Friend relationship 16
เพื่อนสำพันธุ์
A episode ที่ 16
ต้องทนหรอ
โดย GINOICHI
ไม่กี่10วันต่อมา งานแต่งที่นับว่ายิ่งใหญ่ ที่สุด ในเขตก็ถูกจัดขึ้นสมศักดิ์ศรี สองตระกูลดัง
เอวา ในชุดเจ้าสาว ผ้าลูกไม้ สีงาช้าง
ดูโด่ดเด่น จนแม้แต่เหล่าเพื่อนเจ้าบ่าว ยังละสายตาไปจากเธอไม่ได้
ณภัทร ชำเรืองมองเธออยู่หลายครั้ง กว่าช่วงพิธีการจะผ่านไป ก็ทำเอาเขาแทบแย่อยู่เหมือนกัน แม้ตัวงานจะถูกจัดยิ่งใหญ่แต่เหล่าผู้ถูกเชิญ กลับมีแค่เพื่อนร่วมธุรกิจ กับเหล่าคนสนิทของสองครอบครัว แต่เพียงเท่านั้นห้องจัดงานที่ว่าใหญ่ยังดูแน่นไปถนัดตา และเพราะอยากให้งานออกมาเรียบง่าย ฝ่ายเจ้าบ่าวจึงขจัดปัญหา มากมาย ที่คาดใว้ว่าจะเกิดออกไปให้ได้มากที่สุด แต่ก็ยังไม่วาย มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญโผล่มาจนได้
ปริมกมล เดินเข้างานมาด้วยท่าทีเรียบนิ่ง ใบหน้าสวย ถูกแต่งแต้มโทนชมพูหวาน คล้ายกันกับเจ้าสาว ไม่ใช่แค่หน้าที่คล้าย หากว่าเหล่าคนมองไม่คิดมากไป ก็คงดูออกได้ไม่ยาก ว่าแม้แต่ชุดที่ใส่ ก็ดูคล้ายกันเหลือเกิน
เอวาตัวชา เบนหน้าหนี ชักมือคู่น้อยที่ถูกณภัทร กุมใว้อยู่ตลอดออก ท่ามกลางความแปลกใจของเขา เสียงซุบซิบ ดังหนาหูขึ้นเรื่อยๆ จนเจ้าบ่าวหมาดๆ จับสังเกตุได้ ใบหน้าเรียบนิ่งกวาดมองทั่ว ก็พบเข้ากับ ตัวต้นเรื่อง ที่กล้าเข้ามาก่อความวุ่นวายในวันสำคัญ
อยากจะถามว่ามาทำไม แต่เมื่อชำเรืองตา
มองเหล่าคนที่มากับเธอ เขาก็เดาได้ไม่ยาก
‘มากับเพื่อนสินะ’
แม้จะรู้แต่ก็ยังหงุดหงิด เมื่อปริมกมลคนที่เคยว่าง่ายอยู่ดีๆ กลับไม่เข้าใจ ว่าอะไร ที่ควร หรือไม่ควรทำ
ดวงตาคมกล้ากระตุก ก่อนจะหลุบลงมองคนข้างๆ ที่คาดว่า คงเข้าใจเขาผิดอยู่ไม่น้อย หากแต่ในเวลานี้ ต้องทำเรื่องที่สมควรทำก่อน
ณภัทร เดินเลี่ยง มาอีกทาง พร้อมกับส่งสายตากดดัน ให้ปริมกมลเดินตาม
อิทธิพัทธ์ ที่ดูท่าทีอยู่ก่อนแล้วรีบตามประกบ หากแต่ผู้เป็นพี่ก็ยังอดห่วงน้องสาวไม่ได้ เมื่อเห็นณิชา เดินเข้าไปไกล้ ตัวเขาเองจึงเบาใจ รีบตามน้องเขยหมาดๆออกไปทันที
ร่างสูงของณภัทร เดินออกมาจากห้องจัดเลี้ยงด้วยแววตาเข้มเคร่ง แววตาคมกริบ กราดมองปริมกมล ด้วยความโกรธกรุ่นอัดแน่น เพียงแต่ปริมกมลในเวลานี้ ไม่หวาดกลัว เขาเหมือนเคย เธอยิ้มบางๆ ก่อนจะยื่นบางอย่าง ใส่มือเขา
“ยินดีด้วยนะ ปริมมายินดี”
ท่าทีหม่นเศร้า ขัดกับคำว่ายินดี ที่เจ้าตัวเอ่ยปากออกมาเหลือเกิน
อิทธิพัทธ์ ตาเบิกกว้าง ต่างจากณภัทร ทีนิ่งสนิท ซ้ำยังมีรังสีบางอย่าง แผ่ออกมาจากตัวจนหน้าหวาดหวั่น
ดวงตาคมกราดมองสาวร่างเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้า พรางแสยะยิ้ม
‘ขนาดกูที่ไม่คิดอะไรยังดูออก ก็อปกันมาเกรดเอขนาดนี้ ถ้ามีแหวนหมั้นกูอีกนี่ใช่เลยนะ’
ณภัทรคิดใจใน ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะเอ่ยออกมาด้วยอารมณ์มาคุ
“จะตอแหล ก็เอาให้มันแต่พอดี”
“ที่นี่ ไม่มีใคร ชอบเล่น โดยเฉพาะผม”
ปริมกมลหน้าเสีย รีบยื่นกล่องของขวัญขนาดเล็ก ใส่มือหนา ณภัทร คว้าขึ้นมาดู มุมปากหยักโค้งขึ้นกว้าง เหมือนได้พบเจอ กับเรื่องสนุกสุดๆ
“ชุดนอน?”
ครั้งสุดท้ายที่ทำกันกับเจ้าหล่อน มันนานจนจำไม่ได้
‘แล้วนี่อะไร เลือกให้ชุดนอน กับเจ้าสาว ขนาดกูยังดูออก ว่านี่มันหยาม เเล้วเธอหล่ะ เธอที่เป็นคนแบบนั้น ได้ไปจากที่รักกูมากอยู่แล้ว คงรักกูตายโหง’
“ไม่เคยมีใครสอนรึไง ว่า ควรให้ อะไรไม่ควรให้อะไร จะป่วน ก็เอาแต่พอดี เจตนาตอนนี้ ควายยังดูออก ”
ปริมกมลหน้าเสีย เหลือบสายตามอง
อิทธิพัทธ์ ที่ยกยิ้มมุมปากอยู่ไม่ไกล
ใบหน้าสวยเห่อร้อน ริมฝีปากสีสดเม้มแน่น ด้วยความกระดากอาย
“ คิดว่าปริมอยากทำรึไง ปริมคบคิงส์ มานาน เสียเวลาไปมากแค่ไหน รับปริมใว้เถอะ เป็นเมียน้อยก็ได้”
เสียงหวานดูโกรธเคือง แต่ก็เจือปนไปด้วยความเว้าวอน
“ก็ไม่ได้ขอให้อยู่”
“แล้วคนอยากเป็นเมียน้อยที่ไหน มันตั้งท่าจะมาพังงานแต่งคนอื่น?”
“แค่ยังไม่เริ่ม ก็เห็นแต่ปัญหา กลับไปซะ ตั้งแต่ที่ผมยังพูดดีๆด้วย”
“แล้วไอ้ชุดเฮงซวยนี่ก็เอากลับไป”
‘ปัก!’ มือหนาขว้างกล่องของขวัญลงพื้น พร้อมกับเดินเลี่ยงไปอีกทาง ปริมกมล โผเข้าสวมกอดด้านหลัง เป็นจังหว่ะเดียวกันกับเอวา ที่เปิดประตูออกมา
ใบหน้าหวานชะงักค้างกับภาพตรงหน้า ก่เพียงชั่วครู่จึงหลุบตาลง เปลี่ยนเป็นสีหน้าปกติ ร่างเพรียวระหงษ์เดินเลี่ยงไปอีกทาง ไม่แม้จะหันกลับไปมอง เหตุการณ์ที่ดูวุ่นวายไม่น้อยด้านหลัง
ทิ้งให้ณภัทรยืนนิ่ง เสียอาการ ไม่ต่างจากอิทธิพัทธ์ ที่เหวอค้าง
“ปกติ มันง่ายแบบนี้หรอวะ?”
อิทธิพัทธ์ เอ่ยปากถามน้องเขยหมาดๆด้วยความงุนงง
“กูจะรู้ไหม พึ่งมีน้องมึง เป็นเมียคนแรก”
คนหน้านิ่งย้อนเสียงทุ้มต่ำ มือก็แกะ เอาลำเเขนขาวออก พร้อมกับผลักปริมกมลจนเซถลา
“กูว่าไม่ใช่แน่ จังหว่ะนี้ต้องมีโวย นอกจากแอลมันไม่คิดจะเอามึง”
อิทธิพัทธ์ยิ้มมุมปาก
“ปากหมา นะพี่นะ ถึงคราวมึง ระวังจะหอนไม่ออก”
“แล้วก็..”
เสียงทุ้ม ลากยาวก่อนจะหยุดนิ่ง มุมปากหยักโค้งขึ้น จนอิทธิพัทธ์ ที่รอฟัง ลุ้นจนขาแข็ง
“ปกติ กูเป็นคนเอานะ น้องมึง ครางอย่างเดียว”
‘เปรี๊ยะ!’ ฝ่ามือหนาตบลงกลางกระบานคนตรงหน้าทันทีที่จบประโยค หากเป็นในยามปกติ ณภัทร คงโกรธคนทำนักหนา แต่ครั้งนี้ คู่กรณีเป็นคนร่วมชายคา ทั้งรักษาการ ลูกชายคนโตของพ่อตา แล้วยังพ่วงมา ด้วยตำแหน่งว่าที่น้องเขย
‘ก็ถือ ว่าวินกันไป’
อิทธิพัทธ์ ที่เห็นว่าคู่กรณีหมาดๆ ยิ้มมุมปาก ถามว่าจะโกรธมันเพิ่มไหม กูตอบเลย
‘โคตรโกรธไอ้เหี้ย!’
“ฝากใว้ก่อนเถอะมึง อย่าให้ถึงคราวกู!”
อิทธิพัทธ์ชี้หน้าคาดโคตรแล้วเดินหนี ทิ้งคนตัวดี ให้ยืนนิ่งอยู่กับอดีตคนรัก
ปริมกมล มองชายหนุ่ม ด้วยสายตาเว้าวอน ต่างจากณภัทร ที่วันนี้ ดวงตาคมกริบ มีแต่ความว่างปล่าว
“คิงส์ชอบแอลหรอ ชอบเธอคนนั้น คนที่คิงส์ยืนยัน ว่าไม่ได้คิดอะไร”
“แล้วปริมที่เป็นแฟนคิงส์ มันเปลี่ยนไป ตั้งแต่ตอนไหนหรอ”
ปริมกมล ถามพรางสะอื้นให้ เธอจำได้ดี ทุกคำที่ณภัทร เคยพูดกับเอวา ต่อหน้าเธอ
“มันสำคัญหรอ?”
“ความจริง เป็นสิ่งไม่ตาย แต่คนที่อยากรู้มันนั่นแหละจะตาย”
“กลับไปเถอะ ไปทบทวนเรื่องวันนี้ แล้วก็เรื่องที่เธอเคยทำ”
ณภัทร หันหลัง ก้าวเดินออกมา เพียงไม่กี่ก้าว ปริมกมลก็เอ่ยประโยค ที่พาให้เขางุนงง
“ปริมอิจฉา”
“อิจฉา ที่คิงส์ใจร้าย กับเอวาแบบนั้น”
“แล้วปริมก็อยาก ให้คิงส์ ทำแบบนั้นกับปริม”
“โง่ดีใช่ไหม”
ณภัทรไม่ตอบคำถาม ขายาว ก้าวออกมารีบๆ เร่งฝีเท้า ตามเจ้าสาวไปด้วยความร้อนใจ