“จะคุยกันอีกนานมั้ย ขึ้นรถ!!” คอปเตอร์ลดกระจกลงเอ่ยบอกเสียงเข้มดุดันปนหงุดหงิด ‘จะไปด้วย ทำไมไม่ขึ้นรถ ไม่ร้อนแดดหรือไง’
“พ่อเลี้ยงอนุญาตให้โอปอติดรถไปด้วยมั้ยครับ?”
“บอกให้ขึ้นรถได้ยินมั้ยวะ!!” ร่างสูงตวาดลั่น ทำโอปอสะดุ้งโหยง ‘คุยกันแป๊บเดียวเอง..แค่นี้ก็ต้องดุด้วย’ ร่างบางคิดในใจ
“ไปขึ้นรถเร็วโอปอ เดี๋ยวโดนกินหัว”
“ไอ้สัสเมฆ!!”
“คร๊าบ~”เมฆตอบรับด้วยท่าทีทะเล้นแบบที่ชอบทำ รีบพาตัวเองขึ้นรถประจำที่นั่งคนขับ ตามด้วยโอปอนั่งเบาะข้างกัน
รถหรูขับออกไปจากไร่อย่างรวดเร็วเพื่อไปยังตัวจังหวัดให้เร็วที่สุด เมฆรู้ใจเจ้านายเป็นอย่างดี ทุกนาทีของเขามีค่า
“นัดป้าตรงไหน”
“หลังตึกสีเขียวค่ะ” นิ้วเล็กชี้ไปยังตึกกลางเก่ากลางใหม่ ตรงนั้นไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่านมากนัก เธอจึงเลือกบริเวณนี้เป็นจุดนัดพบ
“โอเค...แล้วนั่นทำอะไร” เมฆเบนหน้ามองหญิงสาวอย่างไม่เข้าใจ ร่างบางใส่แว่นดำสวมแมสบดบังใบหน้าตามด้วยหมวกแก๊ปยืมมาจากญานา ราวกับว่ากำลังปลอมตัวยังไงอย่างงั้น
“ฉันไม่อยากให้ใครเห็นค่ะ กลัวคนพวกนั้นอยู่แถวนี้”
“ไม่ใช่ว่าไปสร้างวีรกรรมแย่ๆกับใครมานะ ถึงได้กลัวคนเห็น” คอปเตอร์เอ่ยขึ้นอย่างจับผิด ทำเอาโอปอก้มหน้างุดเม้มปากแน่นเป็นเส้นตรง
“พ่อเลี้ยงก็พูดเกินไปครับ” เมฆส่ายหน้าให้กับคำพูดเป็นตุเป็นตะของเจ้านาย
“เดี๋ยวมึงโดนอีกคนไอ้เมฆ!”คอปเตอร์เอ่ยคาดโทษ พาคนแปลกหน้าเข้าไร่โดยภาระการยังไม่ได้ลงโทษ ยังกล้าปากดีใส่เขา
“พี่เมฆจอดตรงนี้ก็ได้ค่ะ” รถหรูจอดสนิท มือบางเปิดประตูลงจากรถทันที เท้าเล็กก้าวเดินอย่างเร่งรีบไปยังจุดนัด
ก่อนหน้านี้โอปอยืมโทรศัพท์ญานาโทรเข้าเบอร์บ้านที่เธออาศัยอยู่กับพ่อและแม่เลี้ยง เพราะรู้อยู่แล้วว่าคนรับสายต้องเป็นป้าแม่บ้านอย่างแน่นอน โดยกำชับว่าห้ามบอกใครเด็ดขาด และให้ฟังเธอพูดฝ่ายเดียวเท่านั้นเผื่อใครผ่านมาได้ยิน รีบสั่งของจำเป็นเพียงแค่ไม่กี่อย่างแล้วกดตัดสายทิ้งทันที
ป้าแม่บ้านมาตามนัด ได้เครื่องเพชรเงินสดและเอกสารสำคัญครบถ้วนตามต้องการ
“คุณหนูจริงๆด้วย หายไปไหนมาคะ รู้มั้ยป้าเป็นห่วงแทบแย่” เสียงนุ่มนวลเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงพลางยื่นกระเป๋าให้เด็กสาวตรงหน้า
“หนูบอกไม่ได้ค่ะป้า เอาเป็นว่าไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”
“ทำไมต้องหนีไปด้วยคะ รู้มั้ยนายท่านโกรธมาก ออกตามหากันให้วุ่น”
“ปอทนอยู่กับผู้ชายวิปริตคนนั้นไม่ได้ค่ะป้า”
“ห๊ะ!วิปริต”
“ชู่ว~อย่าเสียงดังสิคะ”
“แล้วคุณหนูจะหนีพ่อเลี้ยงสิงพ้นหรอ” เท่าที่รู้มาผู้ชายคนนั้นค่อนข้างมีอิทธิพลฐานะร่ำรวยและมีหน้ามีตาในสังคม หล่อนกลัวเหลือเกินว่าเด็กสาวที่รักเหมือนลูกจะจนมุมไร้ทางไป เข้าซักวัน
“ป้าไม่ต้องห่วงนะปอเอาตัวรอดได้ แล้วก็ห้ามบอกใครเด็ดขาดว่ามาเจอปอ”
“ค่ะ...ป้าจะไม่บอกใคร”
“ขอบคุณนะคะป้า ปอต้องไปแล้ว”
“ดูแลตัวเองดีๆนะ”
ร่างบางพยักหน้ารับจากนั้นทั้งสองคนแยกย้ายกัน โอปอกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับมายังรถของพ่อเลี้ยงจอดรออยู่ไม่ไกลมากนัก
“เรียบร้อยแล้วใช่มั้ย” เมฆหันมาถามทันทีที่โอปอขึ้นนั่งบนเบาะข้างคนขับเช่นเดิม สายตาพลางเหลือบมองกระเป๋าในมือเธอเล็กน้อย
“ค่ะ ฉันอยากได้เสื้อผ้ากับของใช้จำเป็น ถ้าไม่เป็นการรบกวน.....” เสียงหวานเอ่ยไม่ทันจบประโยค คอปเตอร์แทรกขึ้นด้วยท่าทีติดหงุดหงิด
“อยากได้อะไรก็รีบๆไปซื้อ! ออกรถสิวะไอ้เมฆ”
“ครับๆ” เมฆตอบรับอย่างเข้าใจ เท้าหนาเหยียบคันเร่งขับรถออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อโอปอซื้อของที่ต้องการจนแล้วเสร็จ เมฆจึงขับรถพาเจ้านายนั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่เบาะด้านหลังไปคุยธุระกับลูกค้า
“โอปอรอในรถก่อนนะ พี่จะตามนายเข้าไปทำธุระด้านใน”
“ค่ะ” โอปอตอบรับอย่างว่าง่าย สายตาหวานมองตามแผ่นหลังหนาของชายหนุ่มทั้งสองคนเดินเข้าไปด้านในร้านอาหารกึ่งบาร์จนลับตา
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป...
“เข้าไปข้างในกัน หิวหรือยัง” เมฆเดินออกมาตามหญิงสาวตามคำสั่งเจ้านายหลังดีลงานกับลูกค้า
“หิวมากก~” เสียงหวานลากยาว เธอพูดไม่เกินจริง ทานข้าวมื้อสุดท้ายตอนเที่ยง จนตอนนี้สามทุ่มแล้ว ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย
“หึหึ!ไปกินข้าวกัน”
“ค่ะ” ร่างบางตอบกลับทันทีไม่คิดนานให้เสียเวลา หิวจนจะกินควายได้ทั้งตัวแล้ว
เข้ามาด้านในสายตาคู่สวยมองสำรวจบรรยากาศของร้านอาหารแห่งนี้ มีลูกค้านั่งเต็มทุกโต๊ะไม่ลืมมองหาคนของภานุ เธอเคยได้ยินชื่อเสียงที่นี่อยู่บ้างแต่ไม่เคยมา เพราะมัวแต่ใช้ชีวิตหลงแสงสีในเมืองหลวงจนไม่อยากกลับบ้าน อีกอย่างไม่อยากกลับมาเห็นพ่ออยู่กับเมียใหม่
“จะยืนอีกนานมั้ย!!” เสียงเข้มเอ่ยขึ้น เรียกให้ร่างบางได้สติหลุดออกจากภวังค์ความคิด รีบทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเจ้านาย
“ขอโทษค่ะ”
“อยากกินอะไรก็สั่ง” จบคำ ร่างสูงดูดีเบนหน้าหนีไปอีกทาง กลัวว่าตัวเองจะเสียอาการอย่างครั้งก่อน
“ค่ะ” เมื่อได้รับอนุญาตจากคนเป็นเจ้านาย โอปอสั่งอาหารเพิ่มสองสามอย่าง แล้วนั่งกินเงียบๆ ส่วนสองหนุ่มนั่งดื่มเหล้าคุยงานกันไปเรื่อยเปื่อย
คอปเตอร์คอยชำเลืองมองโอปอเป็นระยะเพื่อจับพิรุธ พรุ่งนี้ได้เอกสารระบุตัวตนของเธอ คงได้รู้จักกันมากขึ้น
“โอปอดื่มด้วยกันสิ” เมฆพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าเธอกินข้าวอิ่มแล้ว
“ก็ได้ค่ะ” มือเล็กรับแก้วเหล้าสีอำพันมาถือไว้ในมือ ก่อนยกขึ้นดื่มลิ้มลองรสชาติของมัน ทว่าคนตัวเล็กกลับไม่แสดงอาการใดออกมาทางสีหน้า ราวกับว่าเธอนั้นกำลังดื่มน้ำหวานก็ไม่ปาน
แก้วที่หนึ่งหมดไป แก้วสองสามสี่ก็ตามมาติดๆ กระทั่งตอนนี้ดวงหน้าสวยเปลี่ยนสีแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ในเลือดเพิ่มมากขึ้น
“พอแล้วมั้ง” คอปเตอร์เอ่ยปราม ขืนปล่อยให้ดื่มต่อมีหวังได้หิ้วปีกกลับไร่เป็นแน่
“พ่อเลี้ยงเมาแล้วหรอคะ~” เสียงหวานยานครางเอ่ยถามด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มสะกดสายตาคนมอง
“ไม่เมา”
“พ่อเลี้ยงอยากกลับแล้วใช่มั้ยครับ ผมจะได้เรียกพนักงานมาเช็คบิล” เมฆเองก็เริ่มมึนหัวแล้วเหมือนกัน เขาชนแก้วกับโอปอนับครั้งไม่ถ้วน ไม่เมาได้ไง
“กลับ!”
หลังจ่ายเงิน คอปเตอร์ดันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินออกจากโต๊ะ ทว่าเป็นเวลาเดียวกับโอปอลุกขึ้นเช่นกัน ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้คนตัวเล็ก เซถลาจวนเจียนจะล้ม ถ้าไม่มีท่อนแขนแกร่งโอบรั้งเอวบางเอาไว้ เธอได้ล้มก้นกระแทกพื้นเป็นแน่
“ระวังหน่อย” ร่างสูงดูดีพูดบอกทั้งที่ยังแนบชิด จมูกโด่งเผลอสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆของเธอเข้าเต็มปอด ก่อนจะได้สติรีบผละออกห่าง
“ขอโทษค่ะ” ร่างบางก้าวเดินตามออกไปด้านนอก โดยมีเมฆเดินอยู่ข้างหลังคนทั้งสอง