โอปอไม่ยืนรอให้เสียเวลา รีบสับเท้าวิ่งออกจากห้องไปไม่แม้แต่หันกลับไปมองด้วยซ้ำ ร่างบางก้าวเท้าออกจากลิฟต์อย่างเร่งรีบตรงไปยังประตูโรงแรม ทั้งที่เธอไม่ได้สวมใส่รองเท้าและยังอยู่ในชุดเจ้าสาว เงินติดตัวซักบาทก็ไม่มี แต่ใครสนกันล่ะ...นาทีนี้ต้องไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ไปตายเอาดาบหน้าก็แล้วกัน หวังว่าผู้ชายคนนั้นกับลูกน้องจะตามมาไม่ทัน
ในขณะที่เท้ายังคงวิ่งไม่หยุดพัก หัวสมองพลางคิดว่าควรพาตัวเองไปหลบที่ไหนดี จะกลับบ้านก็ไม่ได้เพราะถ้าพ่อรู้ต้องส่งเธอกลับไปให้ไอ้โรคจิตนั่นแน่
"ไปไหนดีนะ" ร่างบางบ่นพึมพำกับตัวเอง ทว่า ทันได้นั้นเสียงตะโกนดังจากทางด้านหลังเช่นกัน เรียกให้โอปอหันไปมอง
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!" เสียงเข้มของชายฉกรรจ์ตะโกนลั่น กลุ่มคนนับสิบกำลังวิ่งตามเธอมาคาดว่าเป็นลูกน้องของชายคนนั้น
"ยังจะตามมาอีก" เท้าเล็กเร่งความเร็วอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เธอก้าวไปยังถนนเบื้องหน้าโดยไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีรถกระบะขับมาพอดี
เอี๊ยด!!
ล้อยางรถยนต์เสียดสีไปกับพื้นถนนจนเกิดเสียงดังสนั่น ก่อนที่รถคันนั้นจะจอดสนิทลงตรงหน้าโอปอที่ยืนยกมือขึ้นปิดหน้าอยู่ในอาการตกใจไม่ต่างจากคนขับรถ เธอรีบหนีคนพวกนั้นจึงไม่ทันมองจนเกือบถูกรถชน
"คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ?" เมฆเอ่ยถามขณะก้าวลงจากรถ โชคดีเขาขับรถไม่เร็วมากนักจึงเหยียบเบรคได้ทัน ไม่เช่นนั้นเธอคนนี้คงได้นอนกลิ้งกินน้ำแดงบนถนนเป็นแน่
"พี่ช่วยด้วยค่ะ...มีคนตามฆ่าฉัน" เสียงหวานเอื้อนเอ่ยแทบไม่เป็นภาษาด้วยอาการเหนื่อยหอบปนหวาดกลัว พร้อมเดินเข้าไปใกล้คนมาใหม่ ดูยังไงเขาก็ไม่น่ากลัวเท่าคนพวกนัั้น
"ตามฆ่างั้นหรอ?" เมฆเลิกคิ้วถาม พลางกวาดสายตามองร่างบางตรงหน้า
"ค่ะ... ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว พวกนั้นตามมานู้นแล้ว" โอปอบุ้ยปากเชิงบอกให้เขามองตาม
"ขึ้นรถเลย" เมฆเอ่ยบอก พร้อมกับพาตัวเองกลับขึ้นไปประจำที่นั่งคนขับ ก่อนเหยียบคันเร่งขับรถกระบะออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว กระทั่งมั่นใจว่าไม่มีใครตามมาจึงลดความเร็วลง เพราะถนนเส้นนี้เป็นเนินเขาคดเคี้ยวอีกด้านติดหน้าผ่าสูงชันหากประมาทอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ภายในรถเกิดความเงียบขึ้น โอปอนั่งบีบมือตัวเองแน่นจนชื้นเหงื่อ ‘หวังว่าฉันจะไม่โชคร้าย หนีเสือปะจระเข้ นะ’
"พวกนั้นคงตามมาไม่ทันแล้ว ไหนเธอลองบอกมาสิว่า ทำไมถึงถูกตามฆ่า" เป็นเมฆเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ พลางหันมองหญิงสาวสลับกับถนนเบื้องหน้า ‘หน้าตาก็ดีคงไม่ใช่นกต่อหรอกมั้ง’
"เฮ้ออ..คนพวกนั้นเป็นลูกน้องของเจ้าบ่าวฉันเอง....เราสองคนแต่งงานทั้งที่ไม่ได้รักกัน"
"..." เมฆพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ มองจากชุดที่เธอใส่ คงจะเป็นเจ้าสาวหมาดๆอย่างที่ว่าจริงๆนั่นแหละ
"เขาไม่ปกติเหมือนคนทั่วไปไง...ฉันรับไม่ได้ก็เลยหนีออกมา" โอปอเล่าเหตุการณ์ที่เธอประสบพบเจอให้กับชายแปลกหน้าฟังอย่างไม่ปิดบัง อย่างน้อยเขาก็ยอมช่วยเธอให้หนีพ้นจากกลุ่มคนพวกนั้น
"คุณจะให้ผมไปส่งที่ไหน" เมฆเอ่ยถามสายตาคมมองหญิงสาวสลับกับถนนเบื้องหน้า
"..." ร่างบางส่ายหน้าไปมาเป็นพัลวัน เธอไม่มีที่ไป เพื่อนก็ไม่มี ญาติยิ่งไปหาไม่ได้ ตอนนี้ไม่อยากให้คนรู้จักรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน
"อ้าว~"
“ฉันไม่มีที่ไป”
“ให้ผมไปส่งสถานีตำรวจมั้ย”
“ไม่ค่ะ...ฉันไม่อยากกลับไปอยู่กับคนพวกนั้นอีก”
“แล้วจะเอายังไงล่ะครับ” เมฆมืดแปดด้านคิดอะไรไม่ออกทำได้เพียงนั่งเงียบๆรอฟังสาวเจ้า
"พี่พอจะมีงานให้ทำมั้ยคะ งานอะไรก็ได้ฉันทำได้หมด"
"..." เมฆนิ่งไปอย่างคนกำลังใช้ความคิด ก่อนให้คำตอบ "ไปอยู่ที่ห้องพักคนงานก่อนแล้วกัน พรุ่งนี้ผมจะลองหางานให้ ว่าแต่...เรียนจบอะไรมาล่ะ" ถ้ารู้เรื่องการศึกษาจะได้ช่วยหางานให้เธอง่ายขึ้น
"จบบัญชีค่ะ"
"โอเค...ตามนี้นะ" เมฆหันกลับไปตั้งใจขับรถเช่นเดิม ไม่นานรถกระบะก็เลี้ยวเข้าถนนเล็กๆสองข้างทางเป็นป่ารกทึบไม่มีไฟส่องสว่างข้างทางมีเพียงแสงไฟจากหน้ารถเท่านั้น บรรยากาศเริ่มน่ากลัวโอปอกวาดสายตามองผ่านกระจกพลันเหลือบมองชายหนุ่มอย่างไม่ไว้ใจ จนคนถูกมองจับสังเกตได้
“เป็นอะไร?”
“พี่จะไม่พาฉันไปฆ่าหมกป่าใช่มั้ย”
“หึหึ” เมฆกลั้วหัวเราะในลำคอ ไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไป ‘เมื่อกี้ยังอยากมาด้วยอยู่เลย จู่ๆ กลัวกันซะงั้น ไม่ทันแล้วมั้งสาวน้อย’ ขับรถมาไกลหลายกิโล ก่อนปรากฏป้ายขนาดใหญ่บ่งบอกสถานที่อย่างชัดเจน 'ไร่กาแฟคอปเตอร์'
เมฆพาหญิงสาวเดินมายังห้องแถวสำหรับคนงาน คืนนี้คงช่วยได้เท่านี้ พรุ่งนี้จะยังไงค่อยว่ากัน เขาเองก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว
"ในห้องมีที่นอน หมอน ผ้าห่ม พัดลม นอนได้ใช่มั้ย" ที่ถามเพราะมองดูก็รู้ ว่าเธอคนนี้คงไม่ใช่ลูกชาวไร่ชาวสวนธรรมดาแน่
"ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ"
เมื่อชายหนุ่มเดินจากไป โอปอรีบเข้าไปในห้องปิดประตูล็อคอย่างแน่นหนา ร่างบางระหงในชุดเจ้าสาวเอนตัวลงนอนบนที่นอนปิคนิคขนาดเล็ก ไม่นานก็ผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า