลังกว้างของมาเฟียหนุ่มจอมเผด็จการ... นัยน์ตาตื่นตระหนกหลังเลนส์แว่นหนาของ 'วุ้น มนัสวี' ชื่อที่คุ้นหูในบริษัทจะแปรเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์และเย็นชา ริมฝีปากบางที่เคยสั่นเครือกระตุกยิ้มหยันอย่างเป็นต่อ
แล้วคุยกันที่ห้องทำงานนะคะ... คุณเหมันต์
ไม่กี่นาทีต่อมา... ภายในห้องประธานบริหารอันกว้างขวาง บรรยากาศกลับอึดอัดอุดอู้จนน่าใจหาย แผ่นกระดาษรายงานแผนการตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์โครงการใหม่ถูกทิ้งลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีอย่างไม่เบามือนัก
"นี่คือผลงานที่เธอใช้เวลาทำมาทั้งสัปดาห์เหรอ... คุณมนัสวี"
เสียงทุ้มต่ำของเหมันต์เอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่กระแสความไม่พอใจกลับแผ่ซ่านออกมาจนคนฟังรู้สึกได้ มาเฟียหนุ่มที่เบื้องหน้าเป็นประธานบริษัทอสังหาฯอย่างธนาธร กรุ๊ป นั่งเอนหลังกับเก้าอี้หนังราคาแพง สายตาคมกริบจ้องมองปึกเอกสารที่มีรอยปากกาสีแดงวงจุดผิดพลาดไว้ระเกะระกะ
ครามที่ยืนขยับแว่นอยู่ด้านข้างลอบถอนหายใจเบาๆ ในใจแอบรู้สึกเห็นใจพนักงานสาวคนนี้อยู่ไม่น้อย เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ครามรู้ดีว่าเธอเป็นคนทำงานหนัก ขยัน และตั้งใจมาก ภาพลักษณ์พนักงานปลายแถวที่มาก่อนกลับทีหลังที่เธอสร้างขึ้นทำให้เขาปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอมีความพยายาม แต่งานชิ้นนี้มันกลับมีช่องโหว่ใหญ่เกินไปจริง ๆ
"วุ้นขอโทษจริงๆ ค่ะคุณเหมันต์..." หญิงสาวในร่างเฉิ่มเชยก้มหน้าลงต่ำ มือเรียวประสานเข้าหากันแสร้งทำเป็นสั่นเครือ
"แต่...แต่วุ้นคิดว่า ที่งานมันออกมาไม่ละเอียด เป็นเพราะวุ้นไม่ได้รับข้อมูลแผนโครงสร้างที่แน่ชัดของโครงการนี้เลยค่ะ ถ้าวุ้นรู้รายละเอียดเชิงลึกมากกว่านี้..."
"ต่อให้เธอไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด เธอก็ต้องทำให้ได้" เหมันต์เอ่ยขัดขึ้นเสียงเรียบ สายตาคู่นั้นยังคงนิ่งสนิทและกดดัน
"แผนงานที่ทีมจัดซื้อส่งให้ฝั่งการตลาด ผมตรวจทานแล้วและคิดว่ามันละเอียดพอที่คนมีสมองจะเอาไปวิเคราะห์ต่อได้ และผมคิดว่าบริษัทของผมก็เลือกจ้างคนที่มีมันสมองพอสมควร..."
คำพูดเน้นย้ำคำว่าคนมีสมองทำเอาครามถึงกับลอบกลืนน้ำลายกลั้นหายใจแทนพนักงานสาว ทว่าแทนที่ยัยเฉิ่มตรงหน้าจะก้มหน้าร้องไห้สะอื้นเหมือนทุกที เธอกลับสูดหายใจเข้าลึก และขยับแว่นหนาเตอะขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเถียงออกไปเสียงเรียบ
"แต่วุ้นคิดว่ามันยังไม่พอค่ะ เพราะถ้าเราซีซั๊วทำแผนการตลาดไปทั้งที่รู้รายละเอียดแค่นั้น... แผนงานของเรามันก็จะออกไปในทิศทางเดิมๆ เหมือนกับบริษัทคู่แข่งอื่นๆ ในตลาด ไม่มีจุดเด่นอะไรไปสู้เขาได้เลยค่ะ"
กึก...
สิ้นประโยคเด็ดเดี่ยวของหญิงสาว ห้องทั้งห้องกลับตกอยู่ในความเงียบงันปานป่าช้า เหมันต์หยุดนิ่งไปทันที ดวงตาคู่คมกริบตวัดจ้องมองใบหน้ามันเยิ้มที่มีฝ้ากระของเธอด้วยสายตาเชือดเฉือน บรรยากาศรอบตัวลดฮวบจนคล้ายอุณหภูมิจะติดลบ
ครามที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับลอบขยับแว่นสายตาด้วยความตกใจ... เขาทำงานกับเหมันต์มานาน รู้ดีว่าตอนนี้เจ้านายเริ่มไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็สัมผัสได้ถึงความอัศจรรย์ใจลึกๆ ของเหมันต์
เพราะในตึกธราธร กรุ๊ป แห่งนี้ ไม่เคยมีพนักงานคนไหนกล้าเอ่ยปากเถียงเหมันต์ตรงๆ เลยสักคน ไม่ว่าจะแบบมีเหตุผลหรือไม่มีเหตุผล ทุกคนจะเลือกหุบปากและยอมรับคำสั่งแต่โดยดี จะมีก็เพียงแค่ตัวเขาในฐานะเลขาคู่ใจเท่านั้นที่กล้าเอ่ยทัดทานบ้างในบางเรื่อง
แต่ผู้หญิงเฉิ่มๆ ปลายแถวคนนี้... กลับกล้าสบสายตาคมกริบคูนั้นโดยไม่หลบเลี่ยง และเลือกพูดในสิ่งที่ควรจะเป็นอย่างไม่สะทกท้านหรือหวาดกลัวใดๆ
ครืด...
เก้าอี้หนังราคาแพงถูกเลื่อนออก เหมันต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง188 ร่างกำยำในชุดสูทเนี้ยบกริบก้าวสืบเท้าเข้ามาใกล้ร่างเล็กทีละก้าว... ท่วงท่าเชื่องช้าทว่ากดดันจนแทบจะบดขยี้ลมหายใจของคนตรงหน้าให้หมดไป
เขามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ระยะห่างใกล้กันจนเธอได้กลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้ปนกลิ่นบุหรี่ซิกการ์จางๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของเขา มาเฟียหนุ่มอายุราว36 ก้มลงมองสบตาผ่านเลนส์แว่นหนาเตอะของหญิงสาว ก่อนจะเอ่ยประโยคสุภาพทว่าเยือกเย็นจนบาดลึกถึงกระดูก
"นี่คุณ... มนัสวี มีหน้าที่เข้ามาเถียงผม... มากกว่าทำงานหรือครับ?"
คำพูดราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจสั่งการทำเอาบรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนถึงขีดสุด เหมันต์เรียกชื่อจริงของเธอออกมาด้วยน้ำเสียงกดดันเพื่อเตือนให้รู้ฐานะ... ว่าเธอเป็นเพียงแค่ลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิ์มาลองดีกับคนอย่างเขา แต่ภายใต้ท่าทางก้มหน้ายอมรับผิดอย่างลนลาน... นัยน์ตาของเธอกระตุกวูบด้วยความกังวล
บ้าจริง!... เข้าถึงข้อมูลไม่ได้เลย... ยิ่งนายหวงข้อมูลโครงการนี้มากเท่าไหร่ มันยิ่งทำให้ฉันอยากจะได้ข้อมูลนั้นมาอยู่ในมือมากเท่านั้น! ...ถ้าไม่ได้ข้อมูลนี้มาล่ะก็... บริษัทพ่อฉันอาจจะล้มละลายจริงๆ...
วีนัสกัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจ แต่ก็รีบพยักหน้าก้มหน้าหงุดไม่ให้มีพิรุธไปมากกว่านี้ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป
“ถ้าคุณเหมันต์ต้องการให้วุ้นแก้... วุ้นก็จะแก้ค่ะ ไม่ว่าจะแก้กี่รอบวุ้นเต็มใจ เพื่อให้คุณเหมันต์พอใจ”