“เก่งใช้ได้นี่” เจนชมพลรบ
“หือ เราเนี่ยนะ”
“เทียบกับคนอื่นในห้องน่ะ ไม่ใช่เทียบกับฮิวโก้ อย่างน้อยก็เก่งกว่ามีนาเยอะ”
จริงของเจน ก่อนหน้ากลุ่มเขาเรียนกันได้เรื่อยๆ เขากับอัญมณีสองคนช่วยกันทำการบ้านกับรายงานผ่านสบายๆ เขาเก่งด้านวิชาการ อัญมณีเก่งด้านภาษา ต่างคนต่างช่วยกันได้พอเหมาะพอดี พอเปลี่ยนมารวมกลุ่มกับกิ๊กและฮิวโก้ เหมือนตัวเองโง่ลงแฮะ อัญมณีที่ถูกฝึกภาษามาระดับนักการทูตจากพ่อยังไม่เฉียดใกล้ระดับฮิวโก้กับกิ๊กเลย
วันนี้มีเรียนวิชาเดียวการบ้านเลยไม่เยอะนัก คาบบ่ายอาจารย์งดสอน พรุ่งนี้วันเสาร์ก็หยุด เขาจึงเลือกวันนี้นัดมาค้างบ้านเจน เจนกดมือถือหาข้อมูลในเนต พลรบหยิบโน้ตบุ้คจากกระเป๋ามาเปิด เจนรีบลุกไปมองซ้ายมองขวาก่อนปิดประตู
“เดี๋ยวป้าเจ้าของบ้านรู้ว่าเอาโน้ตบุ้คมาใช้จะเก็บค่าไฟเพิ่ม”
“ไม่ได้จ่ายค่าไฟตามมิเตอร์หรือ”
“มิเตอร์มีที่ไหนกัน ค่าน้ำค่าไฟเก็บรายเดือน”
“ค่าน้ำค่าไฟไม่มีมิเตอร์นี่เค้าเก็บกันยังไง ?” พลรบสงสัย ขนาดหอพักหรือห้องเช่ายังมีมิเตอร์ไฟเก็บค่าไฟเป็นหน่วยเลย
“ค่าน้ำเหมาทั้งบ้านเดือนละร้อย ค่าไฟคิดรายหัวคนละ 150 แต่น้องเราสองคนยังเล็ก ป้าคิดแค่ 50 บาท สองคนก็ร้อยนึงพอดี ถ้าน้องเราโตกว่านี้แล้วป้าคิดเต็มคงต้องหาที่อยู่ใหม่”
“บ้านเธออยู่กันกี่คนเนี่ย ?” เจนมีน้องสองคนด้วยหรือ เขาแปลกใจ ที่จริงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ที่เจนจะมีพี่น้อง เขาไม่เคยรู้เรื่องส่วนตัวของเจนสักนิดเลยนี่หว่า
“เรา แม่ น้องชายคนโตเรียนม.ปลาย น้องคนเล็กเรียนประถมชายหญิงอย่างละหนึ่งคน อยากจะถามอะไรอีกไหม” เจนตอบประชดอย่างไม่พอใจ
พลรบคำนวณในใจ 150 ต่อคน แม่ เจน น้องชายคนโต 450 + เด็ก 50x2 = 100 รวมเป็น 550 สำหรับเขาเงินแค่นี้นิดหน่อยแต่สำหรับเจนคงราคาสูงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน
“ค่าเช่าห้องเท่าไหร่อะ”
“เดือนละ 800”
800+550+100 = 1450 อยู่กันห้าคน มิน่าเจนไม่ยอมย้ายไปไหน ห้องเช่าที่อื่นหาราคาต่ำกว่า 1500 ไม่ได้หรอก
พอช่วยกันทำสองคนไม่นานก็เสร็จ
“กินข้าวเที่ยงยัง” พลรบตามเจน พอรู้ว่าอาจารย์งดสอนคาบบ่าย เขาก็ขับรถกลับบ้านไปเอาเสื้อผ้ากับแวะซื้อขนมจึงยังไม่ทันทานข้าว
“ยังเลย เรากลับมาบ้านก็นั่งทำการบ้านยังไม่ได้กินไรเลย”
“เราซื้อมาแต่ขนมพอกินได้ไหม” เขาเปิดกระเป๋า เจนมองเข้าไปเลือกดูขนมสักพัก
“อย่าเลย เก็บไว้ให้น้องเรากินเย็นนี้เถอะ ไปหากินข้างนอกกันเดี๋ยวเราเลี้ยง”
“ก็ได้” พลรบตอบรับทั้งที่คิดว่าเขาคงไม่กล้าให้เจนเลี้ยงข้าวแน่หลังเห็นสภาพที่อยู่
“พลรบเอากระเป๋ามาไว้ตรงนี้ก่อนดีกว่า เผื่อของหาย” เจนไขกุญแจเปิดตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ เฟอร์นิเจอร์ชิ้นเดียวที่ดูดีที่สุดในบ้าน “เนี่ยเราซื้อมือสองตั้ง 3500 มาให้น้องชายเอากระดาษทรายขัดแล้วทาสีใหม่เองเลยนะ” เจนพูดด้วยความภูมิใจ
ของในตู้มีแต่เสื้อผ้าของเจน กระเป๋าถือแบรนเนม เครื่องสำอางกับขวดน้ำหอมสารพัดแบบ กลิ่นที่ควรจะหอมพอปนกันมากเข้าในที่อับแบบตู้เสื้อผ้าเลยกลิ่นฉุนหึ่งแรงจัด จนพลรบแสบจมูก ของในตู้อัดกันแน่นจนเขาไม่กล้าเอากระเป๋าเสื้อผ้าวาง กลัวไปทับเครื่องสำอางของเจนแตก
“เราเอาแค่โน้ตบุ้คเก็บดีกว่า”
เจนหยิบโน้ตบุ้ควางอย่างดีในตู้เสื้อผ้า เอาขนมทั้งหมดที่พลรบซื้อมายัดกองๆทับข้าวของในตู้
...........................................
ทั้งสองคนเดินไปตามสะพานไม้จนออกทางเดินปูน เดินต่อไปอีกนิดมีร้านบะหมี่สกปรก เพิงขายของล้ำเข้าไปในคลอง
“บะหมี่สองชามค่ะ” เจนนั่งบนเก้าอี้ที่เหมือนเอาไม้แผ่นยาวมาวางพาดต่อเติมเป็นเก้าอี้ติดกับโต๊ะ
พลรบเข้าไปนั่งข้างๆ เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นจุดสนใจ คนขายมองเขาแล้วมองอีก ลูกค้าที่นั่งกินก๋วยเตี๋ยวก่อนหน้าแอบมองเขาเป็นระยะ
“ผัวหรือเจน” คนขายวางบะหมี่สองชามบนโต๊ะ
“เปล่าเพื่อน แค่มาช่วยกันทำการบ้าน”
“หล่อกว่าคนก่อนเน้อ”
“บอกว่าเพื่อน ไม่ใช่ผัว คนก่อนก็ไม่ใช่ผัวด้วย เพื่อนเหมือนกัน” เจนตอบอย่างไม่ใส่ใจ
แต่พลรบหน้าร้อนวูบกับคำถามคำตอบภาษาชาวบ้าน บะหมี่ได้เยอะดีแฮะเส้นเพียบ รสชาติใช้ได้ พลรบสั่งน้ำดื่มหนึ่งขวดและถูกมองด้วยสายตาประหลาด
“เราสั่งอะไรผิดหรือ” พลรบกระซิบถามเจน
“ปกติไม่ค่อยมีใครสั่งน้ำเปล่าร้านนี้กันน่ะ ถ้าไม่กินน้ำเปล่าฟรีก็สั่งน้ำอัดลมไปเลย” เจนยกแก้วพลาสติกสกปรกใส่น้ำเปล่าขึ้นดื่ม เพราะแบบนี้ไงพลรบถึงได้สั่งน้ำดื่มแบบขวด สกปรกจนเห็นแล้วดื่มไม่ลงจริงๆ
บะหมี่ชามละ 20 บาท ถูกจัง เจนและพลรบแย่งกันจ่ายเงินให้คนขาย
“เอาของชั้น เพื่อนมาบ้านทั้งที ชั้นบอกเพื่อนว่าจะเลี้ยงละด้วย”
“ค่าน้ำขวดอีก 5 บาทนะ” คนขายรับแบงค์ 20 สองใบจากเจน
เจนควักหาเงินอีกห้าบาทยื่นให้คนขาย
“คนก่อนคือนิวแฟนเก่าเจนหรือ” พลรบถามขณะเดินตามเจนกลับบ้าน
“นิวไม่เคยมาบ้านเจน คนขายเค้าหมายถึงฮิวโก้ ฮิวโก้เคยมาหลายหน”
“เจนไม่บอกอะไรแฟนเลยหรือ”
“บอกอะไรล่ะ”
“เรื่องที่บ้านของเจนไง”
“เรื่องอะไรล่ะ”
พลรบรู้ว่าเจนตีรวน คงปิดบังฐานะทางบ้านกับแฟนแน่นอน เขาจึงไม่ถามเซ้าซี้อีก
...........................................
น้องประถมสองคนของเจนกลับบ้านแล้ว นั่งทำการบ้านบนโต๊ะที่ดัดแปลงจากลังพลาสติก
“ไปนั่งทำที่อื่น พี่จะรีดผ้า” เจนไล่น้องๆ
เด็กๆขยับมานั่งทำการบ้านกับพื้น เจนหาผ้ารองรีดมาวางบนโต๊ะ
“ทำการบ้านเสร็จแล้วมีขนมด้วยนะ เพื่อนพี่ซื้อมาฝาก” เจนบอกน้อง
เด็กๆ ดีใจกันใหญ่รีบทำการบ้านอย่างเอาเป็นเอาตายพอรู้ว่ามีขนม ท่าทางของเด็กๆ ทำพลรบอดนึกถึงกิ๊กไม่ได้ กิ๊กนิสัยเหมือนเด็กประถมเลย พลรบขำอยู่คนเดียว เขานั่งเฉยอยู่พักไม่รู้จะทำอะไรดี เลยไปช่วยน้องของเจนทำการบ้าน เจนรีดผ้าเฉพาะของตัวเองสักครู่ก็เสร็จ หยิบงานฝีมือมานั่งทำ
“นั่นอะไรน่ะ”
“ดอกไม้แต่งงาน รับมาจากสำเพ็งได้ร้อยละ 45”
“ร้อยละ 45 ยังไง” พลรบขยับมานั่งดูเจนจับนั่นพันนี่อย่างคล่องแคล่ว
“ก็ทำแบบนี้นะ จับริบบิ้นมาม้วนเป็นดอกไม้แล้วจัดเป็นช่อ” เจนทำให้ดูพร้อมอธิบาย “ติดสติกเกอร์ตรงนี้ พอได้ครบร้อยช่อก็ได้ตังค์ 45 บาท”
ทำมือเป็นง่อยกว่าจะได้ร้อยช่อ 45 บาทเนี่ยนะ เห็นเจนนั่งทำตั้งนานยังได้ไม่ถึงสิบอันเลย
“เราไม่ได้ทำเองหรอก รับมาให้น้องทำ พอได้เยอะค่อยเอาไปส่งร้านที่สำเพ็งรับเงินค่าจ้าง ตอนนี้เรานั่งว่างก็ทำไปเรื่อยๆ”
เข้าใจละ ทำไมฮิวโก้ถึงบอกว่าเจนน่าสงสาร ไม่ต้องมานอนค้างแค่นั่งไม่กี่ชั่วโมงเขายังสงสาร เจนน่ะร้ายแน่ แต่สภาพที่เห็นถึงเจนจะร้ายยังไงก็ยังอดสงสารไม่ได้อยู่ดี พลรบถอยกลับไปช่วยเด็กๆ ทำการบ้านต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาในบ้าน พลรบคงลุกขึ้นไล่แล้ว ถ้าเจนไม่บอกซะก่อน
“น้องชายของเราเอง”
“น้องแท้ๆ ?”
“น้องคนละพ่อ”
มิน่าถึงได้ต่างจากเจนนัก น้องชายของเจนหน้าตาโคตรเถื่อนผิวคล้ำจัดเหมือนวินมอเตอร์ไซค์วง WHO เข้ามาถึงก็ไหว้พลรบและนั่งทำการบ้านบนโต๊ะที่เจนใช้รีดผ้าเมื่อกี้
...........................................