บทที่ 8 - เข้าทางผู้ใหญ่ (เปิดตัวกับครอบครัว) (จบตอน)

1281 Words
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ เป็นวันหยุดของพ่อ พี่อชิมาถึงบ้านฉันตั้งแต่แปดโมงกว่า เมื่อคืนฉันเกริ่นเรื่องราวระหว่างเราสองคนให้ท่านได้รับรู้ไปบ้างแล้ว แต่ไม่รู้ว่าถ้าเจอกับเจ้าตัวท่านจะว่ายังไงบ้าง ต้องมาลุ้นกันล่ะนะ “พี่อชิ” ฉันยิ้มร่าเมื่อเห็นรถยนต์คันหรูแสนคุ้นเคยค่อยๆ ขับมาจอดเทียบริมฟุตบาทหน้าบ้าน “เขามาแล้วเหรอลูก” เสียงของแม่เอ่ยถาม “ค่ะแม่” ฉันหันไปตอบแม่ ก่อนจะรีบวิ่งไปเปิดประตูบ้านให้กับผู้มาเยือน “พ่อกำลังรอพี่อยู่ข้างในค่ะ” วันนี้เขาแต่งตัวดูดีมีกาลเทศะกว่าทุกครั้ง สวมเสื้อเชิตสีขาวสะอาดตาติดกระดุมทุกเม็ด (ยกเว้นกระดุมคอเม็ดบนสุด) สวมกางเกงยีนส์ขายาวสีดำ ทรงผมก็เซ็ตมาราวกับว่าจะไปสัมภาษงานที่ไหน เห็นเขาในลุคนี้ก็แปลกตาไปอีกแบบ เพราะปกติพี่อชิเขาจะมาแนวแบดๆ เท่ๆ แต่งตัวแนวโทนดำเทาหลุดโลกไม่แคร์สื่อ แถมยังชอบใส่ต่างหูนั่นนี่ราวกับเปิดช็อปขาย “พี่โอเคยัง” ลงจากรถได้ก็รีบถามหาความเรียบร้อยจากฉัน “สุดยอดพี่” ฉันยกนิ้วโป้งให้ นี่ถ้าไม่ติดว่าเขามาคุยธุระกับพ่อของฉันนะ ฉันคงลงไปนอนขำกลิ้งกับพื้นอ่ะ ดูไม่ใช่เขาเลยจริงๆ “มาแล้วก็เข้าไปข้างในกันเถอะลูก พ่อเขารออยู่” น้ำเสียงใจดีของแม่เอ่ยขึ้น ฉันเลยจูงมือพี่อชิให้เดินตามเข้ามาภายในบ้าน ร่างสูงใหญ่ของพ่อนั่งหน้านิ่งคิ้วขมวดอยู่บนโซฟาที่ห้องรับแขก ทันทีที่ท่านเห็นฉันจูงมือพี่อชิเดินเข้ามา เหตุการณ์แบบนี้จึงเกิดขึ้น “อะแฮ่ม” พ่อแสร้งกระแอมไอขึ้นมา ฉันรีบปล่อยมือจากมือหนาโดยปริยาย พี่อชิเองก็มีสีหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย “เข้ามาใกล้ๆ สิ” เสียงเข้มทรงอำนาจเอ่ย ฉันค่อยๆ คลานเข่าเข้าไปหาคนที่นั่งหน้านิ่งถมึงทึง พี่อชิที่คลานตามมาก็หยุดอยู่ข้างๆ ฉัน ร่างสูงกระซิบกระซาบกับฉันให้ได้ยินกันแค่สองคน “ไหนบอกว่าคุณพ่อโอเคไง แล้วทำไม…” “หนูไม่รู้” ฉันกัดฟันตอบกลับไป ก็ตอนแรกที่ฉันเกริ่นเรื่องนี้ไปท่านก็ยังยิ้มแย้มอยู่เลย แล้วไหงตอนนี้มันเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ล่ะ “สวัสดีครับคุณพ่อ” พี่อชิยกมือไหว้าอย่างนอบน้อม แต่ทว่า “ใครเป็นพ่อนาย ฉันมีลูกสาวแค่คนเดียว” ตอบเสียงเรียบแต่ฆ่าตายทุกศพ “คุณพี่คะ อย่าเอ็ดใหญ่โตไปเลยค่ะ เดี๋ยวเด็กๆ จะกลัวเสียเปล่าๆ” แม่ที่นั่งอยู่ข้างช่วยปรามพ่อให้ ขอบคุณสวรรค์ที่ดลบันดาลให้แม่อยู่ตรงนี้ “วันนี้ผมมาขอเอ่อ” อยู่ดีๆ พี่อชิก็ติดอ่างขึ้นมาซะงั้น ฉันก็พลอยลุ้นจนตัวเกร็งไปหมด หวังว่าเขาคงไม่ตื่นเต้นจนทำเสียฤกษ์หรอกนะ “ขออะไรก็ว่ามาสิ ฉันรอฟังอยู่” เสียงเข้มเอ่ย แววตาไม่หลงเหลือความเป็นมิตรเหมือนทุกครั้ง “คือว่า” คนข้างกายฉันสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะเริ่มร่ายยาว “ผมกับเปียโนเราสองคนคบหาดูใจกันมาเป็นระยะเวลากว่าเจ็ดเดือนแล้วครับ แต่ที่ยังไม่ได้บอกกับคุณพ่อและคุณแม่นั่นก็เป็นเพราะว่าผมเห็นเปียโนเขายังไม่พร้อมในหลายๆ อย่าง แต่วันนี้ผมพร้อมแล้วครับที่จะมากราบคุณพ่อและคุณแม่ทั้งสอง ผมจะมาขออนุญาติคุณพ่อและคุณแม่เรื่องเปียโน ขอโอกาสให้ผมได้คบกับเธอต่อไปนะครับ ผมสัญญาว่าผมจะไม่มีวันทำให้เปียโนเสียใจ ผมจะดูแลและให้เกียรติเธอเป็นอย่างดีที่สุด” คำพูดของคนร่างสูงช่างดูจริงจังกว่าทุกครั้ง ทำเอาฉันแอบตื้นตันใจ “นายพูดเหมือนกับว่าจะมาสู่ขอลูกสาวฉันงั้นแหละ” “ก็ผมจริงจังกับเปียโนนี่ครับ ผมไม่เคยสนใจหรือให้เกียรติผู้หญิงคนไหนเท่าเธอมาก่อน เปียโนเป็นคนแรก” ประโยคหลังนี่พี่อชิหันหน้ามาหาฉัน จงใจพูดเสียงหวานกับฉัน ฉันนั่งอมยิ้ม “นี่ขนาดให้เกียรตินะ ยังแอบคบกันโดยไม่บอกผู้หลักผู้ใหญ่ตั้งหลายเดือน” เสียงของพ่อต่อว่า ฉันเห็นพี่อชิหน้าเจือนลงเลยเอื้อมมือไปจับมือของเขาเอาไว้ เพียงเท่านั้นแหละ “อะแฮ่ม” เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น “ต่อหน้าต่อตา” พ่อจ้องตาเป็นมัน “คุณพี่คะ” แม่ปรามพ่ออีกครั้ง คราวนี้พ่อถอนหายใจออกมา ก่อนจะพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ “ตกลงคบกันอยู่?” “ค่ะพ่อ” ฉันยิ้มแหยๆ “แต่เรายังเด็ก” “ผมสัญญาครับว่าผมจะไม่ทำให้เปียโนเสียหายแม้แต่นิดเดียว” พี่อชิรีบพูดแทรก “ฟังฉันให้จบก่อนเถอะ” คนพูดตำหนิ “ฉันแค่จะบอกว่าลูกฉันยังเด็ก ถึงปีหน้าจะเข้ามหา’ลัยแล้วก็ตาม แต่สำหรับฉันเขาก็ยังเด็กมากอยู่ดี คบน่ะคบได้ แต่ต้องให้อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ ห้ามไปแอบคบแอบเจอกันแบบลับๆ ล่อๆ เหมือนแต่ก่อนอีก เข้าใจไหม” ถ้าพ่อพูดแบบนี้ก็หมายความว่า “ใช่ พ่ออนุญาติ” เหมือนท่านจะรู้ความคิดของฉัน ฉันหันไปยิ้มกว้างกับคนข้างกาย พี่อชิดูมีสีหน้าที่สดชื่นมากขึ้น ร่างสูงยิ้มหวานส่งให้ฉันเช่นกัน “แต่” เสียงเข้มพูดขึ้นมาอีก “อย่างที่บอก ห้ามทำอะไรเสียหาย นายสัญญากับฉันได้ไหมว่าจะไม่ทำอะไรเกินงาม โดยเฉพาะพวกประเภทชิงสุกก่อนห่าม” “สัญญาครับ!” พี่อชิหนักแน่น พ่อพยักหน้ารับรู้ “แล้วพ่อแม่ของเราล่ะ ท่านรู้เรื่องนี้หรือยัง” แม่ที่นั่งอยู่นานเอ่ยถามพี่อชิ “ผมอยู่ไทยคนเดียวครับ ครอบครัวอยู่ที่ญี่ปุ่นกันหมด” “หือ?” แม่ทำหน้างุนงง “ผมเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นน่ะครับ มาเรียนที่นี่” พี่อชิอธิบายเพิ่มเติม “อ้อ ถึงว่าล่ะ หล่อเชียว” แม่เอ่ยยิ้มๆ ก่อนจะเบนสายตามาทางฉัน “ตาถึงนะเราอ่ะ เข้าใจเลือกลูกเขยให้พ่อกับแม่” คำพูดของแม่ทำเอาใบหน้าฉันร้อนวูบวาบ “แม่ก็…” “ใครบอกเธอว่าพี่จะให้ไอ้หนุ่มนี่มาเป็นลูกเขย” พ่อหันไปดุแม่กรายๆ แต่มันเป็นการดุแกมเล่นมากกว่าจริงจัง “ฮ่าๆ คุณพี่ก็” คนถูกว่าไม่สลด กลับเปล่งเสียงหัวเราะออกมาแทน “เอาเป็นว่าเราคุยกันเสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ” หันไปถามคนข้างกาย พ่อพยักหน้าแทนคำตอบ ท่านเลยหันมาหาเราทั้งสอง “เดี๋ยวอยู่กินข้าวเที่ยงกันก่อนนะลูก เรารีบไปไหนหรือเปล่า” “ไม่ครับ วันนี้ผมว่าง” คนพูดยิ้มกว้าง “งั้นเปียโนเข้าไปช่วยแม่ในครัวทีลูก ปล่อยให้หนุ่มๆ เขาอยู่คุยกันตามประสา” “ค่ะแม่” ฉันปลีกตัวเข้าไปช่วยแม่ทำอาหารเที่ยงในครัว บางทีก็แอบมองสองหนุ่มน้อยกับอีกหนุ่มใหญ่ที่เริ่มพูดคุยกันถูกคอมากขึ้น ใบหน้าของพี่อชิแปดเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มของความจริงใจ พ่อเองก็ดูเมตตาเขามากกว่าตอนแรก บรรยกาศภายในบ้านเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะครื้นแครง วันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งวันที่ฉันมีความสุขมากเหลือเกิน การที่มีพี่อชิเข้ามาในชีวิต มันรู้สึกดีจริงๆ นะ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD