A episode 12

1429 Words
Friend relationship 12 เพื่อน สำ พันธุ์ A episode ที่ 12 ต้องทนหรอ โดย GINOICHI ผ่านไปค่อนคืนหลัง กว่าคนที่สลบเหมือดจะฟื้นคืนสติขึ้นมา มือหนา ควานหาคนที่หอบคว้าเอามาด้วยไปทั่ว เมื่อพบเพียงความว่างปล่าว ดวงตาคมกริบ ก็ค่อยๆปรือขึ้น เขากระพริบตาไล่ความง่วงงุน ก่อนจะยันกายลุกสอดส่ายสายตามองหา จนประทะเข้ากับร่างเล็กที่นอนคุดคู้อยู่ไม่ไกล “แล้วใครมันสั่งมันสอนให้ไปนอนตรงนั้นวะ!” ปากก็ร้องว่า ตัวก็ลุกไปหา สายตาไม่ละจากเธอสักนาที ไม่ได้ชอบ ไม่ได้เกลียด แต่ของกู ยังไง ก็ของกู ณภัทร ย่อตัวลงนั่ง เกลี่ยปอยผมที่ปกหน้าหวานออกเบาๆ เมื่อก่อน ก็ว่าสวย ตอนนี้ ยิ่งมองยิ่งสวย คงเพราะเธอโตเต็มวัย อะไรๆ มันถึงเต็มมือถูกใจเขาไปหมด ใบหน้าหล่อร้ายยกยิ้ม พร้อมกับช้อนหน้าแนบริมฝีปากกดจูบเธอเบาๆ “ไปนอนด้วยกัน “ เขากระซิบชิดใบหู ปลุกคนตัวเล็กตรงหน้า เอวาปรือตาขึ้นมอง ก็พบใบหน้าของคนใจร้ายที่ห่างเพียงแค่คืบ ในใจเต้นโครมคราม จนต้องกดข่มกันอยู่นาน ‘ไม่เคยไกล้กันขนาดนี้’ แค่มองจากไกลๆ ยังทนแทบไม่ไหว พอถึงเวลาได้ไกล้ มันก็ ตั้งตัวไม่ทัน “ใครใช้ให้มานอนตรงนี้” “หรืออยาก…ลองที่ใหม่” ไม่พูดปล่าว ฝ่ามือขาว ยังสอดเข้ามาในเสื้อครุมตัวโคร่ง เอวา สะดุ้งเฮือกดีดตัวลุก หนีคนตรงหน้าไปซุกลงนอนบนเตียงนุ่มด้วยความรวดเร็ว ณภัทร ทิ้งมือที่ยกค้างใว้กลางอากาศ ความตั้งใจแรกที่จะมาอุ้มเธอถูกพับเก็บ ณเวลานี้ เขาทำได้เพียง เดินกับไปนอนตามระเบียบ “คราวหน้า” “ถ้าเจอว่าไปนอนอยู่ตรงไหน ก็เตรียมตัวใว้” “จะเอาให้หมอบตายอยู่ตรงนั้น” ไม่ใช่คำขู่แน่ ถึงจะใช้ชีวิต สกปรกไปบ้าง แต่ณภัทร ไม่เคยโกหก เธอรู้ดี “อืม..” เธอรับคำเสียงเบา เพียงไม่กี่นาทีก็ผล็อยหลับไปอีกรอบ เมื่อเห็นว่าเธอเงียบเสียง คนเจ้าเล่ห์ก็หลุบตาลงมอง “แล้วจะหลับง่ายอะไรขนาดนั้นวะ!” “เคยกลัวกูชิบหาย ตอนนี้ชิบหายเหมือนกัน เมินกูชิบหายเลย ” ลำแขนแกร่งดึงรั้งร่างบางเข้ามาซุกแนบอก กลิ่นหอมอ่อนๆโชยมาประทะจมูก ณภัทรกดจมูกสูดดมซ้ำๆด้วยความผ่อนคลาย ‘ต้องยอมรับจากใจ ไม่ว่าเวลาไหน เขาก็ชอบกลิ่นนี้ของเธอ’ สองร่างนอนกกกอดกันจนถึงช่วงเช้าของวันใหม่ เป็นณภัทร ที่ลืมตาตื่นขึ้นมาก่อน ใบหน้าหล่อร้าย ก้มลงมองคนที่นอนซุกกอดอยู่ด้านข้างชั่วครู่ คงเพราะเดินทางมาไกล และเวลาที่ต่างกันมากไป ทำคนตัวเล็กยังปรับตัวไม่ได้ เขาขยับกายลุก ก่อนจะเตรียมตัวออกไปทำงานเช่นทุกวัน โดยไม่ลืมแจ้งแม่บ้านให้เข้ามาดูแลต่อ ใบหน้าหล่อนิ่งดูภูมิฐาน เดินเข้ามาในออฟฟิศเหมือนทุกวัน ต่างเพียงวันนี้ ใบหน้าที่ไม่เคยมีความยินดี ยินร้าย ดูผ่อนคลายกว่าปกติ ปริมกมลที่รออยู่ก่อนแล้ว รีบผุดลุกจากเค้าเตอร์ประชาสัมพันธ์ดิ่งเข้าไปหา กับเจอสายตาห้ามปรามจากคนตรงหน้า สาดประกายคมกริบกดเธอจนมิด ท้าวเรียวลดจังหวะการเดิน ก่อนจะเลี่ยงไปอีกทางอย่างจำใจ ไม่ไปหา ไม่เท่าไร ไม่ให้เข้าไกล้ มันทำเธอคิดมากกว่า เธอสู้อุตส่าห์คิดว่า การได้มาทำงานที่เดียวกัน อะไรๆมันจะง่ายขึ้น เปล่าเลย แทบจะไม่เจอกันเลย ปริมกมล กลับเข้าเคาน์เตอร์ ด้วยหน้าตาเบื่อหน่าย จนคนที่นั่งอยู่ด้วย เริ่มชักสีหน้า เมื่อปริมกมล นอกจากจะทำงานไม่เก่ง อารมณ์ของเจ้าหล่อน ยังขี้หงุดหงิด เสียจนไม่มีใครอยากร่วมงานด้วยสักคน “ ไม่พอใจจะทำ ก็ลาออกไปเถอะ อยู่เป็นพลังลบให้คนอื่นเขาอยู่ได้” นานวันเข้า เสียงก่นด่า ยิ่งเข้าหู เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ให้คนที่อยากพัฒนา ตำแหน่ง ต้องรีบหาทางหนีทีไล่ เธอไม่ได้อยากเป็นลูกน้องใครเป็นจนตาย แต่อยากเลื่อนขั้นเป็นเจ้านายมากกว่า และดีที่สุดที่ทำได้ ก็ต้องจับณภัทรให้อยู่เท่านั้น มือขาวเรียวกำแน่น ใบหน้าหวานฉายแววคิดไม่ตก เอวารู้สึกตัวตื่นมาอีกรอบในเวลาไกล้ค่อนเย็น ดวงตากลมโต กระพริบขึ้นลงถี่ๆ ปรับโพกัส กับภาพห้องนอนไม่คุ้นตาอยู่นาน กว่าจะทำใจ ลุกขึ้นไปอาบน้ำ วันนี้เธอเธอเลือกใส่เป็นเสื้อคอปสายเดี่ยวตัวสั้น ชายระบายลายเชอร์รี่ เข้าคู่กันกับกางเกงผ้านิ่มลายเดียวกันเข้าเซ็ท เมื่อจัดกระเป๋าเข้าที่จนเรียบร้อย คนตัวน้อย ก็สาวท้าวลงมาชั้นล่าง เปิดตู้เย็น คำนวนดูเมนู ที่ทำง่ายๆ ใว้สองสามอย่าง ก่อนจะเริ่มลงมือทำพร้อมกับฮำเพลงไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ด้านณภัทร ที่ขับรถกลับเช้ามาจอด ทันทีที่เท้าเหยียบ เข้าประตูบ้าน กลิ่นอาหาร ก็ลอยมาประทะจมูก มุมปากหยักยกยิ้ม เดินลัดเลาะมาเงียบๆ จนถึงโซนครัว ก็เห็น อดีตเพื่อน ที่เจ้าตัวจับเลื่อนขั้นมาเป็นเมียหมาดๆกำลังสาระวน ทำอาหารหลายอย่างให้วุ่น มือหนา วางเสื้อสูตใว้แนบเก้าอี้ ก่อนจะปลดกระดุมพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นมาครึ่งศอก เดินอ้อมเคาน์เตอร์ ไปสวมกอด คนตัวเล็กจากด้านหลัง เอวา สะท้านเฮือก ตั้งท่าจะโวยวาย แต่เมื่อเบนสายตา ไปเจอว่าคนที่กระทำการอุกอาจเป็นใคร ริมฝีปากอวบอิ่ม ก็เม้มกันแน่น “อะไร ก็เห็นสวมบท เป็นเมียที่ทำกับข้าวรอผัว” “ผมก็กลัวไม่สมบทบาท เลยเดินมากอดให้” ใบหน้าหวานงอง้ำ “เราป่าว” “เราไม่ได้สวมอะไรทั้งนั้น นี่เราก็ทำกินเอง” “ไม่ได้ทำเผื่อใครที่ไหน” เสียงหวานหม่นลงเล็กน้อย มือขาวเรียว แกะเอามือหนาออกจากเอว ก่อนจะย้ายตัวเลี่ยงเขาไปอีกทาง ณภัทรหนาตึง หายใจฟึดฟัด เดินไปรั้งต้นแขนเรียว เข้ามาหาตัว เสียงขรึมต่ำคำรามลั่นข้างใบหู “นี่บ้านผม อะไรที่อยู่ที่นี่ เป็นของผมทั้งหมด รวมถึงคุณ จะพูดอะไรก็คิดดีๆ ไม่มีใครมาช่วยคุณได้นะ เวลาผมโกรธ” เอวาชักสีหน้า พ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยเสียงหม่นเศร้า “ก็ไหนคุณเคยบอก ว่าไม่อยากกินของที่เราทำ วันไหนเราเอาให้ คุณก็เททิ้ง” “มาวันนี้ จะมาวอแวเอาอะไร” ณภัทรชะงัก กลืนน้ำลายเอือกใหญ่ลงคอ “วันนั้นเป็นเพื่อน วันนี้เป็นผัว แค่เขียนยังไม่เหมือนกัน แค่นี้ยังไม่เข้าใจ?” “อย่าคิดว่าผมไปวอแวอะไร แค่ทวงสิทธิ์ที่ต้องได้แค่นั้นเอง” เสียงขรึมเอ่ยเย็นเยียบ บาดลึกลงกลางใจคนฟังอย่างจัง นานหลายนาที กว่าเอวา จะคลำหาเสียงตัวเองเจอ “นั้นสิ ขนาดคำว่ารัก กับ ไม่รัก ยังเขียนไม่เหมือนกันเลย” “เมื่อก่อนเคยรักมาก พอวันนี้ กลับไม่รักแล้ว” พูดจบจะหันหลังกลับ ไปสนใจอาหารที่ตนทำอยู่ ทิ้งให้คนหน้ายักษ์ จมปลักอยู่กับประโยคเมื่อครู่อีกหลายนาที สันกรามหนาขบกันแน่น ดวงตาคมวาวโรจน์แบบไม่เคยเป็นมาก่อน มือหนาฉุดเอาร่างน้อยกลับเข้ามาหา แรงดึงรั้ง ทำเอาข้าวของตรงหน้าหล่นกระจายเกลื่อนพื้น ฝ่ามือใหญ่ช้อนเอาคางมนขึ้นมาบีบแน่น ก่อนจะกดจูบลงที่ซอกคอขาว เขาออกแรงดูดเม้มด้วยน้ำหนักไม่เบาอยู่หลายที ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “ก็เห็นรักมาได้ตั้งนาน” “แค่รักต่อไปมันจะเป็นอะไร” “หรือคุณเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น” “ชอบเอาคืนงี้” “ผมบอกใว้ก่อน เสียเวลาป่าว” “ถ้าผมคร่ำครวญให้คุณวันไหน ก็เรียกผมว่าควาย อย่าใช้ชื่อคน” ใบหน้าหล่อผล่ะออก มองคนหน้าหวานที่บัดนี้แดงซ่านด้วยความโกรธกรุ่น ร่างบางสั่นเทิ้ม จนคนมองยิ้มมุมปาก ต่างจากคนฟังที่เริ่มว้าวุ่น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD