Friend relations
เพื่อน สำ พันธุ์
A episode ที่ 4
ต้องทนหรอ
โดย GINOICHI
“เรามีเรื่องจะคุย กับคุณ แค่สองคนแบบไม่มีคนอื่น”
เอวา เอ่ยเสียงเรียบ พร้อมกับปรายตามอง ปริมกมลนิ่งๆ
ณภัทร ยกยิ้มมุมปาก
“ยังไม่เข้าใจหรอ ว่าเธอคือคนอื่น ไม่ใช่
ปริม”
ราวกับความอดทน ที่เธอพยายาม มาทั้งหมด ขาดสะบั้นลงเพียงประโยคเดียวของเขา
เอวา กุมมือที่สั่นเทาแน่น ช้อนตามอง คนใจร้ายอีกรอบอย่างชั่งใจ
“เราถือว่าเราเต็มที่แล้วนะ”
“จากนี้ ก็ให้เป็นเรื่องของคุณ”
ณภัทรขมวดคิ้วมุ่น กับท่าทาง ที่เด็ดขาด กว่าทุกครั้งของเอวา ใบหน้าสวยที่เคยหม่นเศร้าดูว่างปล่าว จนคนที่คิดอยากเอาชนะ ไม่ยอมปล่อยผ่าน
“กับปริม มันคือความรัก แต่กับเธอ มันเป็นอย่างอื่น หวังว่าเธอคงเข้าใจ ผมแฟร์กับเธอได้เท่านี้”
“ผมคิดว่าเราสองคน เข้าใจ ในสถานะนี้ดี ปริมจะไม่ยุ่งกับเธอ เพราะงั้น เธอก็ทำตัวดีๆ”
“เธอฉลาดอยู่แล้วเอวา และครั้งนี้ หวังว่าเธอคงจะเลือกถูก เหมือนทุกครั้ง ”
ทุกวาจาที่ณภัทรเอ่ย หากเป็นเธอคนเมื่อวาน คงจะเจ็บแทบขาดใจ แต่พอเป็นเธอที่เพิ่งตกตะกอนได้ มันกลับเป็นเพียง เรื่องตลกเรื่องหนึ่ง
แต่ฉาก ฉากหนึ่งเท่านั้น
พอเธอไม่อินกับมัน ก็ไม่มีผล กับใจเธอ
ปริมกมลที่นั่งฟังอยู่นาน ริมฝีปากสีหวานคลี่ยิ้ม ก่อนจะเอ่ยถามเสียงใส
“เอวา เคยเลือกผิดด้วยหรอคะ?”
ต้นประโยค ที่ถูกเอ่ยเป็นชื่อเธอ แต่เป็นคำถามที่อีกฝ่าย ใช้ถามชายหนุ่ม เอวา เบนหน้าหนี อดจะนึกสมเพชตัวเองไม่ได้ ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยต้องยอมใคร หัวใจที่เคยเข้มแข็งเริ่มสั่นไหว เธอกำลังรู้สึกไร้ค่า ที่สุดในชีวิต และเธอ ไม่คิดจะทนกับมันอีก
ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมอง เอ่ยประโยคที่ยังไร้คำตอบจากคนตรงหน้า
“เมื่อกี้ เธอถาม ว่าฉันเคยเลือกผิดไหม?”
“เคยสิ..ต้องเคย การเลือกมาอยู่ในห้องนี้ วันนี้ ก็เป็นหนึ่งในนั้น”
ณภัทร ตวัดสายตาขุ่นเขียวขึ้นมอง ไม่ต่างจากปริมกมล ที่เริ่มร้อนรน เมื่อเห็นชายหนุ่มเริ่มโมโห
เอวายิ้มเยาะ พรางคิด'พอหักใจได้ เรื่องที่เคยทำร้าย มันกลับมีมุมอื่นให้เธอได้เห็น’
“จับใว้ให้ดีนะ ผู้ชายคนนี้”
เธอหลุบตามองปริมกมล ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองณภัทร
“ถ้าคุณมีเรื่องจะคุยแค่นี้ เราขอตัว”
“ไม่ต้องไปส่ง รถที่บ้านมารอแล้ว”
ร่างบางหมุนออกจากห้อง ไม่รอให้ชายหนุ่มตอบรับ มิหนำซ้ำ เธอยังทิ้งคีย์การ์ด กับพวงกุญแจ ใว้ที่เดิม ไม่หยิบเอามันไป
ใบหน้าหล่อร้ายขมวดคิ้วมุ่น คิดต้องการรั้ง อดีตเพื่อนสาวเข้ามาถาม แต่ไม่ได้ทำ ย้อนเกรงอีกฝ่าย จะว่าเขาคิดอะไรกับเธอ
หลายวันผ่านมา ที่ณภัทร ไม่เข้ามารับ และเธอก็ไม่คิดจะถาม มารู้ตัวอีกที ก็ถึงวันนัด ที่สองบ้านตกลงกันใว้ว่าจะร่วมพูดคุย
ร่างบางในชุดนักศึกษาตัวเล็กเดินเข้ามา ก็พบกับสายตาคมเข้มของณภัทร ที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว เอวา เบนสายตาหนี ต่างจากณภัทร ที่กวาดมองเธอทุกตารางนิ้ว
และแน่นอน ไม่เคยมีความพอใจในสายตาคู่นั้น
“ความเป็นคนรวย ไม่ช่วยให้เทสเธอดีขึ้นมาเลยนะ”
“แต่งตัวเหมือน ไซด์ไลน์ ที่ยืนโบกขายข้างถนนเลย”
เสียงขรึมดังแว่ว มาพร้อมกับเจ้าของมัน ที่ไกล้เข้ามาเรื่อยๆ
เอวา เดินเลี่ยงเข้าไปในครัว ยกนำ้ขึ้นจิบ ขณะที่ณภัทร ก็เดินถามมาติดๆ
ลำแขนแกร่ง ล็อกคนร่างเล็กใว้แน่น โน้มใบหน้าเข้ามาไกล้ จนเอวา รู้สึกแปลกใจ
เขาไม่เคยทำ แค่เดินเฉียดยังนับครั้งได้
แล้ววันนี้ทำไม ถึงรุ่มร่าม
“ไกล้ไป”
“ของขาดหรือไง?”
“ถ้าใช่ ก็ไปหาไซด์ไลน์ ที่คุณพึ่งเอามาเปรียบเทียบกับเรา”
เอวา มองสบตาอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัวเหมือนทุกครั้ง และนั่นทำให้เธอมองเห็นประกายไฟที่ลุกโชนในตาของเขา
“โมโหเป็นรึไง?”
“นั่นเเหละ เราก็เคยรู้สึกแบบนั้น”
พลัก! มือขาวเรียวผลักร่างแกร่งกำยำออกจนพ้นตัว ก่อนหมุนกายกับหลัง ตั้งท่าจะเดินหนี เพียงแต่ช้ากว่าณภัทร ที่เดินมาซ้อนเธอจากด้านหลัง มือหนาดึงรั้ง ก่อนเหวี่ยงร่างเล็ก ไปประทะโต๊ะหินอ่อนกลางครัวตัวใหญ่
“อ้ะ!” เอวา ยู่หน้า มือกุมท้องด้วยความจุก
ช้อนสายตาขึ้นมองณภัทร แต่อีกคนกับไหวไหล่ ทำราวกับไม่ทุกข์ร้อน
“ดีนะ ทำร้ายจิตใจไม่ได้ ก็เริ่มทำร้ายร่างกาย”
“คุณแมนมากเลย หรือไม่บางที กระโปรงที่เราใส่ คงเหมาะกับคุณมากกว่า”
ณภัทรยิ้มเย็น โน้มใบหน้าเขาหาคนตัวเล็ก
‘ยอมรับเลย ว่าเธอในเวอร์ชั่นนี้ โคตรถูกใจเขา ไม่เรียบร้อยเกินไป ไม่ว่าง่ายจนน่ารำคาญ เอวาโหมดนี้ ทำเขาแปลกใจ’
“ไซด์ไลน์มันต้องเสียเงิน…แต่กับเธอ ฉันเอาฟรี”
“ดีไม่ดี ได้แตกในด้วยนะ”
“อยากทดลองใช้ ก่อนได้เป็นผัวจริงๆไหม”
เอวาหน้าตึง ความอดทนขาดสะบั้น ตวัดมือขาวนุ่มตบลงบนแก้มสากของอีกฝ่ายเต็มแรง
“เพี๊ยะ!” เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่น ทำให้เหตุการณ์ที่ตึงเครียดอยู่แล้วรุ่มร้อนขึ้น
“หยาบคายที่สุด!” เสียงหวานรอดใต้ไรฟันกายขาวสะอาด ตัวสั่นเทิ้ม ไปด้วยอารมณ์โกรธกรุ่น
ณภัทรเดาะลิ้น เลียริมฝีปาก ที่ปลิแตก จากฝีมือคนตรงหน้า ปลายนิ้วเรียวปาดเอาหยดเลือดออกเบาๆ โดยที่ตาคมกริบไม่ละไปจากคนร่างเล็ก สักวินาที
“เดี้ยวนี้กล้าตบ?”
“หึงรึไง”
“หึงคำเดียวเลยเอวา เธอหึงผม กับคนอื่น เลยพาลทำตัวแบบนี้”
ใบหน้าหล่อร้ายโน้มลงมากระซิบ เร่งอารมณ์บูดบึ้งให้คนตัวเล็กทบเท่าพันทวี
“ใช้หัวบนบ้างเถอะ อย่าใช้แต่หัวล่าง”
“เราเป็นอะไรกับคุณหรอ ถึงจะใช้คำนั้น เราว่ามันใช้คำว่าหึงไม่ได้นะ”
คนเคยสงบปากสงบคำย้อนทันควัน จนคนเพิ่งเคยถูกไล่ต้อน ชักหงุดหงิด
“เป็นคู่หมั้นไม่ใช่?”
ณภัทรยกยิ้มอย่างเป็นต่อ ต่างจากเอวา ที่ใบหน้าหวานเพียงแค่ยิ้มบางๆ
“อีกเดี้ยวก็ไม่ได้เป็นแล้ว”
เอวาพึมพำในรำคอ ร่างเล็กเลี่ยงหนีมาอีกด้าน ท่ามกลางความงุนงงของณภัทร
ไม่กี่นาทีต่อมา เหล่าผู้ใหญ่ก็มากันครบ เอวาเดินเข้ามาด้วยท่าทีน้อมน้อม ตามมาด้วยณภัทร ที่ใบหน้าบอกบุญไม่รับ
“มาแล้วหรอ ลุงกับป้า เขามาคุยเรื่องงานหมั้น”
อศิร เอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นบุตรสาวเดินเข้ามา เอวา ค่อยๆ เดินเลี่ยง ไปนั่งฝั่งตรงข้าม ที่ประจำ ยามมีแขก ตามด้วยณภัทร ที่เดินมานั่งด้านข้าง
มือขาวเรียวพนมไหว้ พร้อมกับเอ่ยประโยค ที่คนทั้งโต้ะ ต้องวางช้อนลง
“ คุณลุงคุณป้ามาก็ดีแล้วค่ะ จริงๆแล้ว
แอลมีเรื่องจะพูด”
เหล่าผู้ใหญ่เลิกคิ้ว ไม่ต่างจากณภัทร ที่
ปลายตามองคนข้างๆด้วยแววตาสงสัย
“ จริงๆแล้ว แอลจะขอยกเลิกงานหมั้นออกไปก่อนค่ะ”