ตอนที่ 9

3136 Words
มาเฟียจ้าวชีวิต Writer : Aile'N ตอนที่ 9  ของขวัญเดินเข้าห้องมาด้วยหัวใจพองโตนิดๆ แต่นั่นก็ไม่ทำให้หายซึมได้ เธอเดินมานั่งที่โซฟาริมกำแพงกระจก วางรูปกับโกศกระดูกแม่ลงข้างตัวก่อนลุกขึ้นรูดม่านผืนใหญ่เปิดออก แล้วกลับมานั่งกอดรูปแม่เหม่อมองออกไปโดยไม่มีจุดโฟกัสของสายตา เธอคิดถึงทั้งแม่และพ่อ การเป็นลูกคนเดียวซ้ำไม่มีญาติทำให้เธอไม่เหลือใครอย่างสมบูรณ์ ที่นี่ก็ไม่ใช่ที่ของเธอ.. ไม่รู้จะฝากชีวิตไว้ได้สักแค่ไหน แต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่ได้เจอกับโทโมยะ.. ถึงจะไม่รู้ว่าเขาพาเธอมาที่นี่ทำไมและผู้คนที่นี่จะน่ากลัวขนาดไหน แต่เธอก็รู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ๆ เขา เขาทำดีกับเธอทั้งที่ไม่มีความจำเป็น เธอไม่มีค่าหรือทำประโยชน์อะไรให้เขาได้เลยสักนิด แต่เขาก็ยังใจดีกับเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ จนถึงตอนนี้.. อ่า.. สัมผัสอุ่นๆ เมื่อสักครู่นี้เริ่มจางหายไปแล้ว แต่ของขวัญกลับอยากได้รับมันอีกครั้ง.. อีกครั้งและอีกครั้ง! เธอรู้ว่าไม่สมควรที่จะไปหาอีกฝ่ายในเวลาดึกดื่นแบบนี้ แต่เธออยากมีเพื่อน.. ความรู้สึกมันเลยตีรวนอยู่ในอก สุดท้าย.. ก็ยับยั้งความต้องการที่เอาแต่ใจไว้ไม่ไหว ตัดสินใจลุกเดินออกไปดูหน้าประตูห้องข้างๆ ว่าไฟในห้องเขายังคงเปิดอยู่หรือเปล่า ตั้งใจว่าถ้าเปิดถึงจะรบกวนแต่ถ้าไม่ก็กลับมาอยู่คนเดียวเหมือนเดิม.. ใจคนลุ้นเต้นตึกตักเมื่อเห็นแสงไฟเล็ดลอดออกมาทางช่องใต้ประตู ทั้งที่นี่ก็ดึกมากแล้วคนข้างในกลับยังไม่หลับไม่นอน เขาทำอะไรอยู่กันนะ..? ก๊อกๆ มือบางยกขึ้นเคาะเบาๆ และเฝ้ารอให้เจ้าของห้องมาเปิดด้วยใจลุ้นระทึก นิสัยไม่ดีเลยจริงๆ ที่ริอาจมาเคาะห้องผู้ชายตอนดึกแบบนี้ "หืม? ทำไมยังไม่นอนอีก" เสียงทุ้มเอ่ยถามแขกยามวิกาลอย่างแปลกใจ ไม่ได้แปลกใจเรื่องที่อีกฝ่ายทำไมยังไม่นอนเพราะก็เห็นอยู่ว่าตาบวมๆ เหมือนเพิ่งร้องไห้มา แต่ที่แปลกใจก็คือมาเคาะเรียกทำไมต่างหาก "เอ่อ.. คุณ.. ทำอะไรอยู่หรอคะ" ร่างบางอึกอักเพราะยังมีความเกรงใจอยู่มากที่มารบกวนเขายามดึก.. นี่เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เธอเห็นโทโมยะอยู่ในชุดธรรมดาก็คือเสื้อยืดกับกางเกงนอนขายาว เปิดเผยให้เห็นรอยสักตามท่อนแขนและลำคอมากขึ้น เรือนผมสีดำสนิทดูยุ่งๆ เหมือนไม่ได้จัดการอะไรกับมันถูกปล่อยลงปรกใบหน้าคมคายนั้นอย่างไร้ทิศทาง อืม.. ลุคนี้มันกร๊าวใจไม่น้อยเลยทีเดียว "อ่านหนังสือ.. มีอะไรหรือเปล่า" เสียงตอบของอีกฝ่ายทำคนฟังหลุดออกจากภวังค์ รีบถอนสายตาจากเขาลงมามองมือตัวเองที่กำลังบีบกันแน่น "ขวัญ.. ไม่อยากอยู่คนเดียว.." เสียงหวานเอ่ยเบา ยืนก้มหน้าไม่อยากรับรู้สีหน้าคนฟังว่าเขาจะทำหน้ายังไงเมื่อได้ยินคำตอบจากเธอ "หึ มาเคาะห้องผู้ชายดึกๆ แล้วบอกไม่อยากอยู่คนเดียวนี่รู้หรือเปล่าว่ามันหมายถึงอะไร" โทโมยะกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ ใบหน้าที่เคยเรียบนิ่งกับดวงตาเฉยชาหายวับไปในทันทีเมื่อสิ้นคำ พอเขามาโหมดนี้ของขวัญก็เริ่มรู้ตัวว่าถูกแกล้งเข้าให้แล้ว แต่นาทีนี้เธอไร้เรี่ยวแรงจะโวยวายหรือโต้ตอบอะไร ทำได้แค่มองค้อนให้อีกฝ่ายเล็กๆ เท่านั้น "หึหึ เข้ามาสิ.." หยอกเย้าพอได้รอยยิ้มนิดหน่อยเจ้าของห้องก็เอ่ยชวนเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวที่ไม่ค่อยชอบให้ใครเข้ามายุ่มย่าม (ยกเว้นทำความสะอาดเพราะมันจำเป็น) แต่ก็ปฏิเสธใบหน้าหงอยๆ ของคนตัวเล็กไม่ได้ ไหนๆ ก็อุตส่าห์รวบรวมความกล้ามาหากันขนาดนี้.. ร่างบางเดินเข้ามาอย่างว่าง่าย แสงไฟสีส้มจากในห้องให้ความรู้สึกอบอุ่นได้ไม่น้อยแม้สไตล์การตกแต่งจะยังดูน่ากลัวสำหรับเธออยู่.. ดวงตากลมสวยมองไปยังรูปถ่ายขาวดำกรอบใหญ่เป็นอันดับแรก แล้วก็ไม่อาจละสายตาไปไหน.. ตอนนี้ได้คำตอบแล้วว่าทำไมตอนกลางวันเธอถึงชอบมองไปที่รูปนั้น เพราะแม่ของเขาทำให้เธอนึกถึงแม่นั่นเอง แค่เห็นรูปก็รู้ว่าจะต้องเป็นคนที่อบอุ่นและใจดีมากแน่ๆ "อะไรล่ะนั่น.. มายืนดูรูปแม่คนอื่นแล้วร้องไห้เนี่ยนะ? " เจ้าของห้องทักขึ้นหลังจากยืนเงียบอยู่นาน คนถูกทักคงจะไม่รู้ตัวว่าน้ำตาไหลเลยมีท่าทีตกใจและรีบปาดออกจากแก้ม ก่อนจะก้มหน้าปรับอารมณ์เล็กน้อยแล้วหันมาหา ร่างสูงเดินนำไปนั่งที่โซฟาเพื่อให้เธอตามไป "...ขวัญคิดถึงแม่" ของขวัญนั่งเงียบไปสักพักก็เอ่ยขึ้นมาเสียงเบา เพราะเขาคงสงสัยว่าเธอมาหาทำไมกลางดึก "ฉันรู้.." เสียงต่ำตอบรับ ก่อนถอนหายใจยาว แล้วต่างคนก็ต่างเงียบไปโดยปราศจากความอึดอัดหรือลำบากใจใดๆ ร่างบางในเวลานี้นั่งก้มหน้าห่อตัวบีบมือตัวเองแน่น ไหล่เล็กสั่นไหวน้อยๆ โงนเงนเปราะบางราวกับมีอะไรมากระทบเพียงนิดก็จะแตกสลาย.. "มานี่สิ.." ร่างสูงทำลายความเงียบพร้อมกับยื่นมือมาตรงหน้า คนฟังเงยหน้าขึ้นมองอย่างสงสัยระคนแปลกใจ ฝ่ามือใหญ่ที่ยื่นมานั้นให้ความรู้สึกแข็งแรงมั่นคงจนต้องเผลอมองนิ่ง "...ฉันจะปลอบเธอเอง" เหตุผลของการกระทำทั้งหมดที่โทโมยะเอ่ยต่อมานั้นทำคนเปราะบางขอบตาร้อนผ่าวได้อย่างง่ายดาย.. ตากลมช้อนขึ้นมองสบตาคมอย่างลังเล ทั้งที่จริงแล้วลึกๆ ในใจเธอกำลังโหยหาใครสักคน สุดท้าย.. ของขวัญก็ไม่อาจปฏิเสธความต้องการลึกๆ ในจิตใจ เอื้อมมือสั่นๆ ไปวางลงบนมือใหญ่อย่างแผ่วเบา ก่อนจะถูกเขาจับแน่นแล้วดึงไปนั่งบนตัก สวมกอดไว้ด้วยวงแขนกำยำ มือหนากดศีรษะเล็กลงซบตรงอกและลูบไล้ไปมาอย่างนุ่มนวล ความอบอุ่นและกลิ่นกายหอมอ่อนจากคนตัวใหญ่บรรเทาความเหน็บหนาวในใจของเธอได้อย่างน่าประหลาด ทั้งที่เขาคือบุคคลอันตรายและเป็นเพศตรงข้ามที่เธอควรจะเว้นระยะห่างให้มากที่สุด.. แต่ความจริงแล้วของขวัญก็เป็นแค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่อายุเพิ่งจะแตะเลขสอง ชีวิตที่ผ่านมาก็อยู่กับแม่แค่สองคน ยามที่อ่อนแอมากๆ เธอก็แค่อยากมีคนปลอบหรืออยู่ข้างกันเหมือนตอนที่ยังมีแม่อยู่ ยิ่งรู้ว่าไม่เหลือใครเธอก็ยิ่งรู้สึกโหยหา.. และต้องการ.. ร่างบางปล่อยโฮออกมาอย่างไม่คิดจะอดกลั้น แม้จะร้องออกมาเยอะแค่ไหนน้ำตาก็ไม่มีทีท่าว่าจะเลือนหายหรือหมดไป ความจริงที่ว่าเธอไม่เหลือใครแล้วมันยากที่จะยอมรับจริงๆ โทโมยะยังคงทำหน้าที่คนปลอบเท่าที่พอจะทำได้ เขาไม่พูดอะไรเลยสักคำ ทำเพียงกอดอีกคนไว้พร้อมกับลูบศีรษะเบาๆ ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์ใด แต่ลึกๆ ข้างในไม่มีใครสามารถล่วงรู้.. เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่มีใครสนใจ คนร้องนั้นหมดเรี่ยวแรงและน้ำตาหยุดไหลไปแล้ว เพียงแต่ยังไม่อยากผละออกจากความอบอุ่นที่โอบหุ้มอยู่รอบกายเลยยังคงนั่งเงียบอยู่แบบนั้น จนกระทั่งเผลอหลับไป.. โทโมยะช้อนร่างคนหลับขึ้นอย่างเบามือก่อนนำไปวางลงบนเตียงนอนแล้วห่มผ้าให้ เขาหยุดนั่งจ้องใบหน้าเปียกปอนนั้นเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาออกให้ ไม่นานก็ผละออกไปเปลี่ยนเสื้อเพราะตัวที่ใส่อยู่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาของเธอ.. พอเปลี่ยนเสื้อเสร็จก็กลับมานั่งอ่านหนังสือต่อ ความจริงเขาก็ไม่ได้ว่างขนาดนี้นะ มีงานอีกเยอะแยะรออยู่ แต่นี่เป็นเวลาพักผ่อนและการอ่านหนังสือก็คือการพักผ่อนที่ดีที่สุดสำหรับเขารองมาจากการนอน.. ร่วมสองชั่วโมงที่นั่งอยู่ตรงนั้น จนดึกพอสมควรร่างสูงก็เลิกอ่าน เดินไปปิดไฟจนเหลือเพียงแสงจากโคมไฟหัวเตียงที่ค่อยข้างสว่างมองเห็นบริเวณรอบเตียงชัด เขาหยุดยืนมองคนหลับเล็กน้อยเพราะไม่รู้คืนนี้จะนอนหลับไหม เนื่องจากเคยชินกับการนอนคนเดียวมาโดยตลอด น่าแปลกเหมือนกันที่เขากล้าให้อีกฝ่ายรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวถึงขนาดนี้ แต่ก็ไม่ได้หวงอะไรมากมายหรอกนะ แค่ไม่คุ้นชินก็เท่านั้น.. ครั้นจะอุ้มไปส่งที่ห้องก็คงลำบาก สุดท้ายโทโมยะก็ก้าวขึ้นไปนอนข้างกัน แต่ยังไม่ทันจะเคลิ้มก็ต้องลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเมื่อคนข้างๆ พลิกตัวมากอดพร้อมกับเบียดแก้มยุ้ยๆ ลงมาบนแขนเขาอย่างถือวิสาสะ.. นี่เห็นเป็นหมอนข้างหรือยังไง? คนถูกกอดผงกศีรษะขึ้นมองเล็กน้อย จะดันออกก็กลัวตื่น แต่ปล่อยไว้แบบนี้ก็ไม่ชิน.. ไม่ชินกับการเป็นฝ่ายถูกกอด เป็นแบบนี้ต่อไปมีหวังนอนไม่หลับแน่ เขาจึงตัดสินใจพลิกตัวตะแคงไปรวบร่างนั้นไว้ในอ้อมแขนเสียเอง จะได้ไม่นอนดิ้นมากอดกันอีก และเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่มีท่าทีว่าจะตื่นจึงหลับตาลงอีกครั้ง จนกระทั่งหลับไป.. วันต่อมา.. แม้จะนอนทีหลังแต่เช้านี้โทโมยะตื่นก่อน ภาพตรงหน้าคือใบหน้าของคนห้องข้างๆ ที่ยังคงหลับปุ๋ยอยู่ท่าเดิมในอ้อมแขน ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะกอดอีกฝ่ายยันเช้าแบบนี้ และที่ไม่น่าเชื่อยิ่งกว่าก็คือเขาหลับสนิทตลอดทั้งคืนได้ยังไงทั้งที่ปกติเป็นโรคนอนไม่หลับ มักจะหลับๆ ตื่นๆ อยู่เสมอจนต้องพึ่งยานอนหลับในบางครา แต่เมื่อคืนกลับหลับลึก.. ตมคมละจากคนร่างบางมาที่นาฬิกาบนหัวเตียง ก่อนจะลุกไปอาบน้ำ กลับออกมาคนตัวเล็กก็ตื่นแล้วแถมมองมาที่เขาด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างมองไล่จากใบหน้าหล่อคมลงไปถึงไหนต่อไหน ไม่รู้มองแล้วคิดอะไรถึงส่งผลให้ใบหน้าแดงปลั่ง หลุบตาหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เขาก็แค่.. นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกมาเท่านั้นเอง "เอ่อ ขอโทษค่ะ.. เมื่อคืนขวัญเผลอหลับไป.." อีกฝ่ายกล่าวขอโทษเลิกลั่ก ดวงตากลมโตเดี๋ยวหลบเดี๋ยวมองเป็นท่าทางที่น่ารำคาญ ถ้าเป็นลูกน้องของเขาแสดงอาการแบบนี้คงถูกตัดหางปล่อยวัดไปแล้ว แต่กับคนตรงหน้ามันไม่เหมือนกัน.. "ตาบวมนะ.. เอาน้ำแข็งประคบสักหน่อยคงดีขึ้น" ร่างสูงเอ่ยขณะมองสำรวจดวงตากลมโตที่เช้านี้ไม่มีความสดใสเอาเสียเลย พูดเสร็จก็เดินไปแต่งตัวทำกิจวัตรประจำวันอย่างเป็นธรรมชาติ แม้จะไม่ได้อยู่คนเดียว ของขวัญยังไม่ได้ลุกไปไหน นั่งมองตามแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยรอยสักปริศนานั้นไปอย่างอึ้งๆ เพราะเธอไม่เคยเห็นรอยสักของเขาแบบเต็มๆ ฟูลเอชดีขนาดนี้มาก่อน ปกติจะเห็นแค่ตรงหลังมือ แขนและลำคอที่โผล่พ้นเสื้อผ้าออกมาเท่านั้น แต่ตอนนี้กำลังเห็นทั้งตัว! ไหนจะกล้ามเนื้อแน่นๆ นั่นอีก.. อ่า หัวใจเต้นแรงไปหรือเปล่านะ "แล้วจะนั่งมองฉันตาเยิ้มแบบนั้นไปจนถึงเมื่อไรหื้ม อยากดูก็บอกกันดีๆ สิ" โทโมยะเห็นทุกอย่างผ่านกระจกบานใหญ่ เขาเอ่ยเย้าคนมองที่ไม่ยอมละสายตาไปจากเขายิ้มๆ ก่อนจะหันกลับไปประจันหน้ากันในตอนท้ายประโยค "ปะ เปล่านะคะ! ขวัญดูรอยสักต่างหาก" คนถูกจับได่รีบปฏิเสธด้วยใบหน้าลนลาน รีบหลบสายตาไปอย่าง (ไม่) เนียน ตาคมหรี่ลงมองอย่างจงใจจับผิด ไม่พอยังก้าวเดินเข้ามาใกล้ จนเธอต้องขยับหนีไปชิดริมขอบเตียงอีกฝั่ง "เอาสิ.. ดูให้เต็มตา" น้ำเสียงเจ้าเล่ห์เอ่ยพร้อมกางแขนออกร้อยแปดสิบองศาให้อีกฝ่ายได้มองเห็นชัดๆ จนกว่าจะหนำใจ ของขวัญค้อนกลับไปด้วยความหมั่นไส้ ใครจะไปมองกันล่ะ! เล่นมายืนจังก้าให้ดูแบบนี้ไม่อายหรือไง "ขวัญจะกลับห้องแล้ว! เอ่อ.. ขอบคุณนะคะ.. เมื่อคืนที่อยู่เป็นเพื่อน.." ร่างบางหุนหันลุกลงจากเตียง ก่อนจะมายืนตรงหน้าเจ้าของห้อง ไม่ลืมขอบคุณเรื่องที่เขายอมให้เธอรบกวนทั้งคืน "ฉันไม่ทำอะไรเพื่อใครฟรีๆ นะ.. ไหนรางวัล? " โทโมยะยืนกอดอกกระตุกยิ้มอย่างเป็นต่อ ไม่ยอมให้อีกฝ่ายหนีไปง่ายๆ "คุณจะมาอยากได้อะไรจากขวัญล่ะคะ ขวัญไม่มีอะไรสักอย่าง.." เธอแย้งเสียงอ่อน มองหน้าคนพูดอย่างไม่ค่อยเข้าใจว่าเขาจะมาอยากได้อะไรจากเธอ เงินติดตัวสักบาทเดียวก็ยังไม่มีเลย "คิดสิว่ามีอะไรที่เธอพอจะทำได้" คนพูดกระตุกยิ้มอย่างสบายอารมณ์ โยนให้คนฟังคิดเอาเองว่าจะทำอะไรตอบแทนเขาได้ ร่างบางชะงักนิ่งไปนิด ดวงตาล่อกแล่กทำหน้าครุ่นคิดชั่วครู่ก็ช้อนตาขึ้นมองสบตาคม ก่อนสูดหายใจลึกแล้วเขย่งปลายเท้าขึ้นจูบ.. จุ้บ! จูบลูกกระเดือกของเขาเพราะเขย่งถึงแค่นี้.. พอกระทำการอุกอาจเสร็จก็รีบวิ่งหนีออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว "เห๋.. กล้าดีนี่" โทโมยะพึมพำตามหลังอย่างแปลกใจ ก่อนกระตุกยิ้มร้ายเมื่อหายอึ้ง มือหนายกขึ้นลูบลำคอบริเวณที่ความอุ่นชื้นยังคงติดตรึงอยู่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด แต่ก็นะ ความสูงมีอยู่แค่นั้นนี่เนอะ.. ฝั่งของขวัญพอกลับเข้าห้องมาได้ก็รีบตรงไปอาบน้ำในทันที เผื่อสายน้ำเย็นฉ่ำจะช่วยดับความร้อนวูบวาบในร่างกายลงได้ แต่ก็ผิดหวังเพราะมันไม่ช่วยอะไรตราบใดที่ยังคงนึกถึงภาพเหตุการณ์ก่อนหน้า เขาจะว่าอะไรไหมนะที่จู่ๆ ก็ไปถึงเนื้อถึงตัวเขาแบบนั้น แต่เธอคิดอะไรไม่ออกแล้วนี่นา.. สิ่งที่พอจะทำได้ก็มีเท่านี้แหละ เป็นคนบอกเองหนิช่วยไม่ได้! . . "วันนี้พักก่อนก็ได้นะครับ ท่าทางน้องขวัญจะเพลียๆ เดี๋ยวพี่บอกเชฟให้" หลังอาบน้ำทานข้าวเช้าเสร็จ ร่างบางก็ขอน้ำแข็งจากคนสนิทมาประคมตาบวมๆ ของตัวเอง นอกจากนั้นท่าทางของเธอยังดูอิดโรยไม่สู้ดีจนองศาต้องบอกให้หยุดพักเอาแรงสักหนึ่งวัน "ไม่เป็นไรค่ะ ขวัญไหว" ของขวัญปฏิเสธเพราะเธอไม่ได้เป็นอะไรมากอย่างที่อีกฝ่ายกังวล คนฟังทำหน้าเหนื่อยใจ แต่ก็ไม่ได้ห้ามเมื่อเธอตั้งใจแบบนั้น วันนี้ร่างบางมีนัดทำขนมกับเชฟอีกเช่นเคย เมนูหลักคือบราวนี่กับช็อกโกแลต คนเสี่ยงตายชิมฝีมือก็หน้าเดิมๆ เธอรู้มาว่าโทโมยะชอบดื่มกาแฟและไม่ชอบของหวานก็เลยขอเชฟทำบราวนี่รสกาแฟกับดาร์กช็อตโกแลตกลิ่นกาแฟ กะว่าจะเอาไปให้เขาในตอนเย็นและถือโอกาสขอบคุณเรื่องเมื่อคืนอีกครั้ง แต่ก็ไม่รู้ว่าทำแล้วจะออกมาเป็นยังไงอ่านะ เธอไม่ค่อยมีความมั่นใจในฝีมือเสียด้วยสิ แต่ความตั้งใจมีเต็มร้อยนะบอกเลย :) . . ผ่านไปอีกวันกับการพยายามทำตัวให้เป็นประโยชน์แม้จะยังไม่มีประโยชน์ก็ตาม (?) ของขวัญขึ้นลิฟต์มาพร้อมองศา ในมือถือถุงใส่ขนมที่จะเอาไปให้โทโมยะอีกเช่นเคย แต่พอประตูลิฟต์เปิดออกยังชั้นที่พักก้าวออกมาแล้วกลับไม่กล้าก้าวต่อเมื่อเห็นคนห้องข้างๆ กำลังเปิดประตูรับผู้หญิงคนหนึ่งเข้าไปในห้องที่คนสนิทบอกว่าหวงนักหนา เธอไม่เห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นเพราะหล่อนหันหลังให้ แต่เห็นหน้าเจ้าของห้องชัดชนิดตาสบตาเพราะเขาเองก็กำลังมองมาที่เธอ เสี้ยววินาทีที่ไม่มีใครเอ่ยอะไรบานประตูก็ปิดสนิทลง.. ของขวัญตกใจระคนสับสนจนก้าวขาไม่ออก องศาบอกว่าเขาหวงพื้นที่ส่วนตัวไม่ใช่หรอ? แล้ว.. ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร? ทำไมถึงยอมให้เข้าไปได้ง่ายๆ ที่นี่นอกจากเธอกับแม่บ้านแล้วก็ไม่มีผู้หญิงอื่นเลยไม่ใช่หรอ? "น้องขวัญ.." องศาเห็นคนตัวเล็กยืนนิ่งไม่ยอมเดินต่อจึงเอ่ยเรียก ดึงสติที่หลุดลอยไปให้กลับคืนเข้าร่าง "เมื่อกี้.. ใครหรอคะ? " น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยถามโดยที่ยังไม่ละสายตาไปจากประตูห้องข้างๆ คนฟังรับรู้ได้ถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของเธอ แต่เขาไม่ค่อยอยากจะพูดนักจนคนรอฟังต้องหันมาจ้องตาเขม็ง.. "อ่า.. คุณแป้งน่ะครับ.. เป็นไซด์ไลน์.. นายคงจะเรียกมาใช้บริการเพราะไม่มีเวลาไปที่ผับ.." องศาถอนหายใจยาวก่อนสารภาพออกมาจนหมดเปลือก เขาไม่แน่ใจในสถานะความสัมพันธ์ของเจ้านายกับคนตรงหน้านัก แต่ก็แอบเห็นว่าหวานๆ กันอยู่ วินาทีแรกที่เห็นผู้หญิงไซด์ไลน์เจ้าประจำที่นายมักจะเรียกใช้บริการก็แอบตกใจอยู่เหมือนกัน เพราะเหมือนจะแสดงว่าเจ้านายกับร่างบางไม่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน.. งั้นหรอ? "ผับ xx น่ะหรอคะ?? " ของขวัญโพล่งถามด้วยความร้อนใจ เพราะถ้าใช่ก็แสดงว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นคนๆ เดียวกันกับที่เธอรู้จัก.. 'พี่แป้ง' อดีตเพื่อนร่วมงานคนแรกกับอาชีพขายศักดิ์ศรีที่เธอมีความรู้สึกดีๆ ให้ตั้งแต่แรกเจอ.. "ใช่ครับ! "
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD