“ฮิวโก้ เราอยากคุยด้วย” พลรบเรียกเพื่อนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“มีอะไรว่ามา”
“ทำไมแกถึงคอยปกป้องเจนอยู่เรื่อย เจนมาด่าอัญมณียังไปเข้าข้างอีก”
“ความจริงเราเข้าข้างอัญมากกว่าเจนว่ะ”
“ตรงไหน ? แกตกลงเป็นแฟนกับอัญแล้วนะเว้ย ทำไมไปยุ่งกับเจนอีก”
ฮิวโก้ถอนหายใจ อีกคนละ เป็นบ้าอะไรเนี่ย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต้องคิดว่าคนนั้นแย่งแฟนคนนี้ คนนี้แย่งแฟนคนนั้นทุกที
“อย่างแรกนะ เรากับเจนแค่เพื่อนกัน ย้ำ เพื่อน เราช่วยเจนเพราะสงสาร”
“สงสารเนี่ยนะ มีอะไรน่าสงสารวะ”
ฮิวโก้จดที่อยู่ใส่กระดาษส่งให้พลรบ
“ที่อยู่ของเจน แกลองไปหาเจนแล้วค้างบ้านนั้นสักคืน แกสะดวกวันไหนก็บอกมา เดี๋ยวเราจะนัดวันกับเจนให้”
“แกไม่ตอบเรา แต่แกให้เราไปหาคำตอบด้วยตัวเองใช่ไหม”
“อย่างที่สอง คนอย่างเจนมันไม่แย่งแฟนใครหรอก เจนมันร้ายได้มากที่สุดแค่ปากเสียด่าคนนั้นคนนี้ไปทั่ว ตัวมันยัง... เออ ช่างเหอะ แกไปเห็นก็รู้เอง”
สำหรับคนอื่นอาจคิดว่าเจนร้ายมาก สำหรับฮิวโก้เขาคิดว่าธรรมดา เจนยังคุยได้ปรามได้ เจนไม่เคยทำร้ายร่างกายใคร
...........................................
พลรบขับรถไปจนสุดทางถนนเลนเดียว หยิบกระดาษจดที่อยู่เจนมาดูอีกครั้ง ไม่ผิดทางนี่หว่า เขาเลื่อนกระจกรถลงถามวินมอเตอร์ไซค์แถวนั้น
“ถูกทางแล้วครับแถวนี้แหละแต่ไม่รู้หลังไหน คุณเข้าเกียร์ถอยหลังขับออกไปหาที่จอดรถด้านนอกนะครับ แถวนี้ไม่มีที่จอด”
พลรบขับรถถอยหลังยาวไปหาที่จอดแอบในซอยที่ห่างจากวินมอเตอร์ไซค์เมื่อครู่ราว 500 เมตรแล้วเดินกลับเข้ามาใหม่พร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าที่ด้านในบรรจุขนมเยอะกว่าเสื้อผ้าสำหรับค้างหนึ่งคืน ตามคำแนะนำของฮิวโก้ที่บอกให้เอาขนมติดตัวมาด้วยเยอะๆ
เขาหยุดยืนหน้าวินมอเตอร์ไซค์อีกครั้ง วินแนะนำให้เขาเดินเลียบริมคลองระบายน้ำขนาดเล็กเข้าไปถามคนด้านใน พลรบเดินเลียบทางเดินแคบๆ เข้าไปในย่านสลัมริมน้ำ เขาพอเดาได้จากเลขที่บ้านบางหลังที่ใช้สีทาบ้านบ้างปากกาบ้างเขียนเลขที่บ้านไว้ที่ประตู สอบถามร้านของชำเล็กๆ แถวนั้นจนเจอบ้านไม้สองชั้นเก่าโทรมหลังหนึ่ง
“มาหาใครคะ” ป้าเจ้าของบ้านยิ้มแย้มเมื่อเห็นหน้าพลรบ ปกติเธอพูดหยาบคายแต่เด็กหนุ่มคนนี้หน้าตาผิวพรรณดีท่าทางลูกคนรวยทำให้เธอพูดเพราะไว้ก่อน
“ผมมาหาเจนครับคุณป้า” พลรบไหว้ผู้อาวุโสอย่างนอบน้อม
“เจนไม่ได้อยู่บ้านนี้”
“อ้าว ?” พลรบงงบ้าง เลขที่บ้านผิดหรือวะเนี่ย ว่าแล้วเชียวต้องมาผิดบ้านโคตรโทรม
“ที่อยู่ถูกแล้ว เจนมันเช่าบ้านป้าอยู่ต้องเดินลึกเข้าไปอีก” ป้าเจ้าของบ้านบอกทางพลางมองพลรบอย่างละลาบละล้วงหัวจรดเท้า
“มาหามันมีธุระอะไร”
“มาเยี่ยมเพื่อนเฉยๆ ครับ” พลรบฝืนยิ้ม
“ไปหาเจนหรือ ผมพาไปเองครับ” ผู้ชายวัยยี่สิบต้นท่าทางล่อกแล่กเดินนำพลรบออกจากบ้าน
“พ่อหนุ่มระวังหน่อย อีเจนมันมีผัวแล้วนะ” ป้าเจ้าของบ้านตะโกนดังลั่น
พลรบสะอึกเมื่อได้ยิน ไม่ใช่ตกใจว่าเจนมีผัวอย่างป้าว่าหรอก แต่ตกใจกับภาษาและท่าทางที่ป้าเจ้าของบ้านใช้ต่างหาก
...........................................
คนเดินนำพาเขาซอกแซกผ่านกระดานไม้คับแคบแทบเดินสวนกันไม่ได้เข้ามาราว 20-30 เมตร หยุดหน้าบ้านหลังคาสังกะสี ฝาผนังเป็นไม้เหมือนเอาไม้เหลือผสมกระดานมาประกอบเข้าด้วยกัน เต็มไปด้วยรูโหว่จนมองลอดเข้าไปเห็นภายในบ้านได้
“เจนนนนน เจนจ๋า มีเพื่อนมาหาจ้าาาา” ชายหนุ่มท่าทางล่อกแล่กตะโกนเข้าไปภายในบ้าน ซึ่งพลรบไม่รู้มันจะตะโกนทำไม แค่พูดธรรมดาคนข้างในก็น่าจะได้ยินแล้ว
เจนเปิดประตูบ้าน เมื่อเห็นคนด้านนอกก็ขมวดคิ้ว
“ถอดรองเท้าวางไว้ตรงเนี้ย เดี๋ยว ไม่ดีกว่าเอารองเท้ามาในบ้านด้วย วางไว้... วางไว้นี่ละกัน” เจนชี้มุมหนึ่งของห้อง
พลรบลังเลนิดหน่อยเพราะเกรงเสียมารยาทที่เอารองเท้าเข้ามาวางในบ้านคนอื่น
“วางในบ้านแหละ รองเท้าเธอแพง วางข้างนอกเดี๋ยวหาย” เจนย้ำอีกครั้ง พลรบจึงวางรองเท้ามุมห้องที่เจนชี้
เจนยังใส่เสื้อนิสิตแต่ท่อนล่างสวมกางเกงขาสั้นเนื้อหนากลับไปนั่งทำการบ้านบนพื้นต่อ พอสังเกตถึงได้เห็นว่าโต๊ะเล็กนั่นที่จริงเป็นลังพลาสติกเก่าแตกจนต้องใช้เชือกฟางมัดบางส่วน ด้านบนวางกระดานไม้ พลรบวางกระเป๋าบนพื้นและนั่งขัดสมาธิกลางห้อง มองรอบตัวเป็นห้องเก่าโทรมไม่มีโต๊ะเก้าอี้ บางส่วนมีเสื่อน้ำมันปูพื้น ข้าวของในห้องวางระเกะระกะน่าจะอยู่กันหลายคน ในห้องที่ดูดีที่สุดคือตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ไม้หนาหนัก ซึ่งพลรบสงสัยว่ามันวางอยู่ได้ยังไงโดยไม่ทำพื้นห้องทะลุ
ผู้ชายที่นำทางมาขยับเข้าไปนั่งติดกับเจน ติดจนตัวแทบชนกัน เจนแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้จนมันเริ่มมือปลาหมึกจับโน้นจับนี่เจนไปเรื่อย พลรบขมวดคิ้วมอง เขากำลังคิดจะเข้าไปห้ามเพราะท่าทางเจนไม่เต็มใจให้มันจับต้อง แต่เจนตวาดขึ้นมาก่อน
“มึงจะมาทำไมเนี่ย”
“พาเพื่อนเจนมาหาไงจ๊ะ”
“พามาเสร็จแล้วก็กลับไปสิ จะอยู่ต่อทำไม” เจนไล่แต่มันยังหน้าด้านหน้าทน
“ผมอยู่ช่วยเจนทำการบ้านไงจ๊ะ”
“มึงจะช่วยทำอะไรได้วะ”
“ช่วยให้กำลังจั๊ย”
พลรบกลอกตากับมุกจีบสาวโคตรเสี่ยว มือไอ้หมอนั่นเริ่มปลาหมึกอีกรอบ เจนปัดป้องและหันมามองพลรบอย่างขอความช่วยเหลือ
“ทำการบ้านวิชาไหนอะ” พลรบเข้าไปนั่งแทรกกลาง “ของวันนี้นี่ เรายังไม่ได้ทำเลย เอามาทำด้วยดีกว่า”
เขาเปิดกระเป๋ารื้อการบ้านที่เอาติดตัวมาด้วยนั่งทำข้างเจน เจนขยับแบ่งพื้นที่บนกระดานไม้ให้พอเขาวางการบ้านได้ โต๊ะแคบต้องนั่งเบียดจนเวลาเขายกแขนขวาขึ้นเขียนไปชนกับแขนเจน หนังสือหนังหากับอุปกรณ์เครื่องเขียนต้องวางกับพื้นเพราะที่บนโต๊ะไม่พอ ครั้งหนึ่งศอกเขาชนเข้ากับหน้าอก เจนหันมามองตาเขียว
‘ไม่ได้ตั้งใจเว้ย’ เขาขมุบขมิบปากแบบไม่มีเสียงตอบ
ผู้ชายล่อกแล่กพอเห็นหนุ่มหล่อเข้ามาแทรกและตัวเองคุยกับพวกเขาไม่รู้เรื่อง สุดท้ายก็ลุกหนีไปเปิดประตูบ้านคาไว้ พลรบจึงได้ขยับเปลี่ยนมุม 90 องศาเป็นมุมฉากกับเจน แขนเลยไม่ชนกันอีก คนเดินผ่านไปมาบางครั้งมองเข้ามาในบ้านอย่างสอดรู้
พลรบลำบากใจเปิดประตูไว้ก็มีคนมอง ถ้าปิดก็เหมือนเขากับเจนอยู่ในห้องกันสองต่อสอง เห็นเจนยังนั่งทำการบ้านอย่างไม่สนใจคนมอง แถมบางครั้งยังทักทายคนเดินผ่านกลับอีก พลรบเลยปล่อยเลยตามเลย
...........................................