“พ่อเลี้ยง พ่อเลี้ยง” เมฆเอ่ยเรียกเมื่อเห็นเจ้านายนั่งมองเอกสารในมือนิ่งๆไม่ขยับเขยื้อนนานนับนาที
“…”
“พ่อเลี้ยงครับ!!” เมฆตะโกนเสียงดัง มือสากยื่นจับไหล่หนาอย่างถือวิสาสะเพื่อเรียกสติเจ้านาย ทำคอปเตอร์สะดุ้งหลุดออกจากภวังค์ความคิดพลันจ้องมองลูกน้องอย่างคาดโทษ
“มึงจะแหกปากทำไมไอ้เมฆ” ร่างสูงพยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติที่สุด ไม่ให้ลูกน้องจับสังเกตได้
“ผมเรียกตั้งหลายครั้งแล้ว พ่อเลี้ยงเอาแต่นั่งเหม่อ”
“มีอะไร!?” เสียงทุ้มเรียบนิ่งตั้งคำถามให้ลูกน้องเป็นฝ่ายตอบ พร้อมกับวางกระดาษในมือลงบนพื้นโต๊ะราวกับว่าไม่ใส่ใจ
“เย็นนี้มาดื่มกับพวกผมมั้ยครับ วันนี้เงินออก” เมฆเอ่ยชวนเจ้านายเฉกเช่นทุกครั้ง วันเงินเดือนออกและก่อนวันหยุดสุดสัปดาห์เมฆกับเพื่อนหัวหน้าคนงานสองสามคนมักตั้งวงดื่มกินสังสรรค์กันภายในไร่ผ่อนคลายความเหนื่อยเมื่อยล้าจากการทำงานที่สะสมมาทั้งสัปดาห์
“อืม... มีเอกสารต้องเซ็นอีกมั้ยกูว่าจะกลับเข้าบ้าน”
“ไม่มีแล้วครับ เชิญพ่อเลี้ยงตามสบายครับ”
มือหนาวางปากกาลงบนโต๊ะ ดันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สาวเท้าเดินออกจากห้อง ไม่ลืมแอบมองหญิงสาวร่างเล็กกำลังก้มหน้าทำงานอย่างตั้งใจ
ช่วงค่ำของวันคอปเตอร์มาตามคำชวนของลูกน้อง นอกเวลางานหากไม่มีกิจสำคัญนอกไร่ เขามักจะมานั่งดื่มกับเมฆและหัวหน้าคนงานอีกสองสามคนเป็นประจำ
“นั่งก่อนครับพ่อเลี้ยง ญานาชงเหล้าแก้วใหม่ให้หน่อย” เมฆหันไปบอกน้องสาวที่นั่งร่วมวงอยู่ด้วย
“โอปอก็มาดื่มกับเขาด้วยหรอ” คอปเตอร์เอ่ยขึ้น ทำเอาทุกคนในวงหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ปกติพ่อเลี้ยงแทบไม่เคยพูดคุยกับใครหากไม่สนิท แต่กลับทักโอปอก่อน
“ค่ะ..เบื่อๆ ออกมานั่งคุยกับพี่ๆสนุกดี” เสียงหวานตอบยิ้มๆ พลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม พวงแก้มใสเริ่มเปลี่ยนสีแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ก่อนหน้านี้เธอดื่มเข้าไปหลายแก้ว น้ำเมานี่แหละจะช่วยให้ชีวิตมีสีสันมากขึ้น
คอปเตอร์นั่งลงฝั่งตรงข้ามโอปอ มือหนารับแก้วเหล้าจากญานายกขึ้นดื่ม บางเวลาสายลมพัดผ่านหอบกลิ่นหอมเฉพาะตัวเธอลอยมาแตะจมูก ‘ใช้น้ำหอมอะไร’ วันก่อนที่ร้านอาหาร กลิ่นหอมแบบนี้ติดเสื้อเขามาถึงบ้าน เขาจำได้ดี
“มาดื่มด้วยกันบ่อยๆได้เลยนะโอปอ พวกเราเป็นกันเองอยู่แล้ว” ภูผาหัวหน้าคนงานเพื่อนสนิทเมฆพูดขึ้นด้วยท่าทีเป็นมิตร
“ค่ะ”
“พวกพี่คุยสนุก รับรองหายเครียด”
“ฮ่าๆ ดื่มได้เต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจ” ‘หนึ่ง’ชายหนุ่มผิวสีแทนหัวหน้าคนงานอีกคนพูดบอกหญิงสาวหน้าใหม่ พร้อมกับยกแก้วเหล้าขึ้นชนกับแก้วของโอปอเชิงบอกให้เธอทำแบบนั้นเช่นกัน
“พ่อเลี้ยงหิวน้ำหรอครับ” เป็นเมฆแทรกขึ้นมาบ้าง ก็เจ้านายเอาแต่ยกแก้วกระดกจนญานารินเหล้าแทบไม่ทัน ราวกับว่าหิวกระหายเสียเต็มประดา
“กูกลัวตามพวกมึงไม่ทัน” ก่อนหน้าที่เขาจะมาร่วมวง พวกนี้คงดื่มไปหลายแก้วแล้ว
“ถ้าพ่อเลี้ยงเมาพวกผมไปส่งไม่ไหวนะครับ เพราะพวกผมก็เมาเหมือนกัน”
“ดื่มเก่งหรือไง” คอปเตอร์เอ่ยถามโอปอเลิกให้ความสนใจคนอื่น
“ไม่เก่งหรอกค่ะพ่อเลี้ยง หมดแก้วนี้คงต้องพักก่อน เดี๋ยวเดินกลับห้องไม่ไหว”
นั่งดื่มพูดคุยกันอย่างถูกคอ กระทั่งเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ทุกคนต่างเมามายจึงแยกย้ายกันกลับห้องพัก รวมถึงคอปเตอร์ก็พาตัวเองกลับมาบ้านเช่นกัน
ทว่า จู่ๆหัวสมองฉุกคิดถึงใบหน้าสวยของโอปอขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ รอยยิ้มหวานหยดที่มักส่งให้ยามตอบคำถามเขา ทำหัวใจแกร่งเต้นแรงทุกครั้งไป ตอนนี้ก็เช่นกันจนเขาต้องยกมือขึ้นวางทาบลงบนแผงอกเปลือยเปล่าพยายามควบคุมให้มันกลับมาเป็นปกติ แต่ไม่เป็นผล
“ยัยแม่มดเอ๊ย!” เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับตัวเอง ไม่ใช่แค่หัวใจเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง เพียงแต่ตอนนี้ ลูกชายแสนรักที่เคยหลับไหลอ่อนปวกเปียกก็พลันแข็งขืนขึ้นมาซะอย่างนั้น ให้ตายเถอะ! ดึกดื่นในไร่แบบนี้จะไปหาสาวๆที่ไหนมาสนองความใคร่กันล่ะ นอกจากนิ้วเรียวยาวทั้งห้าของตัวเอง ร่างสูงรีบสาวเท้าเข้าไปในห้องน้ำเพราะเจ้าลูกชายตัวดีไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนลงง่ายๆ
กว่าจะเสร็จสมสบายตัวกินเวลานานหลายนาที เพราะยัยตัวเล็กนั่นแท้ๆทำให้เขาต้องมาทำอะไรแบบนี้ แม่ง!
หลายวันต่อมา...
คอปเตอร์เข้าไปทำงานในออฟฟิศทุกวันก่อนเข้าไร่ ทั้งที่เมื่อก่อนแทบไม่เคยย่างกายเข้าไปเลยด้วยซ้ำเรียกได้ว่านับครั้งได้ เพียงเพราะตอนนี้เขาต้องการสอดส่องดูความประพฤติของโอปอ เผื่อว่าเธอจะเผยธาตุแท้ออกมาให้ได้เห็น จะได้ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม
“พ่อเลี้ยงครับผมขอพาญานาไปหาหมอก่อนได้มั้ยครับ ไข้ขึ้นตลอดเวลา กินยาก็ไม่ดีขึ้นเลยครับ” บ่ายแก่ๆของวัน เมฆจำเป็นต้องลางานเพราะน้องสาวเพียงคนเดียวเกิดป่วยหนัก
“อืม...ไปเถอะ นี่เงินเก็บไว้จ่ายค่ารักษาพยาบาล” คอปเตอร์เปิดลิ้นชักหยิบเงินสดจำนวนหนึ่งยื่นให้ลูกน้อง
“ขอบคุณครับ”
ให้หลังเมฆเดินจากไปคอปเตอร์เองก็ก้าวเท้าออกจากห้องไปเช่นกันเพื่อเข้าไปดูคนงานในไร่เฉกเช่นทุกวัน
“โอปอ”
“คะ?”
“ฉันจะเข้าไร่ ช่วยไปจดรายงานแทนไอ้เมฆที” เสียงทุ้มเอ่ยบอก ขณะเดินมาหยุดยืนหน้าโต๊ะทำงานของหญิงสาว ตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนในออฟฟิศ โดยเฉพาะชมพู่จ้องมองด้วยสายตาริษยาอย่างเปิดเผย แต่ทว่า กลับไม่กล้าพูดอะไรออกมาเพราะพ่อเลี้ยงไม่เคยสนใจหรือมีความสัมพันธ์เกินเลยกับคนงานในไร่ หล่อนจึงทำได้เพียงนั่งมองเงียบๆเท่านั้น
“ได้ค่ะ” มือบางเลื่อนจับเม้าส์กดปิดคอมพิวเตอร์ หยิบหมวกและสมุดจดบันทึก เดินตามเจ้านายหนุ่มออกไป ขึ้นรถกระบะด้านนอก
คอปเตอร์ขับรถเข้ามาในไร่เพื่อดูต้นกาแฟที่กำลังออกผล โดยมีโอปอและหัวหน้าคนงานเดินตาม หญิงสาวทำงานที่ได้รับมอบหมายได้เป็นอย่างดี แถมยังเป็นขวัญใจของคนงานในไร่ เพราะคำพูดคำจาและกิริยาท่าทางนอบน้อม ทำให้เหล่าคนงานชายหญิงต่างเอ็นดูในความน่ารักของเธอ
“หนูเพิ่งมาทำงานที่ไร่หรอจ๊ะ”
“ใช่ค่ะป้า...ตรงนี้เป็นต้นกาแฟทั้งหมดเลยหรอคะ?”
“จ้ะ...ท้ายไร่ตรงนู้นพ่อเลี้ยงปลูกผลไม้ไว้หลายอย่างเลยนะ ตอนนี้กำลังออกผลเต็มต้น” มือเหี่ยวย่นมีริ้วรอยตามวัยชี้ไปยังทิศทางที่ว่าให้เด็กสาวมองตาม
“หืม...ว่างๆต้องขอพ่อเลี้ยงเดินไปดูซักหน่อยแล้ว”
“เดินไปไม่ไหวหรอกหนู มันไกลมาก ต้องขับรถหรือขี่จักรยานไปลูก”
“ไกลขนาดนั้นเลย?” โอปอมองตามทางกลางไร่ไกลสุดลูกหูลูกตา ไม่รู้เลยว่าพื้นที่แห่งนี้สิ้นสุดตรงไหน ‘ท่าจะจริง แฮะ!’
“มานี่โอปอ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นขัด เรียกให้โอปอหลุดจากภวังค์ความคิด
“ค่ะพ่อเลี้ยง”
“จดว่า ใส่ปุ๋ยวันที่30 เพาะต้นกล้าเพิ่ม400ต้น” โอปอพยักหน้ารับ จรดปลายปากกาลงบนสมุดบันทึกตามคำบอกของพ่อเลี้ยงอย่างครบถ้วน
ทุกการกระทำของคนตัวเล็กตกอยู่ในสายตาของพ่อเลี้ยงหนุ่มทั้งหมด ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้มมุมปากอย่างลืมตัว ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติโดยไม่มีใครสังเกตเห็น
“ฝากดูแลต่อด้วยนะครับ ผมขอตัวก่อน” อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการแก้ไขต้นกาแฟที่ให้ผลผลิตน้อยและการดูแลให้คนงานฟังอย่างละเอียด คอปเตอร์ก็ขับรถออกจากไร่ไปส่งโอปอที่ห้องพัก
“พอทำได้หรือเปล่า”
“ได้ค่ะ สบายมาก”
“ช่วงนี้ไอ้เมฆต้องดูแลญานา คงไม่ได้เข้าไร่” ร่างสูงอธิบาย
“ค่ะ...ฉันไปกับพ่อเลี้ยงแทนพี่เมฆก็ได้ ถ้าพ่อเลี้ยงต้องการให้ฉันช่วยอะไรบอกได้เลยนะคะ”
“...” คอปเตอร์พยักหน้ารับขณะที่รถจอดสนิทหน้าห้องพักพอดี
ร่างบางเปิดประตูก้าวลงจากรถ เดินมาไขกุญแจเปิดประตูห้องก่อนจะพาตัวเองเข้าไปอาบน้ำทำธุระส่วนตัวหลังจากทำงานตากแดดครึ่งวันจนถึงเย็น