ep.5

1307 Words
“จะคุยกันอีกนานมั้ย ขึ้นรถ!!” คอปเตอร์ลดกระจกลงเอ่ยบอกเสียงเข้มดุดันปนหงุดหงิด ‘จะไปด้วย ทำไมไม่ขึ้นรถ ไม่ร้อนแดดหรือไง’ “พ่อเลี้ยงอนุญาตให้โอปอติดรถไปด้วยมั้ยครับ?” “บอกให้ขึ้นรถได้ยินมั้ยวะ!!” ร่างสูงตวาดลั่น ทำโอปอสะดุ้งโหยง ‘คุยกันแป๊บเดียวเอง..แค่นี้ก็ต้องดุด้วย’ ร่างบางคิดในใจ “ไปขึ้นรถเร็วโอปอ เดี๋ยวโดนกินหัว” “ไอ้สัสเมฆ!!” “คร๊าบ~”เมฆตอบรับด้วยท่าทีทะเล้นแบบที่ชอบทำ รีบพาตัวเองขึ้นรถประจำที่นั่งคนขับ ตามด้วยโอปอนั่งเบาะข้างกัน รถหรูขับออกไปจากไร่อย่างรวดเร็วเพื่อไปยังตัวจังหวัดให้เร็วที่สุด เมฆรู้ใจเจ้านายเป็นอย่างดี ทุกนาทีของเขามีค่า “นัดป้าตรงไหน” “หลังตึกสีเขียวค่ะ” นิ้วเล็กชี้ไปยังตึกกลางเก่ากลางใหม่ ตรงนั้นไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่านมากนัก เธอจึงเลือกบริเวณนี้เป็นจุดนัดพบ “โอเค...แล้วนั่นทำอะไร” เมฆเบนหน้ามองหญิงสาวอย่างไม่เข้าใจ ร่างบางใส่แว่นดำสวมแมสบดบังใบหน้าตามด้วยหมวกแก๊ปยืมมาจากญานา ราวกับว่ากำลังปลอมตัวยังไงอย่างงั้น “ฉันไม่อยากให้ใครเห็นค่ะ กลัวคนพวกนั้นอยู่แถวนี้” “ไม่ใช่ว่าไปสร้างวีรกรรมแย่ๆกับใครมานะ ถึงได้กลัวคนเห็น” คอปเตอร์เอ่ยขึ้นอย่างจับผิด ทำเอาโอปอก้มหน้างุดเม้มปากแน่นเป็นเส้นตรง “พ่อเลี้ยงก็พูดเกินไปครับ” เมฆส่ายหน้าให้กับคำพูดเป็นตุเป็นตะของเจ้านาย “เดี๋ยวมึงโดนอีกคนไอ้เมฆ!”คอปเตอร์เอ่ยคาดโทษ พาคนแปลกหน้าเข้าไร่โดยภาระการยังไม่ได้ลงโทษ ยังกล้าปากดีใส่เขา “พี่เมฆจอดตรงนี้ก็ได้ค่ะ” รถหรูจอดสนิท มือบางเปิดประตูลงจากรถทันที เท้าเล็กก้าวเดินอย่างเร่งรีบไปยังจุดนัด ก่อนหน้านี้โอปอยืมโทรศัพท์ญานาโทรเข้าเบอร์บ้านที่เธออาศัยอยู่กับพ่อและแม่เลี้ยง เพราะรู้อยู่แล้วว่าคนรับสายต้องเป็นป้าแม่บ้านอย่างแน่นอน โดยกำชับว่าห้ามบอกใครเด็ดขาด และให้ฟังเธอพูดฝ่ายเดียวเท่านั้นเผื่อใครผ่านมาได้ยิน รีบสั่งของจำเป็นเพียงแค่ไม่กี่อย่างแล้วกดตัดสายทิ้งทันที ป้าแม่บ้านมาตามนัด ได้เครื่องเพชรเงินสดและเอกสารสำคัญครบถ้วนตามต้องการ “คุณหนูจริงๆด้วย หายไปไหนมาคะ รู้มั้ยป้าเป็นห่วงแทบแย่” เสียงนุ่มนวลเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงพลางยื่นกระเป๋าให้เด็กสาวตรงหน้า “หนูบอกไม่ได้ค่ะป้า เอาเป็นว่าไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” “ทำไมต้องหนีไปด้วยคะ รู้มั้ยนายท่านโกรธมาก ออกตามหากันให้วุ่น” “ปอทนอยู่กับผู้ชายวิปริตคนนั้นไม่ได้ค่ะป้า” “ห๊ะ!วิปริต” “ชู่ว~อย่าเสียงดังสิคะ” “แล้วคุณหนูจะหนีพ่อเลี้ยงสิงพ้นหรอ” เท่าที่รู้มาผู้ชายคนนั้นค่อนข้างมีอิทธิพลฐานะร่ำรวยและมีหน้ามีตาในสังคม หล่อนกลัวเหลือเกินว่าเด็กสาวที่รักเหมือนลูกจะจนมุมไร้ทางไป เข้าซักวัน “ป้าไม่ต้องห่วงนะปอเอาตัวรอดได้ แล้วก็ห้ามบอกใครเด็ดขาดว่ามาเจอปอ” “ค่ะ...ป้าจะไม่บอกใคร” “ขอบคุณนะคะป้า ปอต้องไปแล้ว” “ดูแลตัวเองดีๆนะ” ร่างบางพยักหน้ารับจากนั้นทั้งสองคนแยกย้ายกัน โอปอกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับมายังรถของพ่อเลี้ยงจอดรออยู่ไม่ไกลมากนัก “เรียบร้อยแล้วใช่มั้ย” เมฆหันมาถามทันทีที่โอปอขึ้นนั่งบนเบาะข้างคนขับเช่นเดิม สายตาพลางเหลือบมองกระเป๋าในมือเธอเล็กน้อย “ค่ะ ฉันอยากได้เสื้อผ้ากับของใช้จำเป็น ถ้าไม่เป็นการรบกวน.....” เสียงหวานเอ่ยไม่ทันจบประโยค คอปเตอร์แทรกขึ้นด้วยท่าทีติดหงุดหงิด “อยากได้อะไรก็รีบๆไปซื้อ! ออกรถสิวะไอ้เมฆ” “ครับๆ” เมฆตอบรับอย่างเข้าใจ เท้าหนาเหยียบคันเร่งขับรถออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว เมื่อโอปอซื้อของที่ต้องการจนแล้วเสร็จ เมฆจึงขับรถพาเจ้านายนั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่เบาะด้านหลังไปคุยธุระกับลูกค้า “โอปอรอในรถก่อนนะ พี่จะตามนายเข้าไปทำธุระด้านใน” “ค่ะ” โอปอตอบรับอย่างว่าง่าย สายตาหวานมองตามแผ่นหลังหนาของชายหนุ่มทั้งสองคนเดินเข้าไปด้านในร้านอาหารกึ่งบาร์จนลับตา ครึ่งชั่วโมงผ่านไป... “เข้าไปข้างในกัน หิวหรือยัง” เมฆเดินออกมาตามหญิงสาวตามคำสั่งเจ้านายหลังดีลงานกับลูกค้า “หิวมากก~” เสียงหวานลากยาว เธอพูดไม่เกินจริง ทานข้าวมื้อสุดท้ายตอนเที่ยง จนตอนนี้สามทุ่มแล้ว ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย “หึหึ!ไปกินข้าวกัน” “ค่ะ” ร่างบางตอบกลับทันทีไม่คิดนานให้เสียเวลา หิวจนจะกินควายได้ทั้งตัวแล้ว เข้ามาด้านในสายตาคู่สวยมองสำรวจบรรยากาศของร้านอาหารแห่งนี้ มีลูกค้านั่งเต็มทุกโต๊ะไม่ลืมมองหาคนของภานุ เธอเคยได้ยินชื่อเสียงที่นี่อยู่บ้างแต่ไม่เคยมา เพราะมัวแต่ใช้ชีวิตหลงแสงสีในเมืองหลวงจนไม่อยากกลับบ้าน อีกอย่างไม่อยากกลับมาเห็นพ่ออยู่กับเมียใหม่ “จะยืนอีกนานมั้ย!!” เสียงเข้มเอ่ยขึ้น เรียกให้ร่างบางได้สติหลุดออกจากภวังค์ความคิด รีบทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเจ้านาย “ขอโทษค่ะ” “อยากกินอะไรก็สั่ง” จบคำ ร่างสูงดูดีเบนหน้าหนีไปอีกทาง กลัวว่าตัวเองจะเสียอาการอย่างครั้งก่อน “ค่ะ” เมื่อได้รับอนุญาตจากคนเป็นเจ้านาย โอปอสั่งอาหารเพิ่มสองสามอย่าง แล้วนั่งกินเงียบๆ ส่วนสองหนุ่มนั่งดื่มเหล้าคุยงานกันไปเรื่อยเปื่อย คอปเตอร์คอยชำเลืองมองโอปอเป็นระยะเพื่อจับพิรุธ พรุ่งนี้ได้เอกสารระบุตัวตนของเธอ คงได้รู้จักกันมากขึ้น “โอปอดื่มด้วยกันสิ” เมฆพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าเธอกินข้าวอิ่มแล้ว “ก็ได้ค่ะ” มือเล็กรับแก้วเหล้าสีอำพันมาถือไว้ในมือ ก่อนยกขึ้นดื่มลิ้มลองรสชาติของมัน ทว่าคนตัวเล็กกลับไม่แสดงอาการใดออกมาทางสีหน้า ราวกับว่าเธอนั้นกำลังดื่มน้ำหวานก็ไม่ปาน แก้วที่หนึ่งหมดไป แก้วสองสามสี่ก็ตามมาติดๆ กระทั่งตอนนี้ดวงหน้าสวยเปลี่ยนสีแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ในเลือดเพิ่มมากขึ้น “พอแล้วมั้ง” คอปเตอร์เอ่ยปราม ขืนปล่อยให้ดื่มต่อมีหวังได้หิ้วปีกกลับไร่เป็นแน่ “พ่อเลี้ยงเมาแล้วหรอคะ~” เสียงหวานยานครางเอ่ยถามด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มสะกดสายตาคนมอง “ไม่เมา” “พ่อเลี้ยงอยากกลับแล้วใช่มั้ยครับ ผมจะได้เรียกพนักงานมาเช็คบิล” เมฆเองก็เริ่มมึนหัวแล้วเหมือนกัน เขาชนแก้วกับโอปอนับครั้งไม่ถ้วน ไม่เมาได้ไง “กลับ!” หลังจ่ายเงิน คอปเตอร์ดันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินออกจากโต๊ะ ทว่าเป็นเวลาเดียวกับโอปอลุกขึ้นเช่นกัน ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้คนตัวเล็ก เซถลาจวนเจียนจะล้ม ถ้าไม่มีท่อนแขนแกร่งโอบรั้งเอวบางเอาไว้ เธอได้ล้มก้นกระแทกพื้นเป็นแน่ “ระวังหน่อย” ร่างสูงดูดีพูดบอกทั้งที่ยังแนบชิด จมูกโด่งเผลอสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆของเธอเข้าเต็มปอด ก่อนจะได้สติรีบผละออกห่าง “ขอโทษค่ะ” ร่างบางก้าวเดินตามออกไปด้านนอก โดยมีเมฆเดินอยู่ข้างหลังคนทั้งสอง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD